โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนกรุง เน้นออมเงิน-รักษาสุขภาพรับปีใหม่ 69 ฝากความหวังรัฐ ฟื้นเศรษฐกิจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ธ.ค. 2568 เวลา 14.40 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2568 เวลา 03.30 น.

ผลสำรวจบ้านสมเด็จโพลล์ระบุชาวกทม. 41.5% ต้องการเห็นสถานการณ์เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในปี 2569 เผยดัชนีความเชื่อมั่นด้านการเปลี่ยนแปลงตนเองพุ่งสูง 71.3% ตั้งเป้าเริ่มต้นใหม่ เน้นการบริหารจัดการเงินออมและวินัยการทำงาน เทรนด์การบริโภคสะท้อนกระแสดูแลสุขภาพชัดเจน ดันสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพขึ้นแท่นของขวัญยอดนิยมสูงสุด

31 ธันวาคม 2568 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เปิดเผยรายงานการสำรวจทัศนคติประชาชนต่อเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่กรุงเทพมหานครรวม 1,145 ราย ระหว่างวันที่ 23 - 26 ธันวาคม 2568 พบประเด็นสำคัญในเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่สะท้อนถึงความคาดหวังของประชากรต่อการขับเคลื่อนประเทศในปีหน้า

โจทย์ใหญ่รัฐบาลปี 69: ดึงความเชื่อมั่นฐานราก ผู้นำโพลชู “เศรษฐกิจดี” คือกุญแจความสุข

จากการวิเคราะห์ปัจจัยที่จะส่งผลต่อระดับความสุขของคนไทยในปี 2569 ข้อมูลระบุอย่างชัดเจนว่าประเด็นด้านเศรษฐกิจเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญที่สุด โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 41.5 ระบุว่า “อยากให้เศรษฐกิจดีขึ้น” เพื่อเป็นรากฐานความสุขของประชาชน รองลงมาคือความคาดหวังต่อบทบาทภาครัฐในการยกระดับความเป็นอยู่ (ร้อยละ 22.8) และการรักษาระเบียบวินัยตามกฎหมาย (ร้อยละ 18.8)

ผศ.ดร.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ ให้ความเห็นถึงมุมมองของประชาชนต่อภาพรวมในปีหน้าว่า:
“ปี 2569 เป็นช่วงเวลาที่คนไทยคาดหวังถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะมิติด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับความตั้งใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนบุคคลให้มีวินัยมากขึ้น”

Wellness & Cash First: เมื่อสุขภาพนำทางพฤติกรรมการจ่าย และเงินสดคือของขวัญที่จับต้องได้

ในมิติของการบริโภคช่วงเทศกาล การมอบของขวัญในปีนี้มีแนวโน้มเปลี่ยนผ่านสู่กระแสสุขภาพอย่างเต็มตัว โดยอันดับหนึ่งคือ อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (ร้อยละ 27.7) ตามด้วยสินค้ากลุ่มของหวานและกาแฟ (ร้อยละ 18.3) ที่น่าสนใจคือ "เงินสดหรือบัตรแทนเงินสด" รั้งอันดับสาม (ร้อยละ 14.8) สะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เน้นประโยชน์ใช้สอยและความคล่องตัวทางการเงิน

สำหรับพฤติกรรมการเฉลิมฉลอง กิจกรรมหลักยังคงเป็นการสังสรรค์ในสถานที่จัดงาน (ร้อยละ 37.4) และการเดินทางท่องเที่ยว (ร้อยละ 25.0) โดยมีสถาบันครอบครัวเป็นแกนหลักในการทำกิจกรรมร่วมกัน (ร้อยละ 40.1) ซึ่งส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการในประเทศในช่วงปลายปี

ยุทธศาสตร์พึ่งพาตนเอง: “วินัยการเงิน” นำโด่งเป้าหมายเปลี่ยนชีวิตคนกรุง

ผลสำรวจพบตัวเลขที่น่าสนใจด้านแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงตนเอง โดยประชาชนถึง ร้อยละ 71.3 ตั้งใจจะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ในปี 2569 โดยมีลำดับความสำคัญในการปรับปรุงตนเองดังนี้:

  • การเพิ่มสัดส่วนเงินออม (ร้อยละ 25.9): สะท้อนถึงความตื่นตัวด้านการวางแผนการเงินท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
  • การจัดสรรเวลากับครอบครัว (ร้อยละ 23.5): มุ่งเน้นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน
  • การดูแลสุขภาพและออกกำลังกาย (ร้อยละ 23.2): สอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อของขวัญสุขภาพ
  • ความกระตือรือร้นในการทำงานและการเรียน (ร้อยละ 19.3): เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

Digital Transformation & Stability: โครงสร้างสื่อสารใหม่ และความหวังต่อเสถียรภาพชายแดน

ในด้านสังคมและการสื่อสาร พบว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ (Facebook, Instagram, Line, TikTok) ยังคงเป็นช่องทางหลักในการส่งต่อข้อความอวยพร (ร้อยละ 43.8) เหนือกว่าการพบปะด้วยตนเอง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าระบบนิเวศดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมอย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนหนึ่งยังแสดงความเห็นต่อความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน โดยหวังให้สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่รอยต่อไทย-กัมพูชา ยุติลง (ร้อยละ 16.9) เพื่อสร้างบรรยากาศความมั่นคงในระดับภูมิภาค

บทสรุปของข้อมูลชุดนี้ชี้ให้เห็นว่า ในปี 2569 ชาวกรุงเทพมหานครมีความพร้อมที่จะ "พึ่งพาตนเอง" ผ่านการออมและการพัฒนาวินัยส่วนบุคคล แต่ในขณะเดียวกันก็มีเรียกร้องให้มีการขับเคลื่อน "เศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง" จากภาครัฐอย่างจริงจัง เพื่อให้แผนการเปลี่ยนแปลงตนเองของภาคประชาชนประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...