โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Visa ทดสอบจ่ายเงินผ่าน Stablecoin ส่งตรงถึงกระเป๋าคริปโตฯ รองรับแรงงานอิสระ–ครีเอเตอร์ทั่วโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 16.13 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 09.13 น.

Visa เดินหน้าทดสอบระบบจ่ายเงินยุคใหม่ เปิดทางให้ธุรกิจส่งเหรียญ Stablecoin เข้ากระเป๋าคริปโตฯของผู้ใช้งานโดยตรง ครอบคลุมกว่า 195 ประเทศทั่วโลก รองรับแรงงานอิสระ–ครีเอเตอร์ทั่วโลก

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัทVisa Inc. อยู่ระหว่างทดสอบระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่เปิดให้ธุรกิจสามารถ ส่งเหรียญ Stablecoin โดยตรงไปยังกระเป๋าเงินคริปโตของผู้ใช้ทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มแรงงานอิสระ (gig workers) และครีเอเตอร์ดิจิทัลในตลาดเกิดใหม่ ที่นิยมใช้เหรียญดิจิทัลซึ่งมีมูลค่าคงที่เทียบเท่าเงินสกุลปกติ (fiat-backed tokens)

โครงการนำร่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของบริการVisa Direct ซึ่งเป็นระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์ของVisa ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถโอนเงินได้กว่า 195 ประเทศทั่วโลก โดยในขั้นทดลองจะใช้เหรียญ USDC Stablecoin ที่มีมูลค่าคงที่เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งออกโดยบริษัท Circle Internet Group Inc.

บริการนี้จะช่วยให้แพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ สามารถโอนเงินให้กับผู้สร้างคอนเทนต์หรือแรงงานอิสระได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น TikTok ที่จ่ายรางวัลให้ครีเอเตอร์ตามยอดเข้าชมวิดีโอ หรือแพลตฟอร์มอย่าง Uber และ DoorDash ที่ต้องโอนรายได้ให้กับพนักงานขับรถทั่วโลก อีกทั้งยังสามารถใช้จ่ายในลักษณะเดียวกันกับ การจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ (vendor payments) ได้ด้วย

นาย Mark Nelsen หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ด้านธุรกิจและการโอนเงินของVisa กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า “เราไม่ได้พยายามเลือกผู้ชนะในตลาดคริปโต แต่ต้องการให้ผู้ส่งและผู้รับมีทางเลือกที่ยืดหยุ่นที่สุด จะรับเงินผ่านบัตร ผ่านบัญชีธนาคาร หรือผ่านกระเป๋า Stablecoin ก็ได้ทั้งหมด”

บริษัทฟินเทคจำนวนมากมองว่า Stablecoin เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเก็บมูลค่า โดยเฉพาะในประเทศที่ค่าเงินท้องถิ่นมีความผันผวน เหรียญประเภทนี้ออกแบบให้มีมูลค่าเทียบเท่าเงินดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 1:1 โดยมีการสำรองเงินสดและพันธบัตรระยะสั้นเพื่อค้ำประกัน จึงถูกมองว่าเป็นเครื่องมือช่วยเสริมความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองของโลก

นาย Nelsen กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลายคนในประเทศที่ค่าเงินอ่อน ต้องการรับรายได้เป็น Stablecoin เพราะสกุลเงินท้องถิ่นไม่มั่นคงพอ ในขณะที่ผู้บริโภคในสหรัฐส่วนใหญ่แทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Stablecoin คืออะไร เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ในตลาดเกิดใหม่ ความต้องการเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่นั้นมีสูงมาก”

เขายกตัวอย่างประเทศอย่างโบลิเวีย ซึ่งค่าเงินโบลิเวียโนเผชิญภาวะเงินเฟ้อสูงสุดในรอบหลายสิบปี ทำให้การใช้งาน Stablecoin ในปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทั้ง Visaและ Mastercard ต่างเร่งผนวกการใช้ Stablecoin เข้ากับบริการหลักของตนเอง โดยก่อนหน้านี้ Visa Direct ได้เริ่มทดลองให้ลูกค้าสามารถ เติมเงินล่วงหน้าด้วย Stablecoin เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการโอนเงินข้ามประเทศ

แพลตฟอร์มVisa Direct จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ที่มุ่งขยายบทบาทของVisa จากธุรกิจบัตรเครดิตแบบดั้งเดิม สู่การเป็นเครือข่ายชำระเงินที่ครอบคลุมทุกการเคลื่อนไหวของเงินในระบบ ทั้งการโอนระหว่างธุรกิจ (B2B) และการจ่ายเงินทั่วโลกในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...