“กต.” ย้ำไม่รวมภาษี-ชายแดนเข้าด้วยกัน ขอสหรัฐฯ กดดัน “กัมพูชา” ไม่ขวางกู้ระเบิด ลั่นไม่ให้ค่าข่าวปลอม เหตุสืบข้อเท็จจริงและพบว่าไม่เป็นความจริง
“กต.” ย้ำไม่รวมภาษี-ชายแดนเข้าด้วยกัน ขอสหรัฐฯ กดดัน “กัมพูชา” ไม่ขวางกู้ระเบิด ลั่นไม่ให้ค่าข่าวปลอม เหตุสืบข้อเท็จจริงและพบว่าไม่เป็นความจริง
วันที่ 19 พ.ย. 2568 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูล อธิบดีกรมสาระนิเทศ ในฐานะ โฆษก กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาซึ่งมีสามประเด็นคือ การลงพื้นที่ของผู้สังเกตการณ์ ของคณะเอโอทีบริเวณห้วยตามาเรียและบ้านหนองหญ้าแก้วนั้นยังมีการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งสะท้อนความจริงใจที่เปิดเผยและโปร่งใส โดยคณะเอโอทีได้ลงพื้นที่ช่องอานม้าเพื่อตรวจสอบกรณีทหารไทยเหยียบกับดักระเบิดและวันเดียวกันนั้นได้ลงพื้นที่อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจสอบจุดที่พบทุ่นระเบิดที่มีการหยอดกาวเพื่อขัดขวางการถอดสลัก โดยสะท้อนถึงท่าทีการปฎิบัติของกัมพูชาอย่างชัดเจน และเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมาคณะเอโอทีได้ลงพื้นที่อ.กาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจสอบสถานการณ์กู้ระเบิดและการระเมิดข้อตกลงของกัมพูชา
ส่วนเรื่องต่อมาเป็นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและการบิดเบือนข้อมูลของกัมพูชา ซึ่งนอกเหนือจากการเผยแพร่ข้อมูลสามกรณีที่ผ่านมาไม่ว่าจะจะเป็นเรื่องการกล่าวหาไทยเหยียบกับระเบิดเอง หรือการกล่าวหาว่าประเทศไทยเปิดฉากโจมตีที่ชายแดนบ้านหนองแก้วและการนำส่งเจริญสุขของกัมพูชาไปห้างนั้นกัมพูชาก็ยังใช้สงครามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องโดยเผยแพร่ข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนอย่างเป็นระบบ ซึ่งตนขอยกตัวอย่างข่าวปลอมสองเรื่องคือการกล่าวหาว่าทหารไทยกำลังเตรียมการ โจมตีพื้นที่ในจังหวัดโพธิสัตว์ของกัมพูชาโดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่มีการปะทะใดเกิดขึ้น
ส่วนเรื่องต่อมาคือฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าไทยล่วงละเมิดผู้ต้องหาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายที่จังหวัดจันทบุรีในกรณีนี้ขอประณามการกล่าวหากัมพูชาซึ่งไร้หลักฐานรองรับ และมีจุดประสงค์เพื่อทำลายภาพลักษณ์ของไทยในสายตาต่างประเทศ ซึ่งเรายืนยันว่าไม่พบความผิดปกติเหตุการณ์ตามที่กล่าวหาและไม่มีทหารไทยใดที่มีพฤติกรรมตามที่สื่อของกัมพูชากล่าวอ้าง การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไทยเป็นไปตามกฏหมายไทยหลักสิทธิมนุษยชน เคารพศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์แม้จะอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีหรือการเข้ามาทำงานผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ไทยจะให้พักพิงและดูแลความปลอดภัยจัดอาหารให้ครบทุกมื้อก่อนดำเนินการตามขั้นตอนส่งกลับอย่างเป็นระบบและมีหน่วยงานต่างๆร่วมภารกิจอย่างมีเอกภาพและโปร่งใส
ที่สำคัญคือการดำเนินการมีแนวปฏิบัติที่มีมีมาตรฐานชัดเจน การบริหารจัดการกับผู้หลบหนีเข้าเมืองเป็นกลุ่ม คือ การดำเนินการเหล่านี้ไม่มีการให้อยู่เพียงลำพังตลอดการดูแลผู้หลบหนีเข้าเมือง ตนขอใช้โอกาสนี้ยอมรับว่าประเทศไทยเคารพและยึดมั่นในกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม โดยใช้เป็นภาคีสำคัญแปดฉบับจากทั้งหมดเก้าฉบับและให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ผู้หนีภัยและการสู้รบจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงไทยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ 2 วาระ และการปฏิบัติการพันธะกรณีและคำมั่นสิทธิมนุษยชนได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งจากภาครัฐและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ฝ่ายไทยจึงไม่ให้ค่ากับข้อกล่าวหาดังกล่าวซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลและมีเจตนาร้าย
“ในสถานการณ์ปัจจุบันที่สงครามข้อมูลข่าวสารประทุขึ้นขอความร่วมมือประชาชนให้ระมัดระวังในการบริโภคข่าวสารโดยสามารถตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวได้และขอความร่วมมือสื่อมวลชนตรวจสอบข้อมูลข่าวสารอย่างถี่ถ้วนก่อนนำเสนอรายงานข่าวเพื่อหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวปลอมและสร้างความเข้าใจผิดและความเสียหายโดยไม่ได้ตั้งใจ” นายนิกรเดช กล่าว
ส่วนการประสานงานระหว่างไทยและสหรัฐหลังจาก นายกรัฐมนตรี หารือทางโทรศัพท์ กับประธานาธิบดีทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เมื่อวานนี้ได้มีหนังสืออีกฉบับจากนายกรัฐมนตรีถึงประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อยืนยันถึงข้อตกลงไทยกับกัมพูชาและขอให้ไม่ขัดขวางการเก็บคู่ทุ่นระเบิดของไทย รวมถึงแสดงความจริงใจที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงนี้โดยกลับสู่เส้นทางสันติภาพร่วมกับไทย ซึ่งท่าทีไทยในสถานการณ์ชายแดนกับการเจรจาทางการค้ายังเหมือนเดิม คือประเทศไทยถือว่าสองประเด็นนี้เป็นประเด็นที่แยกออกจากกัน ในขณะที่ประเด็นแรกเป็นเรื่องความมั่นคงแต่ประเด็นหลักเป็นเรื่องของการค้าในทวิภาคี ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างไทยและสหรัฐ
ฝ่ายไทยไม่เห็นด้วยกับสองเรื่องนี้ที่จะนำมารวมกันและหากสหรัฐจะมีมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในเรื่องนี้เราก็ขอให้สหรัฐกดดันไปยังกับกัมพูชาให้ปฏิบัติตามข้อตกลง ขอให้มั่นใจว่าหน่วยงานไทยทุกหน่วยงานจะปฏิบัติและดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของไทย