ราชทัณฑ์สอบอดีต ผบ.เรือนจำ เอี่ยวห้อง VIP จีนเทา พบเงินหมุนเวียนเดือนละ 30 ล้าน
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 26 พ.ย. 2568 เวลา 08.19 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 08.19 น. • AdminNews26 พ.ย.68 จากกรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เอื้อประโยชน์นำผู้หญิงชาวจีนเข้าไปบำเรอผู้ต้องขังจีนเทาในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และให้นำของต้องห้ามและเกินความจำเป็นเข้าไปในเรือนจำนั้น
ล่าสุด วันที่ 26 พ.ย.68 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ข้อมูลความคืบหน้ากรณีห้อง VIP เอื้อผู้ต้องขังจีนเทา ว่า ณตอนนี้ขอยืนยันว่า เบื้องต้นได้ให้นายมานพ ชมชื่น อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และ นายไตรพล สีเขียวแก่ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงานเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และมีตำแหน่งเป็นเลขา ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ออกจากราชการแล้วทั้ง 2 คน ส่วนอีก 19 คน อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการเป็นคณะกรรมการของกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานต่างๆ รวมกับ DSI ที่ดูพยานหลักฐาน ส่วนจะมีการดำเนินการยึดทรัพย์ อดีต ผบ.เรือนจำฯ หรือไม่ ยืนยันว่าจะดำเนินการเท่าที่ทำได้และอยู่ในกรอบของกฎหมาย
พล.ต.ท.รุทธพล ยอมรับว่า ที่ผ่านมา ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คนนี้ไม่เคยมีบัตรสนเท่ห์ ถึงพฤติการดังกล่าวดังกล่าว แต่เพิ่งจะมีในสมัยของตน
ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบย้อนหลังไปที่เรือนจำเก่า ใน จ. สมุทรปราการ ที่ ผบ. เรือนจำพิเศษกรุฃเทพฯ คนนี้ ย้ายมาว่า เคยมีพฤติการลักษณะนี้หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบไปยังเรือนจำอื่นๆว่ามีลักษณะพฤติการแบบนี้หรือไม่ แต่จากการตรวจสอบล่าสุดนั้นยังไม่พบ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตามระเบียบการจะนำนักโทษออกจาแดน จะต้องมีพัศดีเวรเป็นผู้เซ็นเบิกตัวผู้ต้องขัง แต่กลับไม่มีรายชื่อพัศดีเวรที่เบิกตัวในวันนั้นอยู่ใน 19 รายชื่อ ที่มีคำสั่งโยกย้ายนั้น พล.ต.ท.รุทธพล บอกว่า หากพบว่ามีความผิด และมีส่วนเกี่ยวข้องก็ยืนยันว่าจะโยกย้ายแน่นนอน
สำหรับกรณีเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่าน ได้มีเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์เข้าไปเก็บรวบรวมพยานหลักฐานนั้น ยอมรับว่า เบื้องต้นได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก ส่วนที่ผู้สื่อข่าวเห็นรถของสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์จอดที่หน้าเรือนจำคลองเปรม และเข้าไปเก็บพยานหลักฐานบางอย่างจะเกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล บอกว่า ยังไม่ทราบต้องดูรายงานก่อน
นอกจากนี้ จะมีการดูเรื่องของเส้นทางการเงินอย่างละเอียด และจะดูยิ่งไปกว่าเส้นทางการเงิน ส่วนจำนวนเงินหมุนเวียนนั้นยังไม่สามารถบอกได้ เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อสำนวนคดี
ส่วนการเยี่ยมในวันอาทิตย์นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและต่อให้จะสามารถเข้าเยี่ยมในวันอาทิตย์ได้ ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปในห้องที่เกิดเหตุ
ส่วนห้อง VIP นั้น มีการดัดแปลงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา และเสร็จในช่วงปลายเดือนดังกล่าว ซึ่งเป็นคำสั่งของ นายมานพ ในกานจัดทำขึ้น โดยอ้างว่าจะทำเป็นห้องรับรอง ส่วนจะมีการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้งบประมาณรัฐหรือไม่นั้นยังคงต้องตรวจสอบรายละเอียดทั้งนี้ต้องดูที่จุดประสงค์ของการรีโนเวทห้องตามที่แจ้งมาและดูการใช้งานจริงว่าเป็นจริงตามจุดประสงค์หรือไม่ จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อน ซึ่งปัจจุบันห้องดังกล่าวได้มีการปิดตายไปแล้ว
อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวตนยังไม่ได้สั่งขีดเส้นตายการรายงานผล เพราะอยากให้เจ้าหน้สที่ได้ทำการตรวจสอบเต็มที่พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ที่มาของเรื่องนี้มาจากการที่เจ้าหน้าที่ภายในเรือนจำและกรมราชทัณฑ์ อึดอัดกับพฤติกรรมของผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คนนี้มาก จนเรื่องมาถึงอธิบดีกรมราชทันฑ์ ที่มารับแต่งแหน่งในเดือนตุลาคมและได้มาปรึกษาตน จึงได้ทำการเปิดปฎิบัติการดังกล่าว ยอมรับว่า ผบ .เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีการถ่วงเวลาประมาณ 20 นาที จนเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปแต่ถึงขณะนั้นก็ยังพบหลักฐาน เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ มีข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 1 ใน 19 รายชื่อ ที่ปรากฏในหนังสือแนบท้ายคำสั่งกรมราชทัณฑ์ที่ 1510/2568 ลงวันที่ 17 พ.ย 2568 พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิลอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ลงนามคำสั่งย้ายออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้มีการให้ข้อมูลว่า ห้องลับใต้บันไดได้ก่อสร้างมาก่อนหน้านี้ประมาณ 9 เดือน โดยเงินของนักโทษจีนเทาออกเองจำนวน 2 ล้านบาท ซึ่งห้องดังกล่าวบางสัปดาห์ไม่ได้เปิดใช้เฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น
ส่วนห้องลับใต้บันไดดังกล่าวเป็นสถานที่เอื้อประโยชน์นักโทษจีนเทา มีอภิสิทธิ์เหนือผู้ต้องขังอื่นๆ โดยจะมีอาหารสุดหรูจากร้านอาหารหน้าเรือนจำที่มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เป็นเจ้าของ และแดนสูทกรรม ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่นำมาเสิร์ฟให้ผู้ต้องขังชาวจีน นอกเหนือไปจากการนำอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ตู้เย็น ไมโครเวฟ มาไว้อำนวยความสะดวกสบายให้แล้ว ที่สำคัญ ในวันอาทิตย์ทุกสัปดาห์จะมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ทำหน้าที่ขับรถไปรับหญิงสาวชาวจีนจากสนามบินมาส่งให้การบำเรอผู้ต้องขังชายจีนเทา
โดยค่าตอบแทนการดำเนินการอำนวยความสะดวกให้ผู้ต้องขังจีนเทาจ่ายให้กับผู้บริหารระดับสูงอย่างน้อย 3 คน รวมเดือนละ 30 ล้านบาท ซึ่งผู้บริหารเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้รับเดือนละ 10 ล้านบาท สำหรับเงินจำนวนนี้ทราบว่าผู้บริหารคนดังกล่าว ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่สอบปากคำว่าตนไม่ได้รับไว้คนเดียว อ้างว่าส่วนหนึ่งตนได้แบ่งสันปันส่วนเป็นสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ ซึ่งเท่ากับให้ปากคำมัดเจ้าหน้าที่ว่ามีส่วนกระทำความผิดรับส่วยไปด้วย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ขยายความรายละเอียดสวัสดิการเจ้าหน้าที่ที่ผู้บริหารระดับสูงมอบให้กับเจ้าหน้าที่ทุกเดือน ก็คือ อาหารแห้ง มาม่า ปลากระป๋อง เป็นต้น ซึ่งกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับผู้ใต้บังคับบัญชาถือว่าไม่ได้รับความยุติธรรมที่ต้องมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดไปด้วย