โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนเผยยอดผู้รอดชีวิต ‘เหตุสังหารหมู่หนานจิง’ ลดเหลือ 23 คน

Xinhua

อัพเดต 3 มกราคม 2569 เวลา 0.01 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนเข้าร่วมพิธีจุดเทียนไว้อาลัย ณ หอรำลึกเหยื่อเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงโดยผู้รุกรานชาวญี่ปุ่นในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน วันที่ 13 ธ.ค. 2025)

หนานจิง, 2 ม.ค. (ซินหัว) — วันศุกร์ (2 ม.ค.) หอรำลึกเหยื่อเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงโดยผู้รุกรานชาวญี่ปุ่นในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน รายงานว่า “พานเฉี่ยวอิง” ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิง ได้เสียชีวิตด้วยอายุ 95 ปี เมื่อวันพฤหัสบดี (1 ม.ค.) ส่งผลให้จำนวนผู้รอดชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่เหลือเพียง 23 คน

รายงานระบุว่าพานเฉี่ยวอิงมีอายุเพียง 6 ปี ตอนที่กองกำลังทหารญี่ปุ่นบุกเข้าเมืองหนานจิงในปี 1937 โดยเธอแอบซ่อนตัวอยู่ข้างในเตาทำครัวและต้องทนเห็นกองทหารญี่ปุ่นใช้ดาบปลายปืนแทงปู่ พ่อ และลูกพี่ลูกน้องของเธอจนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา

อนึ่ง เหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงเป็นช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่เริ่มต้นตอนกองกำลังทหารญี่ปุ่นยึดครองหนานจิง อดีตเมืองหลวงของจีน เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 1937 โดยผู้รุกรานชาวญี่ปุ่นได้สังหารพลเรือนและทหารไร้อาวุธชาวจีนราว 3 แสนรายในช่วงระยะ 6 สัปดาห์ ทำให้กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สอง

ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงได้เสียชีวิตลงหลายรายแล้วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนผู้รอดชีวิตที่สามารถแบ่งปันเรื่องราวได้โดยตรงลดลงอย่างต่อเนื่อง

ปี 2014 สภานิติบัญญัติระดับสูงสุดของจีนได้กำหนดให้วันที่ 13 ธ.ค. เป็นวันรำลึกถึงเหยื่อเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงในระดับชาติ และรัฐบาลจีนได้เก็บรวบรวมคำบอกเล่าจากเหล่าผู้รอดชีวิตทั้งแบบลายลักษณ์อักษรและคลิปวิดีโอ ซึ่งเอกสารเหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนในมรดกความทรงจำโลกแห่งองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2015

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...