โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Data Center ของ Amazon ถูกชี้เป้าเป็นตัวเร่งสารพิษพุ่งเกินค่ามาตรฐาน เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง-แท้งลูก

BT Beartai

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 11.37 น.
Data Center ของ Amazon ถูกชี้เป้าเป็นตัวเร่งสารพิษพุ่งเกินค่ามาตรฐาน เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง-แท้งลูก

เขตมอร์โรว์ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา เดิมทีเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งเกษตรกรรมและโรงงานแปรรูปอาหารขนาดใหญ่ แต่ในช่วงหลัง พื้นที่นี้ได้กลายเป็นที่ตั้งของ Data Center จำนวนมากของ Amazon และดูเหมือนว่าการอยู่ร่วมกันของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและเกษตรกรรมในพื้นที่นี้ กำลังก่อให้เกิดวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง เมื่อผู้เชี่ยวชาญและรายงานจาก Rolling Stone เปิดเผยว่า การดำเนินงานของ Amazon อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการปนเปื้อนของ “ไนเตรต” ในน้ำดื่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ นำไปสู่ความเสี่ยงด้านสุขภาพ ทั้งโรคมะเร็งและการแท้งบุตร และมีการตั้งคำถามอย่างหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในพื้นที่

แม้รายงานของ Amazon จะแจ้งว่าไม่ได้ใช้สารไนเตรตที่เป็นอันตรายโดยตรงในกระบวนการทำงาน แต่ระบบระบายความร้อนของ Data Center กลับกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง

เนื่องจาก Data Center สูบน้ำหลายสิบล้านแกลลอนต่อปีจากชั้นหินอุ้มน้ำเพื่อมาระบายความร้อนให้เซิร์ฟเวอร์ เมื่อน้ำถูกนำมาซับความร้อน น้ำส่วนหนึ่งจะระเหยออกไป แต่สารไนเตรตไม่ได้ระเหยไปด้วย ทำให้ปริมาณไนเตรตที่เหลืออยู่ในน้ำมีความเข้มข้นสูงขึ้น น้ำที่ผ่านกระบวนการ ซึ่งเข้มข้นด้วยไนเตรต จะถูกส่งเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียและถูกนำไปใช้ในฟาร์ม แต่เนื่องจากดินทรายในพื้นที่มีความรูพรุนสูง น้ำเหล่านี้จึงไหลย้อนกลับลงสู่ชั้นน้ำใต้ดินที่ชาวบ้านใช้ดื่มกินอย่างรวดเร็ว

ผลลัพธ์คือ ในบ่อน้ำบางแห่งพบค่าความเข้มข้นของไนเตรตสูงถึง 73 ppm (ส่วนในล้านส่วน) ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานความปลอดภัยของรัฐที่กำหนดไว้เพียง 7 ppm ถึง 10 เท่า

ยิ่งบำบัด ยิ่งปนเปื้อน

ความน่ากังวลคือ Amazon มักจะดึงน้ำที่ปนเปื้อนอยู่แล้ว (เกินค่ามาตรฐานรัฐบาลกลาง) มาใช้ และเมื่อผ่านกระบวนการระบายความร้อน น้ำที่ปล่อยออกมาจะมีค่าไนเตรตพุ่งสูงขึ้นไปอีก โดยบางครั้งมีค่าเฉลี่ยสูงถึง 56 ppm หรือเกินเกณฑ์ความปลอดภัยของรัฐโอเรกอนถึง 8 เท่า

เมื่อน้ำเสียเข้มข้นสูงเหล่านี้ถูกปล่อยกลับลงดิน ก็จะไหลวนกลับมาเป็นแหล่งน้ำดิบใหม่อีกครั้ง กลายเป็นวงจรการปนเปื้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ผลกระทบต่อประชากรในพื้นที่

การเพิ่มขึ้นของไนเตรตในน้ำดื่มมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสถิติการเกิดโรคมะเร็งหายาก และอัตราการแท้งบุตรที่สูงขึ้นในพื้นที่ซึ่งสถานการณ์นี้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับวิกฤตน้ำปนเปื้อนที่เมืองฟลินท์ รัฐมิชิแกน เนื่องจากประชากรในเขตมอร์โรว์กว่า 40% อาศัยอยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน

ด้าน Amazon ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข้อกล่าวหานี้ ลิซ่า เลวานดอฟสกี้ (Lisa Levandowski) โฆษกของบริษัทชี้แจงว่ารายงานดังกล่าว “ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและไม่ถูกต้อง” โดยให้เหตุผลหลัก 2 ประการ คือ น้ำที่ Amazon ใช้และปล่อยคืนสู่ระบบเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับระบบน้ำโดยรวม ไม่เพียงพอที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ และปัญหาน้ำใต้ดินในพื้นที่นี้มีมาก่อนที่ AWS จะเข้ามาตั้งฐานการผลิต

ถึง Amazon จะยืนยันว่าไม่ใช่ต้นเหตุ แต่สิ่งที่สังคมยังคงสงสัยคือ จุดกึ่งกลางระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีและสุขภาพของคนในชุมชนอยู่ตรงไหน และบริษัทจะมีแนวทางรับมือหรือเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้อย่างไรบ้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...