“พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช” เจ้านายไทยในทัพอากาศอังกฤษ ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2
“พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช” เชื้อพระวงศ์ไทยในกองบินขับไล่ สังกัดกองทัพอากาศหลวงของอังกฤษ กับบทบาทด้านการทหาร เพื่อช่วยฝ่ายสัมพันธมิตรรบกับฝ่ายอักษะ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย (พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 ประสูติแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ) กับหม่อมระวี ไกยานนท์ ประสูติเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2465
เนื่องจากพระบิดาสิ้นพระชนม์ตั้งแต่พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัชยังทรงพระเยาว์ “ทูลกระหม่อมอา” คือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 จึงทรงรับไปประทับด้วยตั้งแต่พระชันษา 4 ปี พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ที่ทรงเป็นพระราชนัดดารัชกาลที่ 5 ด้วยกันเล่าว่า พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัชมีพระโฉมละม้ายคล้ายพระชนกมาก จนรัชกาลที่ 7 ทรงเรียกว่า “พี่ติ๋ว”ตามพระนามลำลองของกรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย
พ.ศ. 2477 หลังสยามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัชได้ตามเสด็จรัชกาลที่ 7 ไปยุโรป และประทับอยู่ ณ ประเทศอังกฤษตั้งแต่นั้นเป็นเวลาถึง 25 ปี ซึ่งขณะที่พระองค์ทรงศึกษาวิชาแพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็อุบัติขึ้น
ตอนนั้นเอง เรื่องราวของพระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช พระบรมวงศานุวงศ์ไทย แต่ร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 ในภาคพื้นทวีปยุโรป ด้วยการสังกัดกองทัพอากาศอังกฤษ ได้เริ่มขึ้น
เมื่อญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในไทยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัชทรงตัดสินพระทัยสมัครเข้ากองทัพอากาศหลวง (Royal Air Force) ของอังกฤษ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2485 และได้ยศ “สิบตรี”วันเดียวกันของปีต่อมา ทรงติดปีกบินให้ หน่วยบินขับไล่สปิตไฟร์ (Spitfire)และร่วมศึกยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี จากความสำเร็จใน “D-Day”ของฝ่ายสัมพันธมิตร วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2487
หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์เจ้านายอีกพระองค์ที่เสด็จประทับประเทศอังกฤษ และได้สมัครเป็นทหารเช่นกัน (สังกัดกองทัพบก) ทรงบันทึกถึงบทบาทของพระองค์เจ้าวรานนท์ธวัชช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่า
“พระองค์ชายเรียนสำเร็จเป็นนายเรืออากาศประจำหน่วยบินขับไล่สปิตไฟ (Spitfire) ได้ร่วมศึกขึ้นฝั่ง ‘นอร์แมนดี’ ได้ทำบาปมากพอสมควรคือดิ่ง ‘สปิตไฟ’ ติดปืน 40 มิลลิเมตร 4 กระบอก ยิงรถถังและขบวนรถไฟส่งกำลังบำรุงของเยอรมันระเบิดไปเป็นสิบ ๆ คัน
พอชักจะรู้สึกเสียดายว่ายังไม่ได้ทำงานให้เมืองไทยเลย องค์ชายก็ได้คำสั่งให้ย้ายไปประจำที่อินเดีย ให้บินเครื่อง ‘ไลแซนเดอร์’ (Lysander) เป็นเครื่องบินที่หวังกันว่าจะได้ใช้ไปรับบุคคลสำคัญหรือสายลับจากเมืองไทยได้ ใช้ประสานงานกับกองทัพบกและหน่วยสงครามพิเศษ
ผมได้พบกับท่านอีกที่เมือง ‘กัลละกัตตา’ (Calcutta) ก่อนที่ผมจะกระโดดร่มลงที่สุโขทัย ปรากฏว่าท่านพระองค์ชาย ซึ่งเป็นนักบินขับไล่หน่วยสปิตไฟแห่งทัพฟ้าหลวง จะต้องกลายเป็นพลร่มเหมือนผมเสียแล้ว ท่านกระโดดลงไปประจำอยู่กับหน่วยเสรีไทย (สายอังกฤษ) ทางภาคตะวันออก
ท่านภาคภูมิพระทัยมากว่าในที่สุด ท่านได้เอาชีวิตมาเสี่ยงภัยให้เมืองไทยในเมืองไทยแล้ว ได้รับใช้เมืองไทยโดยตรง สมดังที่ท่านตั้งพระทัยไว้ในวันที่ท่านรีบไปสมัครเป็นนักบิน โดยไม่ทันคิดว่าอาจถูกเยอรมันยิ่งร่วงลงมาในยุโรปเสียก่อน ท่านดีพระทัยที่ได้มาร่วมงานกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 136 (Force 136) อยู่หลายเดือนก่อนที่อเมริกาจะเอาระเบิดปรมาณูไปหยอดที่ฮิโรชิมะกับนางาซากิ…”
หลังช่วยงานหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 136 ของคณะเสรีไทย พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัชทรงกลับมาประจำกองทัพอากาศหลวงของอังกฤษอีกครั้งตอนปลายปี 2488
ในบทความ “เจ้าชายนักบิน : พระองค์วรานนท์ฯ ภาคพื้นดินและในอากาศ”ที่พระองค์ให้สัมภาษณ์กับ Teresita M. Padilla (ดร.ขวัญดี อัตทวุฒิชัย แปลและเรียบเรียง) ทรงเผยว่า วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 คือวันที่ฝูงบิน 132 ที่ทรงสังกัดประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะสามารถทำลายเครื่องบินศัตรูได้ 6-8 ลำ กับอีก 3 ลำที่ถูกทำลายบางส่วน รับสั่งว่า
“ผมเองไม่ได้แม้แค่เฉียดกับอันตราย… ผ่านสงครามครั้งนั้นมาโดยไม่ได้เสียแม้แต่เลือดกำเดา”
ตลอดเวลา 18 ปีในกองทัพอากาศอังกฤษ ทรงมีโอกาสได้ประจำเครื่อง Meteor, Vampire, Venom, Javeline, de Havilland และ Mosquito ทั้งทรงได้รับคัดเลือกให้แสดงการบินเฉลิมพระเกียรติเหนือกรุงลอนดอน ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2ในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2496
พระองค์ทรงประสบอุบัติเหตุทางการบินเพียงครั้งเดียว คือเหตุเครื่อง Mosquito ตกใน พ.ศ. 2501 จากคำสั่งให้ไปถ่ายภาพทางอากาศเหนือเมืองมิวนิค
เหตุการณ์ดังกล่าว คนนำทางที่ร่วมบินไปกับพระองค์เสียชีวิต ส่วนพระองค์กระดูกหลังหัก ต่อมาทรงลาออกจากกองทัพอากาศเมื่อ พ.ศ. 2503 โดยมียศสุดท้ายคือ “เรืออากาศเอก”
หลังจากเสด็จกลับเมืองไทย พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัชทรงเป็นนักบินบริษัทการบินไทยในตำแหน่งกัปตัน และทรงก่อตั้งสายการบิน “แอร์สยาม” เมื่อ พ.ศ. 2508 ก่อนจะทรงลาออกมาเป็นที่ปรึกษากองการบินของกองการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และทรงกลับมาเป็นนักบินการบินไทยอีกครั้ง
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช ประชวรด้วยโรคมะเร็งปอด และสิ้นพระชนม์อย่างสงบเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2533 สิริพระชันษา 68 ปี
อ่านเพิ่มเติม :
- เสรีไทยสายนิสิตจุฬาฯ รับบทบาทอะไร? ในสงครามโลกครั้งที่ 2
- ข้อเท็จจริงที่ทำให้ไทย “ไม่แพ้” ใน “สงครามโลกครั้งที่ 2” ไม่ใช่เพราะไทย เพราะนโยบายสหรัฐ?
- ภารกิจ ‘เสรีไทย’ เก็บอาวุธจากร่มยุทธภัณฑ์ สร้างสนามบินลับ ถึงการฝึกทหารเสรีไทย
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
วัดบวรนิเวศวิหาร.พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช.อนุสรณ์ในงานเสด็จพระราชทานเพลิงศพ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช วัดเทพศิรินทราวาส 8 ธันวาคม พ.ศ. 2533.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช” เจ้านายไทยในทัพอากาศอังกฤษ ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com