คนกรุง เน้นออมเงิน-รักษาสุขภาพรับปีใหม่ 69 ฝากความหวังรัฐ ฟื้นเศรษฐกิจ
ผลสำรวจบ้านสมเด็จโพลล์ระบุชาวกทม. 41.5% ต้องการเห็นสถานการณ์เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในปี 2569 เผยดัชนีความเชื่อมั่นด้านการเปลี่ยนแปลงตนเองพุ่งสูง 71.3% ตั้งเป้าเริ่มต้นใหม่ เน้นการบริหารจัดการเงินออมและวินัยการทำงาน เทรนด์การบริโภคสะท้อนกระแสดูแลสุขภาพชัดเจน ดันสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพขึ้นแท่นของขวัญยอดนิยมสูงสุด
31 ธันวาคม 2568 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เปิดเผยรายงานการสำรวจทัศนคติประชาชนต่อเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่กรุงเทพมหานครรวม 1,145 ราย ระหว่างวันที่ 23 - 26 ธันวาคม 2568 พบประเด็นสำคัญในเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่สะท้อนถึงความคาดหวังของประชากรต่อการขับเคลื่อนประเทศในปีหน้า
โจทย์ใหญ่รัฐบาลปี 69: ดึงความเชื่อมั่นฐานราก ผู้นำโพลชู “เศรษฐกิจดี” คือกุญแจความสุข
จากการวิเคราะห์ปัจจัยที่จะส่งผลต่อระดับความสุขของคนไทยในปี 2569 ข้อมูลระบุอย่างชัดเจนว่าประเด็นด้านเศรษฐกิจเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญที่สุด โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 41.5 ระบุว่า “อยากให้เศรษฐกิจดีขึ้น” เพื่อเป็นรากฐานความสุขของประชาชน รองลงมาคือความคาดหวังต่อบทบาทภาครัฐในการยกระดับความเป็นอยู่ (ร้อยละ 22.8) และการรักษาระเบียบวินัยตามกฎหมาย (ร้อยละ 18.8)
ผศ.ดร.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ ให้ความเห็นถึงมุมมองของประชาชนต่อภาพรวมในปีหน้าว่า:
“ปี 2569 เป็นช่วงเวลาที่คนไทยคาดหวังถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะมิติด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับความตั้งใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนบุคคลให้มีวินัยมากขึ้น”
Wellness & Cash First: เมื่อสุขภาพนำทางพฤติกรรมการจ่าย และเงินสดคือของขวัญที่จับต้องได้
ในมิติของการบริโภคช่วงเทศกาล การมอบของขวัญในปีนี้มีแนวโน้มเปลี่ยนผ่านสู่กระแสสุขภาพอย่างเต็มตัว โดยอันดับหนึ่งคือ อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (ร้อยละ 27.7) ตามด้วยสินค้ากลุ่มของหวานและกาแฟ (ร้อยละ 18.3) ที่น่าสนใจคือ "เงินสดหรือบัตรแทนเงินสด" รั้งอันดับสาม (ร้อยละ 14.8) สะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เน้นประโยชน์ใช้สอยและความคล่องตัวทางการเงิน
สำหรับพฤติกรรมการเฉลิมฉลอง กิจกรรมหลักยังคงเป็นการสังสรรค์ในสถานที่จัดงาน (ร้อยละ 37.4) และการเดินทางท่องเที่ยว (ร้อยละ 25.0) โดยมีสถาบันครอบครัวเป็นแกนหลักในการทำกิจกรรมร่วมกัน (ร้อยละ 40.1) ซึ่งส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการในประเทศในช่วงปลายปี
ยุทธศาสตร์พึ่งพาตนเอง: “วินัยการเงิน” นำโด่งเป้าหมายเปลี่ยนชีวิตคนกรุง
ผลสำรวจพบตัวเลขที่น่าสนใจด้านแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงตนเอง โดยประชาชนถึง ร้อยละ 71.3 ตั้งใจจะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ในปี 2569 โดยมีลำดับความสำคัญในการปรับปรุงตนเองดังนี้:
- การเพิ่มสัดส่วนเงินออม (ร้อยละ 25.9): สะท้อนถึงความตื่นตัวด้านการวางแผนการเงินท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
- การจัดสรรเวลากับครอบครัว (ร้อยละ 23.5): มุ่งเน้นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน
- การดูแลสุขภาพและออกกำลังกาย (ร้อยละ 23.2): สอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อของขวัญสุขภาพ
- ความกระตือรือร้นในการทำงานและการเรียน (ร้อยละ 19.3): เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
Digital Transformation & Stability: โครงสร้างสื่อสารใหม่ และความหวังต่อเสถียรภาพชายแดน
ในด้านสังคมและการสื่อสาร พบว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ (Facebook, Instagram, Line, TikTok) ยังคงเป็นช่องทางหลักในการส่งต่อข้อความอวยพร (ร้อยละ 43.8) เหนือกว่าการพบปะด้วยตนเอง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าระบบนิเวศดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมอย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนหนึ่งยังแสดงความเห็นต่อความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน โดยหวังให้สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่รอยต่อไทย-กัมพูชา ยุติลง (ร้อยละ 16.9) เพื่อสร้างบรรยากาศความมั่นคงในระดับภูมิภาค
บทสรุปของข้อมูลชุดนี้ชี้ให้เห็นว่า ในปี 2569 ชาวกรุงเทพมหานครมีความพร้อมที่จะ "พึ่งพาตนเอง" ผ่านการออมและการพัฒนาวินัยส่วนบุคคล แต่ในขณะเดียวกันก็มีเรียกร้องให้มีการขับเคลื่อน "เศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง" จากภาครัฐอย่างจริงจัง เพื่อให้แผนการเปลี่ยนแปลงตนเองของภาคประชาชนประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน