โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

บุกจับแก๊งสแกมเมอร์ หลอกเป็นผู้แนะนำการลงทุน ใช้สาวสวยล่อเทรดทองผ่านแอปฯ

สวพ.FM91

อัพเดต 04 ธ.ค. 2568 เวลา 22.59 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2568 เวลา 07.51 น.

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC : ANTI CYBER SCAM CENTER) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.อัคนี ณ บางช้าง สว.กก.4 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ชุดปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 6 ราย

ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ซ่องโจร และฟอกเงิน” พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย

1.เงินสด จำนวน 1,196,100 บาท
2.สร้อยข้อมือทองคำ จำนวน 1 เส้น
3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 7 เครื่อง
4.เครื่องนับเงินสด จำนวน 1 เครื่อง
5.สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 6 เล่ม
6.หนังสือเดินทาง จำนวน 1 เล่ม
7.รถยนต์ จำนวน 2 คัน
8.บัตรกดเงินสด จำนวน 14 ใบ
9.เสื้อผ้าที่ใช้ในวันที่กระทำความผิด 6 ชุด
10. Ipad จำนวน 1 เครื่อง

พฤติการณ์สบเนื่องจาก ผู้เสียหายรู้จักกับหญิงรายหนึ่ง (ผู้ต้องหา) ซึ่งได้ทักเข้ามาพูดคุยทางแชทไลน์ โดยหญิงรายดังกล่าวมีรูปโปรไฟล์เป็นหญิงสาวผิวขาว รูปร่างดี หน้าตาดี แสดงลักษณะเป็นบุคคลที่มี ความน่าเชื่อถือ ชักชวนให้ลงทุนทองคำในตลาดโลก ในลักษณะของการเทรดทองระยะสั้นภายใน 10 – 20 นาที โดยอ้างว่าจะมีบุคคลทำหน้าที่เป็นผู้วิเคราะห์แนวโน้มให้ ผู้เสียหายมีหน้าที่เพียงลงทุนเงินทุน และให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันชื่อ “Binat Thailand” และ “Thai ID” ผ่านลิงก์ที่ส่งมาในไลน์ จนผู้เสียหายหลงเชื่อร่วมลงทุนจำนวนหลายครั้ง เป็นเงินรวมกัน 11,645,000 บาท

ต่อมา เมื่อผู้เสียหายพยายามเปิดเข้าใช้งานแอปพลิเคชันเทรดทองที่หญิงรายนี้เคยส่งมา กลับปรากฏว่า ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ แอปพลิเคชันได้หายไปจากโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย และเมื่อพยายามติดต่อหญิงรายดังกล่าวทางไลน์ ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงเดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมา ฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ได้ส่งมอบข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ให้ทำการสืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บึงกุ่ม เพื่อสืบสวนและพิสูจน์ทราบเกี่ยวกับตัวผู้กระทำความผิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากการสืบสวนพบว่าเครือข่ายคนร้ายได้แบ่งบทบาทหน้าที่กันเป็นขบวนการ ใช้เทคนิคหลบเลี่ยงการตรวจสอบหลายชั้น โดยใช้ 3 ช่องทางหลักในการรับเงินจากผู้เสียหาย คือ

1.โอนเข้าบัญชีธนาคารของม้าแถวที่ 1 ก่อนมีการโอนเงินต่อไปยังต่างประเทศ ผ่านช่องทาง payment gateway และฝากเข้าแพลตฟอร์ม ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เปลี่ยนเงินสดเป็น USDT ก่อนมีการโอนต่อไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้ได้

2. นัดส่งมอบเงินสด กับกลุ่มคนร้ายที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี และกรุงเทพมหานคร ก่อนนำเงินไปส่งมอบให้กับหัวหน้าคนจีน (บอสจีน)

3. โอนเข้าบัญชีธนาคารของกลุ่มขบวนการรับจ้างถอนเงินสด เพื่อเบิกถอนผ่านเจ้าหน้าที่ธนาคารของธนาคารเจ้าของบัญชี ก่อนนำเงินไปส่งมอบให้กับหัวหน้าคนจีน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บึงกุ่ม ทำการสืบสวนขยายผล จนสามารถออกหมายจับผู้กระทำความผิดได้จำนวน 7 คน ก่อนร่วมกันจับกุมตัวได้ ในหลายพื้นที่ ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มผู้กระทำความผิดได้ดังนี้

1.กลุ่มบัญชีม้า จำนวน 1 คน

2.กลุ่มผู้มารับเงินสด จากผู้เสียหาย จำนวน 1 คน คือ

3.กลุ่มขบวนการเบิกถอนเงินสด จากผู้เสียหาย จำนวน 5 คน

ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพ และ ปฏิเสธบางคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...