โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มีทองอยู่ในมือ แต่ต้องรีบใช้เงิน จะเลือก “จำนำ” หรือ “ขาย” ดีกว่ากัน?

Thairath Money

อัพเดต 20 พ.ย. 2568 เวลา 05.15 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2568 เวลา 05.12 น.
ภาพไฮไลต์

ปีนี้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นมาก แค่ 10 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค. - ต.ค. ปี 68) ราคาปรับเพิ่มรวม 19,100 บาท เรียกว่าใครที่เก็บทองคำไว้ก็มีความสุข และยิ่งราคาขึ้นหลายคนก็หันไปซื้อ-ขายทองเพื่อเก็งกำไรกันอย่างต่อเนื่อง ในอีกด้านคนที่มีทองคำ แต่ต้องใช้เงินด่วนอาจลังเลว่าจะขายหรือเอาทองไปจำนำดี?

จำนำ หรือ ขายทอง ดีกว่ากัน?

คนไทยคุ้นเคยกับ “การจำนำ” ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ก็ใช้การจำนำเป็นวิธีหาเงินทุน ล่าสุดยังมีข้อมูลจาก อีซี่มันนี่ กรุ๊ป ที่เป็นเจ้าของโรงรับจำนำ แบรนด์ Easy Money เล่าว่า 10 เดือนที่ผ่านมา พอร์ตสินเชื่อเติบโตขึ้นถึง 30% ซึ่งเร็วกว่าปีก่อนหน้า มาจากราคาทองคำที่สูงขึ้นและกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเงินไปลงทุน

มาถึงคำถามสำคัญว่าถ้ามีทองอยู่ในมือ แต่ต้องใช้เงินด่วน เราจะเลือก “จำนำ” หรือ “ขาย” ทองไปเลยดี เพราะทั้ง 2 แบบเราได้เงินมาหมุนเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกัน

1) ขายทองไปเลย!

ข้อดี:

- ถ้าราคาทองคำสูงกว่าตอนที่เราซื้อมาก็ได้กำไรแน่ๆ คนมักนิยมขายกับร้านทองที่ซื้อมาเพราะจะโดนหักค่าใช้จ่ายในอัตราน้อยกว่าไปร้านอื่น

- ได้เงินมากกว่าการจำนำ แต่ขึ้นอยู่กับประเภท และความบริสุทธิ์ทองคำ (%) เช่น ทองรูปพรรณ อย่าง แหวน หรือสร้อยคอ เมื่อจะขายอาจต้องหักค่าใช้จ่ายในการหลอม

จุดด้อย: ถ้าต่อไปทองราคาขึ้น อาจรู้สึกเสียดายภายหลัง เราเลยต้องตัดสินใจให้ดี

2) การจำนำ

ข้อดี:

- การนำทองคำไปจำนำเรายังเป็นเจ้าของทองนั้นเหมือนเดิม และเมื่อจ่ายเงินต้น ดอกเบี้ยครบถ้วน ก็สามารถไถ่ถอนทองของเราออกมาได้

- กำหนดระยะเวลาจ่ายดอกเบี้ย และอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจน

จุดด้อย:

- เมื่อนำทองไปจำนำ เงินที่ได้มักต่ำกว่าราคาซื้อ-ขายทองคำ ณ ขณะนั้น เพราะทางโรงรับจำนำ จะประเมินราคาก่อนเสมอ และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภททองคำ, สภาพความเสียหาย, ความบริสุทธิ์ทองคำ (%) รวมถึงราคาทองคำในแต่ละวัน

แน่นอนว่าถ้าเราไม่ผ่อนจ่ายค่างวดกับทางโรงรับจำนำให้ตรงเวลาและครบถ้วน ทองของเราจะกลายเป็นทรัพย์หลุด สิทธิ์ก็จะตกเป็นของโรงรับจำนำ (ลูกค้าสามารถซื้อคืนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ซึ่งตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ. 2505 ระบุว่า อายุมาตรฐานการผ่อนสูงสุดอยู่ที่ 4 เดือน 30 วัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับโปรโมชันและเงื่อนไขของแต่ละโรงรับจำนำ

ดังนั้น การจะเลือกขาย หรือ จำนำทองคำ อาจต้องคิดก่อนว่าเราต้องใช้เงินด่วนเท่าไร และเงื่อนไขในการผ่อนกับโรงรับจำนำเราไหวไหม? แต่จริงๆ แล้วการหาเงินก้อนด่วนๆ อาจมีอีกหลายรูปแบบ

จำนำทอง หรือ กู้สินเชื่อ แบบไหนเหมาะกับเรา?

ส่วนใครที่ต้องการเงินด่วน และสภาพคล่อง นอกจากการจำนำทองคำ เราอาจคิดถึงทางเลือกอื่นๆ เพิ่มเติมอย่างสินเชื่อส่วนบุคคล แต่สิ่งที่เราต้องคิดให้รอบคอบคือ จำนำ/กู้มาแล้ว จ่ายคืนไหวไหม และ ดอกเบี้ย อยู่ที่เท่าไร Thairath Money อยากชวนมาดูตัวอย่างดอกเบี้ยของทั้งสองประเภทสินเชื่อนี้กัน

อัตราดอกเบี้ยโรงรับจำนำ มีหลากหลายรูปแบบซึ่งเรารวบรวมรายละเอียดมา โดยแบ่งเป็น โรงรับจำนำของรัฐ (มี 2 แบบหลัก) และของเอกชน ได้แก่

1. โรงรับจำนำของรัฐ

1.1 โรงรับจำนำสถานธนานุบาล (สังกัดกรุงเทพมหานครหรือเทศบาล) อาจมีเงื่อนไขเฉพาะในแต่ละหน่วยงาน

  • เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.25% ต่อเดือน (3% ต่อปี)
  • เงินต้น 5,001 - 15,000 บาท จะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% ต่อเดือน (12% ต่อปี)
  • เงินต้นเกิน 15,000 บาท จะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.25% ต่อเดือน (15% ต่อปี)

1.2 โรงรับจำนำสถานธนานุเคราะห์ (สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)

  • เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.25 % ต่อเดือน (3% ต่อปี)
  • เงินต้น 5,001 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท จะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.75 % ต่อเดือน (9% ต่อปี)
  • เงินต้น 10,001 บาท แต่ไม่เกิน 20,000 บาท จะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00 % ต่อเดือน (12% ต่อปี)
  • เงินต้น 20,001 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.25 % ต่อเดือน (15% ต่อปี)

2. โรงรับจำนำเอกชน

  • เงินต้นไม่เกิน 2,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อเดือน (24% ต่อปี)
  • เงินต้นส่วนที่เกิน 2,000 บาทขึ้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน (15% ต่อปี)

สรุปแล้วการจำนำกับโรงรับจำนำทั้งกับรัฐบาลและเอกชน จะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 0.25 - 2% ต่อเดือน (ราว 3-24% ต่อปี)

อัตราดอกเบี้ยของการกู้ “สินเชื่อส่วนบุคคล” ที่ไม่ต้องใช้หลักประกันในการขอกู้ยืม ในไทยมีผู้ให้บริการหลายแบบ บางรูปแบบยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลที่ชัดเจนอัตราดอกเบี้ยก็อาจสูงลิ่ว แต่ส่วนใหญ่มักอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระบุเรื่องดอกเบี้ยเอาไว้ว่า ผู้ประกอบธุรกิจสามารถเรียกคิดค่าดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมสูงสุดได้ม่เกิน 25% ต่อปี และเป็นแบบลดต้นลดดอกต่อปี

ถึงเราจะเห็นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดนี้ แต่เมื่อบริษัทฯ ต่างๆ ต้องแข่งขันกัน เราเลยเห็นเรทดอกเบี้ยที่หลากหลาย เช่น บางธนาคารระบุว่าดอกเบี้ยขั้นต่ำอยู่ที่ 9% ต่อปี แต่ต้องเป็นกลุ่มรายได้ประจำ 30,000 บาท/เดือนขึ้นไป เป็นต้น

สุดท้ายนี้ การขอสินเชื่อและการจำนำทองนั้นต่างก็มีข้อดี และข้อเสียต่างกัน อยู่ที่เรารับกับเงื่อนไขไหนได้ และวางแผนจะจ่ายคืนอย่างไร

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย, Easy Money [1] ,โรงรับจำนำ กทม.,โรงรับจำนำของรัฐ, Cash Express

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มีทองอยู่ในมือ แต่ต้องรีบใช้เงิน จะเลือก “จำนำ” หรือ “ขาย” ดีกว่ากัน?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...