บาเยิร์นแรงต่อเนื่องหลังบุกเชือดเปแอสเช - ลิเวอร์พูลชนะมาดริด แชมเปียนส์ ลีก
บาเยิร์น มิวนิก ยืดสถิติชนะรวดในฤดูกาลนี้ต่อไป หลังบุกเฉือนปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้านลิเวอร์พูลเปิดบ้านเฉือนชนะเรอัล มาดริด ในรอบลีกศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2025-26 รอบลีก เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เก่าจากฝรั่งเศส เปิดสนามปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ รับการมาเยือนของ “เสือใต้”บาเยิร์น มิวนิก จากเยอรมนี
เริ่มเกมมาเพียง 4 นาที แซร์ช กนาบรี ดีดบอลจังหวะเดียวให้ ไมเคิล โอลิเซ มีช่องกระชากบอลหลุดเข้าเขตโทษแล้วยิงไปติดเซฟนายทวาร ลูกกระดอนมาเข้าทาง หลุยส์ ดิอาซ ยิงซ้ำอีกทีเข้าประตูไป บาเยิร์นออกนำ 1-0
นาที 22 บราดเลย์ บาร์กโกลา ตักบอลลอยไปด้านซ้ายของเขตโทษ ฟาเบียน รุยซ์ ที่อยู่ตรงนั้นจึงหวดต่อจังหวะเดียวให้ อุสมาน เดมเบเล ใช้หน้าอกกระแทกลูกระยะเผาขนเข้าไป แต่ผลการเช็กวีเออาร์พบว่าเดมเบเลล้ำหน้าก่อน เปแอสเชจึงชวดตีเสมอ
นาที 31 บาเยิร์นเกือบได้อีกประตู หลุยส์ ดิอาซ ไหลบอลให้ แซร์ช กนาบนี มีพื้นที่ได้ง้างไกยิงจากบริเวณหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเรียดผ่านมือนายทวารไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย
นาที 32 มาร์กินญอส ตัดบอลได้บริเวณหน้าเขตโทษตัวเองแล้วมัวเงื้อง่าราคาแพง หลุยส์ ดิอาซ จึงปราดเข้าฉกบอลจากเท้าแล้วกระชากเข้าไปยิงในเขตโทษไม่มีเหลือ บาเยิร์นทิ้งห่าง 2-0
นาที 45+7 ผู้ตัดสินดูวีเออาร์จังหวะที่ หลุยส์ ดิอาซ ไปเสียบใส่ อัชราฟ ฮาคิมี แล้วมองว่าดิอาซเล่นอันตรายเกินเหตุ จึงเปลี่ยนโทษจากใบเหลืองกลายเป็นใบแดงไล่ดิอาซออกจากสนามทันที บาเยิร์นเหลือผู้เล่น 10 คน แต่เป็นฝ่ายนำเมื่อจบครึ่งแรก 2-0
ครึ่งหลังนาที 74 อี คัง-อิน ได้บอลบริเวณหน้าเขตโทษเยื้องไปทางขวา ก่อนเปิดด้วยซ้ายไปหน้าประตูให้ ชูเอา เนเวส ตวัดยิงเข้าประตูไป เปแอสเชไล่มาเป็น 1-2
หลังจากนั้นเปแอสเชพยายามเดินเกมรุกเต็มสูบหวังตีเสมอให้ได้ แต่เกมรับบาเยิร์นก็ต้านทานไว้ได้หมด จบเกม “เสือใต้” บุกชนะ 2-1 ทำให้ยังรักษาสถิติชนะรวดในรอบลีกนี้ไว้ได้ต่อไป และทีมยังชนะต่อเนื่องรวมทุกรายการเป็น 16 แมตช์ติดกันแล้ว
(REUTERS/Phil Noble)
ทางด้าน “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ เปิดสนามแอนฟิลด์ เฉือนชนะ “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด จากสเปน 1-0 ทำให้ลิเวอร์พูลไต่อันดับขึ้นมาเกาะกลุ่มเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว
เจ้าบ้านได้ประตูจาก อเล็กซิส แม็กอัลลิสเตอร์ นาที 61
ผลคู่อื่น
นาโปลี (อิตาลี) เสมอ ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) 0-0, สลาเวีย ปราก (สาธารณรัฐเช็ก) แพ้ อาร์เซนอล (อังกฤษ) 0-3, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (อังกฤษ) ชนะ เอฟซี โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) 4-0
ยูเวนตุส (อิตาลี) เสมอ สปอร์ติง ลิสบอน (โปรตุเกส) 1-1, แอตเลติโก มาดริด (สเปน) ชนะ อูนิยง แซงต์. ชิลลัวส์ (เบลเยียม) 3-1, โบโด/กลิมต์ (นอร์เวย์) แพ้ โมนาโก (ฝรั่งเศส) 0-1, โอลิมเปียกอส (กรีซ) เสมอ พีเอสวี (เนเธอร์แลนด์) 1-1
อันดับบนตารางคะแนน
กลุ่มโควตาเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย
1. บาเยิร์น มิวนิก (4 นัด - 12 คะแนน), 2. อาร์เซนอล (4 นัด - 12 คะแนน), 3. ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (4 นัด - 9 คะแนน), 4. อินเตอร์ มิลาน (3 นัด - 9 คะแนน)
5. เรอัล มาดริด (3 นัด - 9 คะแนน), 6. ลิเวอร์พูล (4 นัด - 9 คะแนน), 7. ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (4 นัด - 8 คะแนน), 8. โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ (3 นัด - 7 คะแนน)
กลุ่มโควตาเข้ารอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์
9. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (3 นัด - 7 คะแนน), 10. สปอร์ติง ลิสบอน (4 นัด - 7 คะแนน), 11. นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (3 นัด - 6 คะแนน), 12. บาร์เซโลนา (3 นัด - 6 คะแนน)
13. เชลซี (3 นัด - 6 คะแนน), 14. แอตเลติโก มาดริด (4 นัด - 6 คะแนน), 15. การาบัก (3 นัด - 6 คะแนน), 16. กาลาตาซาราย (3 นัด - 6 คะแนน)
17. พีเอสวี (3 นัด - 5 คะแนน), 18. โมนาโก (4 นัด - 5 คะแนน), 19. อตาลันตา (3 นัด - 4 คะแนน), 20. ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต (4 นัด - 4 คะแนน)
21. นาโปลี (4 นัด - 4 คะแนน), 22. โอลิมปิก มาร์กเซย (3 นัด - 3 คะแนน), 23. ยูเวนตุส (4 นัด - 3 คะแนน), 24. คลับ บรูช (3 นัด - 3 คะแนน)
กลุ่มตกรอบ
25. แอธเลติก บิลเบา (3 นัด - 3 คะแนน), 26. อูนิยง แซงต์. ชิลลัวส์ (4 นัด - 3 คะแนน), 27. โบโด/กลิมต์ (4 นัด - 2 คะแนน), 28. ปาฟอส (3 นัด - 2 คะแนน), 29. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (3 นัด - 2 คะแนน), 30. สลาเวีย ปราก (4 นัด - 2 คะแนน)
31. โอลิมเปียกอส (4 นัด - 1 คะแนน), 32. บียาร์เรอัล (3 นัด - 1 คะแนน), 33. เอฟซี โคเปนเฮเกน (4 นัด - 1 คะแนน), 34. ไครัต อัลมาตี (3 นัด - 1 คะแนน), 35. เบนฟิกา (3 นัด - 0 คะแนน), 36. อาแจ็กซ์ (3 นัด - 0 คะแนน)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บาเยิร์นแรงต่อเนื่องหลังบุกเชือดเปแอสเช - ลิเวอร์พูลชนะมาดริด แชมเปียนส์ ลีก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th