CRINGE IS BLISS เมื่อความ 'เสี่ยว' อาจเป็นเส้นทางสู่ความสุข
ในพักหลังมานี้ทุกคนรู้สึกเหมือนกันไหมว่า ทำไมเวลาเราอยากจะลองทำอะไรใหม่ๆ มันถึงรู้สึกยากขนาดนี้?
.
ไม่ใช่ยากในแง่ของทักษะหรือความสามารถที่เรายังไม่มี แต่ความยากที่ว่ากลับเป็น “สายตาของคนอื่น”
.
เพราะทุกครั้งที่เราอยากจะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ในปัจจุบัน เรามักเกิดความประหม่าหรือหวาดกลัวสายตาของผู้อื่นเสมอ เรากลัวว่าคนอื่นจะมองเรายังไง เรากลัวว่าจะดู "เสี่ยว" กลัวว่าจะถูกแซวว่า "ทำทรง" หรือที่เรียกกันในภาษาอินเทอร์เน็ตว่า Cringe
.
สิ่งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่น่าสนใจที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นแต่อย่างใด หากแต่ถูกทำให้เด่นชัดขึ้นด้วยพลังของ โซเชียลมีเดีย
.
พักหลังมานี้ เราอาจจะพอสังเกตได้ว่า ทุกครั้งที่มีใครสักคนพยายามจะทำหรือสร้างสรรค์อะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปิด Book Club การเริ่มทำ Content ลงโซเชียลมีเดียหรือแม้แต่การชวนเพื่อนไป Run Club มักจะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่อาจจะพอนิยามได้ว่าเป็น "นักแซะ" โผล่ขึ้นมาบ่อยๆ
.
สำหรับนักแซะเหล่านี้ ไม่เคยมีอะไรหรือใครที่ดีพอในสายตาพวกเขา เพราะว่ากลุ่มคนเหล่านี้มักจะโผล่มาพร้อมกับคำถากถางเช่น "แค่อ่านหนังสือก็เรียกตัวเองว่านักอ่าน" หรือ "ดูพยายามจัง" บางทีแค่โพสต์รูปกินมัทฉะก็โดน "ทำเป็นตามกระแส"
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ เราอยู่ในยุคที่สังคมให้คุณค่ากับ "ผลลัพธ์" มากกว่า "ความพยายาม" จริงหรือ พูดง่ายๆ คือถ้าคุณยังไม่เก่ง คุณก็ไม่มีสิทธิ์ลอง ถ้าคุณยังไม่ประสบความสำเร็จ คุณก็ไม่ควรแสดงออก
.
แต่ถ้าเราลองหยุดคิดสักครู่ ถามตัวเองว่า มันถูกต้องแค่ไหนที่เราต้องเก่งก่อนถึงจะมีสิทธิ์ลอง? และที่สำคัญ ถ้าเราไม่ยอมผ่านความ Cringe นี้ เราจะก้าวไปข้างหน้าได้ยังไง?
.
ว่าบางทีความ Cringe ที่เรากลัวนั่นแหละ อาจจะเป็นเส้นทางสู่ความสุขที่แท้จริงก็ได้
.
.
Cringe คืออะไร?
.
ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Cringe มันคืออะไรกันแน่
.
คำว่า Cringe ในภาษาอังกฤษแปลตรงๆ คือ "หดตัว" หรือ "เกร็ง" ซึ่งเป็นการแสดงออกทางร่างกายเมื่อเราเจอสิ่งที่น่าอึดอัดใจ น่าอาย หรือน่าอับอาย แต่ในบริบทของโซเชียลมีเดียและวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต คำนี้ได้พัฒนาความหมายไปไกลกว่าเดิมมาก
.
ตามพจนานุกรม Oxford, Cringe หมายถึง "ประสบการณ์ของความอึดอัดใจหรืออับอาย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกของตัวเองหรือความรู้สึกที่มีต่อคนอื่น" แต่ในยุคโซเชียลมีเดีย คำนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินผู้อื่น โดยเฉพาะคนที่ "พยายามมากเกินไป" "ไม่ดูดีมากพอ" หรือ "ไม่เข้ากับมาตรฐาน" ที่สังคมออนไลน์กำหนด
.
ถ้าจะหาคำในภาษาไทยที่ใกล้เคียง อาจจะเป็น "เสี่ยว" "เกาะกระแส" หรือ "น่าอาย" แต่ความจริงแล้ว Cringe มีนัยที่ลึกกว่านั้น มันไม่ได้แค่หมายถึงการที่เราทำอะไรผิดพลาด แต่มันรวมถึงความรู้สึกอึดอัดใจที่เกิดขึ้นเมื่อเราเห็นใครสักคนกำลัง "พยายาม" อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเมื่อพวกเขายังไม่ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ Cringe เริ่มต้นจากการอธิบายความรู้สึกของตัวเอง แต่ค่อยๆ กลายเป็น "อาวุธ" ในการโจมตีคนอื่น ในแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Twitter หรือแม้กระทั่งแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Reddit ถึงกับมี Community ที่อุทิศให้กับการหา Cringe Content มาล้อเลียน ตัดสิน หรือดูถูก โดยเฉพาะเลยทีเดียว
.
ด้วยเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ทำให้สังคมออนไลน์กำลังเริ่มปลูกฝังค่านิยม Cringe Culture ก่อให้เกิดบรรยากาศที่ทุกคนต้องระมัดระวังในตัวเองทุกย่างก้าว กลัวว่าจะถูกจับได้ว่ากำลัง "พยายามมากเกินไป" หรือ "ไม่ดูดีพอ" มันกลายเป็นระบบ “ยกตนข่มท่าน” ที่เหล่านักแซะใช้เพื่อรักษาความรู้สึกเหนือกว่าของตัวเองโดยการดูถูกคนที่กำลังพยายามแชร์ Progress ของตัวเอง
.
ผลที่ตามมาคือคนไม่กล้าแสดงออก เพราะกลัว "ดูไม่ดี" กลัวถูกตัดสิน เราถูกบังคับให้เข้าครรลองของสังคม ทำตามกระแส แม้จะไม่ได้ชอบจริงๆ และนั่นส่งผลต่อสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็นความวิตกกังวล ความไม่มั่นใจ หรือภาวะซึมเศร้า
.
การศึกษาจาก National Social Anxiety Center พบว่า Gen Z กว่า 60% รายงานว่าประสบปัญหาความเครียดและความวิตกกังวลอย่างรุนแรง รวมถึงความวิตกกังวลทางสังคม
.
ส่วนการสำรวจของมหาวิทยาลัย Harvard ในปี 2022 พบว่า 56% ของ Gen Z อายุ 18-25 ปี บอกว่าความกังวลเรื่องการเงินส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของพวกเขา และ 51% บอกว่าความกดดันในการประสบความสำเร็จส่งผลกระทบในทำนองเดียวกัน
.
ที่น่าสนใจคือ เกือบครึ่งของ Gen Z (37%) รู้สึกว่าโทรศัพท์ของพวกเขารบกวนกิจกรรมประจำวัน การทำงาน และความสัมพันธ์ และ 75% รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับการโทรออกหรือพูดคุยทางโทรศัพท์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความกลัวการถูกตัดสินนั้น ได้ฝังรากลึกเสียจนเริ่มกระทบต่อการสื่อสารขั้นพื้นฐานเลยทีเดียว
.
.
คนสำเร็จทุกคน ล้วนเป็นคนที่ผ่านความ Cringe มาก่อน
.
Ed Sheeran เคยร้องเพลงเปิดหมวกตามถนน ถูกมองว่า "เด็กผมแดงตัวเล็กๆ ร้องเพลงก็ไม่เพราะ แถมยังน่าอาย" แต่วันนี้เขากลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก โดยเขาเคยกล่าวเอาไว้ว่า "ผมไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดหรอก แต่ผมเป็นคนที่มุ่งมั่นที่สุด"
.
ความจริงง่ายๆ คือ ความ Cringe คือขั้นบันไดแรกของความเชี่ยวชาญ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะเกิดมาแล้วเก่งเลย ทุกคนต้องเริ่มต้นจากความไม่รู้เหมือนกันเสมอ
.
Stephen King นักเขียนนิยายชื่อดังชาวอเมริกันเคยกล่าวไว้ว่า "Amateurs sit and wait for inspiration, the rest of us just get up and go to work" ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่าการยอมรับว่าตัวเองยังไม่เก่งนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของการเติบโต ไม่ใช่จุดจบ
.
โดยเมื่อเราไม่กลัวสายตาคนอื่นหรือไม่กลัวที่จะแสดงความ Cringe อีกต่อไป หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตจะเปลี่ยนไป
.
[ ] ความคิดสร้างสรรค์ไม่ถูกจำกัด
การศึกษาของ Science Direct ที่ตีพิมพ์ในปี 2021 พบว่า ความเป็นตัวของตัวเอง (authenticity) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความคิดสร้างสรรค์ โดยคนที่กล้าเป็นตัวเองจะมีความเปิดกว้างต่อประสบการณ์ใหม่ๆ มากขึ้น และเมื่อเราไม่กลัวการถูกตัดสิน เราจะกล้าทดลองสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น
.
[ ] มีความสัมพันธ์ที่จริงแท้มากขึ้น
งานวิจัยด้านจิตวิทยาจาก Psychology Today ชี้ว่า ความเปราะบางและการกล้าแสดงตัวตนที่แท้จริงช่วยสร้างความไว้วางใจและความใกล้ชิดในความสัมพันธ์ จึงทำให้คนที่กล้าแสดงตัวตนที่แท้จริงจะดึงดูดคนที่ชอบเราจริงๆ ไม่ต้องแสร้งเป็นคนอื่น ไม่ต้องเหนื่อยกับการสวมหน้ากาก
.
แถมการวิจัยทางประสาทวิทยาจาก Mindlabneuroscience พบว่า ความเปราะบางกระตุ้นศูนย์รางวัลในสมอง ปล่อย Oxytocin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยสร้างความผูกพัน เราจะมีพลังงานเหลือให้กับคนที่สำคัญจริงๆ มากขึ้นอีกด้วย
.
[ ] การเรียนรู้และพัฒนาตัวเองเร็วขึ้น
การวิจัยจาก Johns Hopkins University เผยว่า การทำผิดพลาดระหว่างการเรียนรู้ส่งผลให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น เพราะสมองจะจดจำข้อมูลที่ถูกต้องได้ดีขึ้นและสามารถนำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้ ซึ่งยิ่งลองผิดลองถูกบ่อย ยิ่งเก่งเร็ว คนที่กลัว Cringe คือคนที่หยุดพัฒนา เพราะพวกเขาไม่กล้าก้าวออกจาก comfort zone พวกเขาติดอยู่ในจุดเดิมเพราะกลัวว่าจะดูไม่ดี
.
กล่าวคือ เมื่อเราปล่อยวางความกังวลเรื่อง Cringe ชีวิตจะเบาลง เราจะไม่ต้องเหนื่อยกับการตรวจสอบทุกคำพูด ทุกการกระทำว่ามันจะดูดีพอไหม
.
เพราะชีวิตที่ไม่ต้องเท่ หรือได้รับการยอมรับตลอดเวลาคือชีวิตที่เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ เราจะพบว่าความจริงแท้ในตัวตนนั้นสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบที่สังคมยอมรับเป็นไหนๆ
.
ยิ่งเราเป็นตัวเอง เราจะยิ่งมีความสุข และความจริงที่น่าสนใจคือ คนที่กล้าเป็นตัวเองมักจะดึงดูดโอกาสและคนที่ใช่เข้ามาในชีวิตมากกว่า เพราะพวกเขาไม่ได้ซ่อนตัวตน พวกเขาโชว์สิ่งที่เป็นจริง และนั่นทำให้คนที่เข้ากันได้จริงๆ เจอกัน
.
บางทีสิ่งที่ Cringe และน่าอับอายมากที่สุด คือการใช้ชีวิตตามที่คนอื่นคาดหวัง แทนที่จะเป็นตัวของตัวเองก็เป็นได้
.
Cringe is bliss
.
.
อ้างอิง
- The unexpected benefits of cringing : Melissa Dahl, The Guardian - https://bit.ly/3XwbjDu
- Will Being Cringe Set You Free? An Investigation : Chanté Joseph, Vice - https://bit.ly/4anNbuc
- To be cringe is to be free : Stacie Boyls, baylorlariat - https://bit.ly/3Mi7pLR
- Dunning-Kruger Effect: How to Cringe Yourself to Success : Chris Meyer, The Mind Collection - https://bit.ly/3M79AlD
.
.
#Cringe
#Life
#Inspiration
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast