โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แก๊งสแกมเมอร์ค่ายกัมพูชา-ลาว-เมียนมา ระส่ำ! “สหรัฐ” ตั้งหน่วยล่าพิเศษปราบอาชญากรรมไซเบอร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 15.11 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 08.11 น.

สหรัฐ ตั้ง "หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามศูนย์หลอกลวง" รับมือแก๊งสแกมเมอร์อาเซียน หลังชาวอเมริกันเสียหายเกือบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์/ปี พร้อมกวาดล้างโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อให้คนร้ายปฏิบัติการ

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.41 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐประกาศจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามศูนย์หลอกลวง (Scam Center Strike Force) เพื่อรับมือกับการเพิ่มขึ้นของการฉ้อโกงการลงทุนคริปโตฯ ที่ดำเนินการโดยองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่าหน่วยเฉพาะกิจระหว่างหน่วยงานนี้มีเป้าหมายเพื่อสืบสวน ขัดขวาง และดำเนินคดีกับขบวนการหลอกลวงที่รุนแรงที่สุด ซึ่งประเมินว่าทำให้ชาวอเมริกันสูญเสียเงินเกือบ 10,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

ขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้ดำเนินงานจากค่ายในกัมพูชา ลาว และเมียนมา โดยในบางพื้นที่ รายได้จากการหลอกลวงคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของ GDP ท้องถิ่น ผู้เสียหายในสหรัฐมักถูกหลอกให้โอนเงินไปยังเว็บไซต์หรือแอปลงทุนคริปโตปลอม ซึ่งโฮสต์อยู่บนระบบของบริษัทอเมริกัน ก่อนที่เงินจะถูกฟอกออกไปยังต่างประเทศ

ทั้งสหรัฐและจีนได้กดดันให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จัดการปราบปรามปฏิบัติการเหล่านี้ เนื่องจากพลเมืองของทั้งสองประเทศตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ไทยได้ส่งผู้ต้องสงสัยเชื้อสายจีนสัญชาติกัมพูชาซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับศูนย์หลอกลวง ให้ทางการจีนตามคำร้องขอของปักกิ่ง

Jeanine Pirro อัยการสหรัฐ เขตโคลัมเบีย เน้นย้ำบทบาทของกลุ่มอาชญากรรมที่เป็นชาวเชื้อสายจีนหรือพลเมืองจีนจำนวนมาก ซึ่งถูกผลักออกจากแผ่นดินใหญ่หลังจากจีนกวาดล้างธุรกิจพนันและการหลอกลวง

“สถานการณ์นี้ถือเป็นการถ่ายโอนความมั่งคั่งครั้งใหญ่จากคนอเมริกันไปสู่กลุ่มอาชญากรรมจีน ถือเป็นปัญหาด้านความมั่นคงแห่งชาติและความมั่นคงภายในประเทศ”

หน่วยเฉพาะกิจจะมุ่งจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐ ซึ่งเอื้อให้เกิดการหลอกลวง เช่น บัญชีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมที่ใช้โดยคนร้าย และจะร่วมมือกับบริษัทอเมริกันเพื่อตัดการเชื่อมต่อกับศูนย์หลอกลวงในต่างประเทศ

ความพยายามนี้นำโดยสำนักงานอัยการสหรัฐ เขตโคลัมเบีย ฝ่ายอาญาของกระทรวงยุติธรรม FBI และหน่วยสืบราชการลับ (Secret Service) จนถึงขณะนี้หน่วยเฉพาะกิจได้ยึดและริบเงินคริปโตฯ มากกว่า 400 ล้านดอลลาร์ และประกาศเริ่มกระบวนการริบเพิ่มเติมอีก 80 ล้านดอลลาร์เพื่อคืนให้ผู้เสียหาย

ประธานกลุ่ม Prince Group บริษัทใหญ่ของกัมพูชา ถูกตั้งข้อหาเมื่อเดือนที่แล้วโดยรัฐบาลสหรัฐ ในข้อหาดำเนินอาณาจักรฉ้อโกงไซเบอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งนำไปสู่การยึดบิตคอยน์มูลค่าราว 15,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอัยการระบุว่าเป็นการริบสินทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ในอีกด้านหนึ่ง สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้ขึ้นบัญชีคว่ำบาตรกองกำลังกะเหรี่ยงคุณธรรมเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) ของเมียนมา และผู้นำระดับสูง 4 ราย จากการสนับสนุนศูนย์หลอกลวงที่มุ่งเป้าชาวอเมริกัน

ขณะเดียวกันรัฐบาลทหารเมียนมาได้ควบคุมตัวชาวต่างชาติจำนวนหลายพันคนในปีนี้ในข้อหาเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ และประกาศแผนทำลายอาคารกว่า 600 หลังที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายเหล่านี้

ธัน เสว่ รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา เปิดเผยว่าในช่วงสองปีจนถึงเดือนพฤศจิกายน มีชาวต่างชาติ 67,982 คนจาก 52 ประเทศ ที่ลักลอบเข้าสู่เมียนมาผ่านประเทศเพื่อนบ้านถูกส่งตัวออกนอกประเทศ โดยกลุ่มอาชญากรรมและกลุ่มติดอาวุธเหล่านี้ได้รับบริการอินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า และบริการทางการเงินจากประเทศเพื่อนบ้าน และเรียกร้องความร่วมมือข้ามพรมแดนที่เข้มแข็งขึ้นในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...