Visa ทดสอบจ่ายเงินผ่าน Stablecoin ส่งตรงถึงกระเป๋าคริปโตฯ รองรับแรงงานอิสระ–ครีเอเตอร์ทั่วโลก
Visa เดินหน้าทดสอบระบบจ่ายเงินยุคใหม่ เปิดทางให้ธุรกิจส่งเหรียญ Stablecoin เข้ากระเป๋าคริปโตฯของผู้ใช้งานโดยตรง ครอบคลุมกว่า 195 ประเทศทั่วโลก รองรับแรงงานอิสระ–ครีเอเตอร์ทั่วโลก
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัทVisa Inc. อยู่ระหว่างทดสอบระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่เปิดให้ธุรกิจสามารถ ส่งเหรียญ Stablecoin โดยตรงไปยังกระเป๋าเงินคริปโตของผู้ใช้ทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มแรงงานอิสระ (gig workers) และครีเอเตอร์ดิจิทัลในตลาดเกิดใหม่ ที่นิยมใช้เหรียญดิจิทัลซึ่งมีมูลค่าคงที่เทียบเท่าเงินสกุลปกติ (fiat-backed tokens)
โครงการนำร่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของบริการVisa Direct ซึ่งเป็นระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์ของVisa ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถโอนเงินได้กว่า 195 ประเทศทั่วโลก โดยในขั้นทดลองจะใช้เหรียญ USDC Stablecoin ที่มีมูลค่าคงที่เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งออกโดยบริษัท Circle Internet Group Inc.
บริการนี้จะช่วยให้แพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ สามารถโอนเงินให้กับผู้สร้างคอนเทนต์หรือแรงงานอิสระได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น TikTok ที่จ่ายรางวัลให้ครีเอเตอร์ตามยอดเข้าชมวิดีโอ หรือแพลตฟอร์มอย่าง Uber และ DoorDash ที่ต้องโอนรายได้ให้กับพนักงานขับรถทั่วโลก อีกทั้งยังสามารถใช้จ่ายในลักษณะเดียวกันกับ การจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ (vendor payments) ได้ด้วย
นาย Mark Nelsen หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ด้านธุรกิจและการโอนเงินของVisa กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า “เราไม่ได้พยายามเลือกผู้ชนะในตลาดคริปโต แต่ต้องการให้ผู้ส่งและผู้รับมีทางเลือกที่ยืดหยุ่นที่สุด จะรับเงินผ่านบัตร ผ่านบัญชีธนาคาร หรือผ่านกระเป๋า Stablecoin ก็ได้ทั้งหมด”
บริษัทฟินเทคจำนวนมากมองว่า Stablecoin เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเก็บมูลค่า โดยเฉพาะในประเทศที่ค่าเงินท้องถิ่นมีความผันผวน เหรียญประเภทนี้ออกแบบให้มีมูลค่าเทียบเท่าเงินดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 1:1 โดยมีการสำรองเงินสดและพันธบัตรระยะสั้นเพื่อค้ำประกัน จึงถูกมองว่าเป็นเครื่องมือช่วยเสริมความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองของโลก
นาย Nelsen กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลายคนในประเทศที่ค่าเงินอ่อน ต้องการรับรายได้เป็น Stablecoin เพราะสกุลเงินท้องถิ่นไม่มั่นคงพอ ในขณะที่ผู้บริโภคในสหรัฐส่วนใหญ่แทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Stablecoin คืออะไร เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ในตลาดเกิดใหม่ ความต้องการเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่นั้นมีสูงมาก”
เขายกตัวอย่างประเทศอย่างโบลิเวีย ซึ่งค่าเงินโบลิเวียโนเผชิญภาวะเงินเฟ้อสูงสุดในรอบหลายสิบปี ทำให้การใช้งาน Stablecoin ในปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทั้ง Visaและ Mastercard ต่างเร่งผนวกการใช้ Stablecoin เข้ากับบริการหลักของตนเอง โดยก่อนหน้านี้ Visa Direct ได้เริ่มทดลองให้ลูกค้าสามารถ เติมเงินล่วงหน้าด้วย Stablecoin เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการโอนเงินข้ามประเทศ
แพลตฟอร์มVisa Direct จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ที่มุ่งขยายบทบาทของVisa จากธุรกิจบัตรเครดิตแบบดั้งเดิม สู่การเป็นเครือข่ายชำระเงินที่ครอบคลุมทุกการเคลื่อนไหวของเงินในระบบ ทั้งการโอนระหว่างธุรกิจ (B2B) และการจ่ายเงินทั่วโลกในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
อ้างอิง : bloomberg.com