โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CRINGE IS BLISS เมื่อความ 'เสี่ยว' อาจเป็นเส้นทางสู่ความสุข

Mission To The Moon

เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • Mission To The Moon Media

ในพักหลังมานี้ทุกคนรู้สึกเหมือนกันไหมว่า ทำไมเวลาเราอยากจะลองทำอะไรใหม่ๆ มันถึงรู้สึกยากขนาดนี้?
.
ไม่ใช่ยากในแง่ของทักษะหรือความสามารถที่เรายังไม่มี แต่ความยากที่ว่ากลับเป็น “สายตาของคนอื่น”
.
เพราะทุกครั้งที่เราอยากจะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ในปัจจุบัน เรามักเกิดความประหม่าหรือหวาดกลัวสายตาของผู้อื่นเสมอ เรากลัวว่าคนอื่นจะมองเรายังไง เรากลัวว่าจะดู "เสี่ยว" กลัวว่าจะถูกแซวว่า "ทำทรง" หรือที่เรียกกันในภาษาอินเทอร์เน็ตว่า Cringe
.
สิ่งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่น่าสนใจที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นแต่อย่างใด หากแต่ถูกทำให้เด่นชัดขึ้นด้วยพลังของ โซเชียลมีเดีย
.
พักหลังมานี้ เราอาจจะพอสังเกตได้ว่า ทุกครั้งที่มีใครสักคนพยายามจะทำหรือสร้างสรรค์อะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปิด Book Club การเริ่มทำ Content ลงโซเชียลมีเดียหรือแม้แต่การชวนเพื่อนไป Run Club มักจะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่อาจจะพอนิยามได้ว่าเป็น "นักแซะ" โผล่ขึ้นมาบ่อยๆ
.
สำหรับนักแซะเหล่านี้ ไม่เคยมีอะไรหรือใครที่ดีพอในสายตาพวกเขา เพราะว่ากลุ่มคนเหล่านี้มักจะโผล่มาพร้อมกับคำถากถางเช่น "แค่อ่านหนังสือก็เรียกตัวเองว่านักอ่าน" หรือ "ดูพยายามจัง" บางทีแค่โพสต์รูปกินมัทฉะก็โดน "ทำเป็นตามกระแส"
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ เราอยู่ในยุคที่สังคมให้คุณค่ากับ "ผลลัพธ์" มากกว่า "ความพยายาม" จริงหรือ พูดง่ายๆ คือถ้าคุณยังไม่เก่ง คุณก็ไม่มีสิทธิ์ลอง ถ้าคุณยังไม่ประสบความสำเร็จ คุณก็ไม่ควรแสดงออก
.
แต่ถ้าเราลองหยุดคิดสักครู่ ถามตัวเองว่า มันถูกต้องแค่ไหนที่เราต้องเก่งก่อนถึงจะมีสิทธิ์ลอง? และที่สำคัญ ถ้าเราไม่ยอมผ่านความ Cringe นี้ เราจะก้าวไปข้างหน้าได้ยังไง?
.
ว่าบางทีความ Cringe ที่เรากลัวนั่นแหละ อาจจะเป็นเส้นทางสู่ความสุขที่แท้จริงก็ได้
.
.
Cringe คืออะไร?
.
ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Cringe มันคืออะไรกันแน่
.
คำว่า Cringe ในภาษาอังกฤษแปลตรงๆ คือ "หดตัว" หรือ "เกร็ง" ซึ่งเป็นการแสดงออกทางร่างกายเมื่อเราเจอสิ่งที่น่าอึดอัดใจ น่าอาย หรือน่าอับอาย แต่ในบริบทของโซเชียลมีเดียและวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต คำนี้ได้พัฒนาความหมายไปไกลกว่าเดิมมาก
.
ตามพจนานุกรม Oxford, Cringe หมายถึง "ประสบการณ์ของความอึดอัดใจหรืออับอาย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกของตัวเองหรือความรู้สึกที่มีต่อคนอื่น" แต่ในยุคโซเชียลมีเดีย คำนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินผู้อื่น โดยเฉพาะคนที่ "พยายามมากเกินไป" "ไม่ดูดีมากพอ" หรือ "ไม่เข้ากับมาตรฐาน" ที่สังคมออนไลน์กำหนด
.
ถ้าจะหาคำในภาษาไทยที่ใกล้เคียง อาจจะเป็น "เสี่ยว" "เกาะกระแส" หรือ "น่าอาย" แต่ความจริงแล้ว Cringe มีนัยที่ลึกกว่านั้น มันไม่ได้แค่หมายถึงการที่เราทำอะไรผิดพลาด แต่มันรวมถึงความรู้สึกอึดอัดใจที่เกิดขึ้นเมื่อเราเห็นใครสักคนกำลัง "พยายาม" อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเมื่อพวกเขายังไม่ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ Cringe เริ่มต้นจากการอธิบายความรู้สึกของตัวเอง แต่ค่อยๆ กลายเป็น "อาวุธ" ในการโจมตีคนอื่น ในแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Twitter หรือแม้กระทั่งแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Reddit ถึงกับมี Community ที่อุทิศให้กับการหา Cringe Content มาล้อเลียน ตัดสิน หรือดูถูก โดยเฉพาะเลยทีเดียว
.
ด้วยเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ทำให้สังคมออนไลน์กำลังเริ่มปลูกฝังค่านิยม Cringe Culture ก่อให้เกิดบรรยากาศที่ทุกคนต้องระมัดระวังในตัวเองทุกย่างก้าว กลัวว่าจะถูกจับได้ว่ากำลัง "พยายามมากเกินไป" หรือ "ไม่ดูดีพอ" มันกลายเป็นระบบ “ยกตนข่มท่าน” ที่เหล่านักแซะใช้เพื่อรักษาความรู้สึกเหนือกว่าของตัวเองโดยการดูถูกคนที่กำลังพยายามแชร์ Progress ของตัวเอง
.
ผลที่ตามมาคือคนไม่กล้าแสดงออก เพราะกลัว "ดูไม่ดี" กลัวถูกตัดสิน เราถูกบังคับให้เข้าครรลองของสังคม ทำตามกระแส แม้จะไม่ได้ชอบจริงๆ และนั่นส่งผลต่อสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็นความวิตกกังวล ความไม่มั่นใจ หรือภาวะซึมเศร้า
.
การศึกษาจาก National Social Anxiety Center พบว่า Gen Z กว่า 60% รายงานว่าประสบปัญหาความเครียดและความวิตกกังวลอย่างรุนแรง รวมถึงความวิตกกังวลทางสังคม
.
ส่วนการสำรวจของมหาวิทยาลัย Harvard ในปี 2022 พบว่า 56% ของ Gen Z อายุ 18-25 ปี บอกว่าความกังวลเรื่องการเงินส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของพวกเขา และ 51% บอกว่าความกดดันในการประสบความสำเร็จส่งผลกระทบในทำนองเดียวกัน
.
ที่น่าสนใจคือ เกือบครึ่งของ Gen Z (37%) รู้สึกว่าโทรศัพท์ของพวกเขารบกวนกิจกรรมประจำวัน การทำงาน และความสัมพันธ์ และ 75% รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับการโทรออกหรือพูดคุยทางโทรศัพท์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความกลัวการถูกตัดสินนั้น ได้ฝังรากลึกเสียจนเริ่มกระทบต่อการสื่อสารขั้นพื้นฐานเลยทีเดียว
.
.
คนสำเร็จทุกคน ล้วนเป็นคนที่ผ่านความ Cringe มาก่อน
.
Ed Sheeran เคยร้องเพลงเปิดหมวกตามถนน ถูกมองว่า "เด็กผมแดงตัวเล็กๆ ร้องเพลงก็ไม่เพราะ แถมยังน่าอาย" แต่วันนี้เขากลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก โดยเขาเคยกล่าวเอาไว้ว่า "ผมไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดหรอก แต่ผมเป็นคนที่มุ่งมั่นที่สุด"
.
ความจริงง่ายๆ คือ ความ Cringe คือขั้นบันไดแรกของความเชี่ยวชาญ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะเกิดมาแล้วเก่งเลย ทุกคนต้องเริ่มต้นจากความไม่รู้เหมือนกันเสมอ
.
Stephen King นักเขียนนิยายชื่อดังชาวอเมริกันเคยกล่าวไว้ว่า "Amateurs sit and wait for inspiration, the rest of us just get up and go to work" ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่าการยอมรับว่าตัวเองยังไม่เก่งนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของการเติบโต ไม่ใช่จุดจบ
.
โดยเมื่อเราไม่กลัวสายตาคนอื่นหรือไม่กลัวที่จะแสดงความ Cringe อีกต่อไป หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตจะเปลี่ยนไป
.
[ ] ความคิดสร้างสรรค์ไม่ถูกจำกัด
การศึกษาของ Science Direct ที่ตีพิมพ์ในปี 2021 พบว่า ความเป็นตัวของตัวเอง (authenticity) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความคิดสร้างสรรค์ โดยคนที่กล้าเป็นตัวเองจะมีความเปิดกว้างต่อประสบการณ์ใหม่ๆ มากขึ้น และเมื่อเราไม่กลัวการถูกตัดสิน เราจะกล้าทดลองสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น
.
[ ] มีความสัมพันธ์ที่จริงแท้มากขึ้น
งานวิจัยด้านจิตวิทยาจาก Psychology Today ชี้ว่า ความเปราะบางและการกล้าแสดงตัวตนที่แท้จริงช่วยสร้างความไว้วางใจและความใกล้ชิดในความสัมพันธ์ จึงทำให้คนที่กล้าแสดงตัวตนที่แท้จริงจะดึงดูดคนที่ชอบเราจริงๆ ไม่ต้องแสร้งเป็นคนอื่น ไม่ต้องเหนื่อยกับการสวมหน้ากาก
.
แถมการวิจัยทางประสาทวิทยาจาก Mindlabneuroscience พบว่า ความเปราะบางกระตุ้นศูนย์รางวัลในสมอง ปล่อย Oxytocin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยสร้างความผูกพัน เราจะมีพลังงานเหลือให้กับคนที่สำคัญจริงๆ มากขึ้นอีกด้วย
.
[ ] การเรียนรู้และพัฒนาตัวเองเร็วขึ้น
การวิจัยจาก Johns Hopkins University เผยว่า การทำผิดพลาดระหว่างการเรียนรู้ส่งผลให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น เพราะสมองจะจดจำข้อมูลที่ถูกต้องได้ดีขึ้นและสามารถนำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้ ซึ่งยิ่งลองผิดลองถูกบ่อย ยิ่งเก่งเร็ว คนที่กลัว Cringe คือคนที่หยุดพัฒนา เพราะพวกเขาไม่กล้าก้าวออกจาก comfort zone พวกเขาติดอยู่ในจุดเดิมเพราะกลัวว่าจะดูไม่ดี
.
กล่าวคือ เมื่อเราปล่อยวางความกังวลเรื่อง Cringe ชีวิตจะเบาลง เราจะไม่ต้องเหนื่อยกับการตรวจสอบทุกคำพูด ทุกการกระทำว่ามันจะดูดีพอไหม
.
เพราะชีวิตที่ไม่ต้องเท่ หรือได้รับการยอมรับตลอดเวลาคือชีวิตที่เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ เราจะพบว่าความจริงแท้ในตัวตนนั้นสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบที่สังคมยอมรับเป็นไหนๆ
.
ยิ่งเราเป็นตัวเอง เราจะยิ่งมีความสุข และความจริงที่น่าสนใจคือ คนที่กล้าเป็นตัวเองมักจะดึงดูดโอกาสและคนที่ใช่เข้ามาในชีวิตมากกว่า เพราะพวกเขาไม่ได้ซ่อนตัวตน พวกเขาโชว์สิ่งที่เป็นจริง และนั่นทำให้คนที่เข้ากันได้จริงๆ เจอกัน
.
บางทีสิ่งที่ Cringe และน่าอับอายมากที่สุด คือการใช้ชีวิตตามที่คนอื่นคาดหวัง แทนที่จะเป็นตัวของตัวเองก็เป็นได้
.
Cringe is bliss
.
.
อ้างอิง
- The unexpected benefits of cringing : Melissa Dahl, The Guardian - https://bit.ly/3XwbjDu
- Will Being Cringe Set You Free? An Investigation : Chanté Joseph, Vice - https://bit.ly/4anNbuc
- To be cringe is to be free : Stacie Boyls, baylorlariat - https://bit.ly/3Mi7pLR
- Dunning-Kruger Effect: How to Cringe Yourself to Success : Chris Meyer, The Mind Collection - https://bit.ly/3M79AlD
.
.
#Cringe
#Life
#Inspiration
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...