โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"ลุงหน่อย" สุดทน ไม่หวังพึ่งรัฐ เหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ มองช่วยเหลือไม่ทั่วถึง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 04.02 น.

"ลุงหน่อย" สุดทน ไม่หวังพึ่งรัฐ เหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ มองช่วยเหลือไม่ทั่วถึง เหตุเป็นเพียงผู้เช่าบ้าน ลั่น อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป บอก พูดมากไม่ได้ เดี๋ยวติดคุก

วันที่ 2 ธ.ค. 68 ทีมข่าว The Room44 ได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งได้พบกับ “ลุงหน่อย” ที่พักอยู่บริเวณถนนโชคสมาน5 ซอย9 โดยลุงหน่อยเล่าว่า ตนไม่คิดว่าน้ำจะท่วมจึงไม่ค่อยได้เก็บของเท่าไหร่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวน้ำไม่เคยท่วมขนาดนี้ แต่เมื่อน้ำท่วมไปถึงประมาณครึ่งเอว ระดับน้ำก็ลดลงไปครั้ง ตนก็ใจเย็นอยู่ คนสุดท้ายน้ำขึ้นมารอบสองตนก็นั่งเฝ้าอยู่และเห็นว่าระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยเรื่อยจึงปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคา ก่อนจะไปหลังคาไปอาศัยเพื่อนบ้านที่มีชั้น2 หากไม่มีเพื่อนบ้านตนก็ไม่รู้จะอยู่ที่ไหน เพราะน้ำเชี่ยวมาก ก็จนปัญญาแล้วเหมือนกัน โดยน้ำท่วมครั้งนี้เข้าของเครื่องใช้ต่างๆไม่เหลืออะไรเลย เสียเสียหายไปกับน้ำหมด เพราะตนก็ไม่คิดว่าระดับน้ำจะท่วมถึงหลังคา โดยสิ่งของสำคัญตนก็ได้ยกขึ้นที่สูงไว้หมดแล้ว แต่ก็ไม่พ้นกับระดับน้ำ แต่ต้นก็ยังสู้ สู้ต่อไปหลังจากนี้

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับการบริหารของเทศบาลนครหาดใหญ่กับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ลุงหน่อย เปิดเผยว่า กี่โมงแล้วมองแล้วไม่กระตือรือร้น เหมือนอยู่ตัวใครตัวมัน ตนไม่ได้ว่าแต่เป็นการเปรียบเทียบ ต่างคนต่างอยู่ หน้าที่ของเขาเราก็ไม่รู้ แต่ในความรู้สึกของเรารู้สึกว่าตัวใครตัวมัน อยู่ก็อยู่หากไม่อยู่ก็ไป เหมือนความช่วยเหลือเข้าไม่ถึงหรือความพยายามอาจจะยังไม่สุดขีด จะช่วยเหลือแค่บางกลุ่ม ตนก็เสียความรู้สึก แต่ก็เป็นของธรรมดา

ในส่วนของความช่วยเหลือจากรัฐบาลนั้น ลุงหน่อย มองว่า หวังยาก รัฐบาลมีกฎเกณฑ์ แต่ความคิดที่จะช่วยจริงๆกลับไม่มี ได้แต่รับปากแต่ก็ไม่เคยได้ รับปากให้มีกำลังใจ ให้สู้ สุดท้ายของจริงกลับไม่มีอะไร ทุกอย่างตนพูดจากใจจริง จากที่เคยเจอมาสารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเจออะไรเราก็ดิ้นรนของเราเองทุกอย่าง เพราะสุดท้ายแล้วก็ได้แต่คำพูดของเขา หลังจากนี้คงไม่หวังพึ่งใคร สู้ของตัวเองไปเรื่อย แต่จะให้ไปหวังรัฐบาลนั้นก็หวังยาก อย่าไปหวังอะไรเลย

สำหรับการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9000 บาทนั้น ลุงหน่อย เล่าว่า ตนเป็นผู้เช่า เงิน 9000 บาทนั้นก็จะได้เจ้าของบ้านไม่ใช่ผู้เช่า เหมือนตนก็เสียหายฟรีๆ เพราะเจ้าของบ้านเองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน ถามว่าผู้เช่าเขาจะยอมหรือไม่ที่จะให้เงิน 9000 บาทนั้นกับเรา พร้อมต่างคนต่างเสียหายทั้งคู่ ส่วนคนที่เช่าแบบตนก็ต้องสูญเปล่าหาเองและดิ้นรนเอง หากกู้เงินได้ก็จะกู้ ไปหากกู้ไม่ได้ก็ต้องสู้ไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ต้องเจรจากับเจ้าหนี้ไปเรื่อย หากได้ตนก็จะประกอบอาชีพต่อ แต่หากไม่ได้ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน เพราะเหตุการณ์แบบนี้ก็เข้าใจว่าเขาคงให้ไม่ไหว หากมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำสองอีกเราไม่ได้หมดตัวแค่คนเดียว แต่เจ้าหนี้ที่ปล่อยกู้มาก็หมดตัวด้วย

เมื่อถามว่าหลังจากนี้มีการวางแผนที่จะค้าขายเหมือนเดิมหรือไม่ ลุงหน่อย ระบุว่า ตนก็อยากวางแผนแต่สิ่งสำคัญคือปัจจัย หลังจากนี้หากเจรจาได้ตนก็สู้ต่อ แต่หากเจรจาไม่ได้ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็ยังต้องจ่าย ทุกอย่างก็ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมด ซึ่งไม่รู้จะเอาทุนที่ไหนมาเริ่มลงทุนใหม่ อีกทั้งยังมีภาระอย่างอื่นหลายอย่าง

เมื่อถามในฐานะผู้เช่าอาศัย อยากให้รัฐบาลช่วยเหลืออะไรหรือไม่ ลุงหน่อย กล่าวว่า ต้นบอกตามตรงว่าไม่ต้องมาช่วย ให้ช่วยเหลือเจ้าของบ้านไป ตนเอาตัวรอดได้ อยู่ได้ก็อยู่อยู่ไม่ได้ก็ไป เพราะการไปพูดขอให้ช่วยเหลือนั้นไม่เคยได้ มีอะไรไม่เคยได้ ทำแต่รับปาก ต้นขอบอกตามตรงว่าที่ช่วยก็มี แต่ก็ก็ช่วยไม่ถึง ตนก็พูดได้แค่นี้ พูดมากไปก็เดี๋ยวติดคุก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...