โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุกอาจ หนุ่มวัย 19 ปี ทะเลาะกับแฟนสาว ตามง้อขอคืนดีไม่เป็นผล บุกเข้าทำร้ายใช้มีดแทงคาหอพัก

เชียงใหม่นิวส์

อัพเดต 06 พ.ย. 2568 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2568 เวลา 04.21 น. • Chiang Mai News

อุกอาจ หนุ่มวัย 19 ปี ทะเลาะกับแฟนสาว ตามง้อขอคืนดีไม่เป็นผล ถูกตีตัวห่างบุกเข้าทำร้ายใช้มีดแทงคาหอพัก ย่าน ต.สุเทพ จนฝ่ายหญิงเจ็บสาหัส ล่าสุดแจ้งความดำเนินคดีหลังเกิดเหตุแต่กลับถูกปล่อยตัว ด้านฝ่ายหญิง และเพื่อนผู้เสียหายหวั่นหนุ่มที่ก่อเหตุกลับมาทำร้ายอีก นำเรื่องร้องเรียนสื่อ

คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบริเวณหอพักแห่งหนึ่งย่าน ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ บันทึกภาพเหตุการณ์วัยรุ่นชายสวมเสื่อแขนยาวสีดำ ขับรถจักรยานยนต์ ติดเครื่องแล้วลงจากรถก่อนจะบุกเข้าไปก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงหญิงสาว ซึ่งเคยเป็นอดีตแฟน จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะรีบเดินออกมาแล้งขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดติดเครื่องไว้ขับออกไปอย่างหน้าตาเฉย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนของคืนคาบเกี่ยววันที่ 3 พ.ย.68 ที่ผ่านมา

ขณะที่ล่าสุด หลังเกิดเหตุทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ พร้อมกับน้ำคลิปหลักฐานในวันเกิดเหตุ ส่งให้กับทางผู้สื่อข่าว ส่วนผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บทราบว่าขณะนี้ได้ออกจากโรงพยาบาลและรักษาตัว เนื่องจากมีบาดแผลฉกรรจ์หลายจุดที่ถูกชายหนุ่มผู้ก่อเหตุบุกเข้าไปทำร้าย

จากการสอบถามทางด้านเพื่อนผู้เสียหายฝ่ายหญิง ทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายกอล์ฟ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นอดีตแฟนหนุ่มของ น้องบี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี โดยทั้งคู่คบหากันมาได้ประมาณ 10 เดือน และที่ผ่านมาทั้งคู่มักมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยๆ นอกจากนี้ นายกอล์ฟ ยังมีพฤติกรรมชอบขมขู่และทำร้ายร่างกายน้องบี บ่อยๆ จนกระมทั้งเมื่อวันที่ 19 ต.ค.68 ทั้งคู่ได้มีการทะเลาะกันขึ้นอีก และนายกอล์ฟ เกิดความโมโห ปาโทรศัพท์ของ น้องบีทิ้ง ขนโทรศัพท์พัง ทำให้ น้องบีไม่มีโทรศัพท์ใช้ นายกอล์ฟจึงได้เอาโทรศัพท์เครื่องเก่ามาให้ใช้ไปก่อน

โดยในช่วงนั้นทางน้องบี ได้พยายามตีตัวออกห่างจากนายกอล์ฟ เพราะไม่อยากคบหาด้วยเนื่องจากมีปัญหาทะเลาะกันบ่อย ทำให้ต่อมา นายกอล์ฟ ได้มาทวงโทรศัพท์ที่เอามาให้ใช้ก่อนหน้านี้คืน โดยที่ไม่ได้รับผิดชอบซ่อมโทรศัพท์ของน้องบี ที่ทำพังไปแต่อย่างใด อีกทั้งเมื่อทาง น้องบี ไม่ยอมคืนโทรศัพท์ให้ก็ยังได้ไปข่มขู่ครอบครัวและคนสนิท จนทำให้ น้องบี เกิดความหวาดระแวง และได้ตามมาหาถึงหอพักที่น้องบี พักอาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง แต่ทางน้องบี ไม่กล้าออกไปพบเจอและได้ให้ทางแม่ออกไปช่วยพูดคุย จนกระมั่งนายกลอ์ฟยอมกลับไป

แต่หลังจากนั้น นายกอล์ฟ ยังคงมาตามราวี และเข้ามาหาที่หอพักอยู่หลายครั้ง จนกระทั้งเมื่อวันที่ 21 ต.ค.68 นายกอล์ฟ ได้พยายามบุกเข้ามาในห้องพักของน้องบี แล้วได้ทำการชิงโทรศัพท์ที่ให้ น้องบีใช้ก่อนหน้านี้ไป โดยที่ไม่ได้ซ่อมโทรศัพท์เครื่องของน้องบีที่ทำพังไป ทำให้ทาง น้องบี ต้องเข้าทำการแจ้งความกับตำรวจ จนกระทั่งทางด้านผู้ปกครองนายกอล์ฟ ได้ออกมารับผิดชอบและทำการซ่อมโทรศัพท์ให้น้องบีในที่สุด

หลังจากเหตุการณ์นี้จบลง ทางน้องบี ก็ไม่ได้ติดต่อกับนายกอล์ฟอีกเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 2 พ.ย.68 นายกอล์ฟ ได้ทีกแชทมาหาน้องบี เพื่อพูดคุยขอคืนดี แต่ทางน้องบีปฏิเสธและบล็อคข้อความไป จนกระทั่งในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน นายกอล์ฟก็ได้ขับรถจักรยานยนต์บุกเข้ามาก่อเหตุใช้มีดทำร้ายตามที่ปรากฏในคลิป โดยอาวุธที่นำมาก่อเหตุคือ มีดปลอกผลไม้ โดยนายกอล์ฟได้บุกเข้ามาทำการใช้เท้ายันประตูห้องพักจนเป็นรอยแตกขนาดใหญ่ แล้วมุดเข้าไปในห้องที่น้องบีอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง ก่อนจะใช้อาวุธมีดดังกล่าวบุกเข้าทำร้ายน้องบีจนได้รับบาดเจ็บ แล้วเดินออกจากห้องขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ขับออกจากที่เกิดเหตุ

ขณะที่ทางด้านน้องบี ที่ถูกทำร้ายมีบาดแผลฉกรรจ์หลายจุด โดยถูกมีดแทงเข้าที่บริเวณแขนฝั่งซ้ายตั้งแต่หน้าแขนจนถึงข้อมือต้องเย็บบาดแผลหลายสิบเข็ม และอีกจุดที่บริเวณใบหน้าแก้มด้านซ้าย นอกจากนี้ยังถูกทำร้ายเข้าที่บริเวณกามจนเกือบถึงคอ และเปลือกตา ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จนกระทั่งล่าสุดอาการปลอดภัย และได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับทางตำรวจเมื่อวันที่ 3 พ.ย.68

โดยที่หลังจากแจ้งความแล้ว นายกอล์ฟผู้ก่อเหตุก็ได้เข้ามาพบตำรวจและยอมรับสารภาพ แต่หลังจากการให้ปากคำแล้ว นายกอล์ฟ ก็ถูกปล่อยตัวไป และยังไม่ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด ทำให้น้องบี ที่ถูกทำร้ายยังคงหวาดกลัว และเพื่อนก็เกรงว่าทางนายกอล์ฟจะกลับมาก่อเหตุอีกจึงได้นำเรื่องราวมาร้องเรียนกับทางสื่อเพื่อให้มีการดำเนินคดีและอยากได้รับความเป็นธรรมเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...