“FinTech อาเซียน” เร่งรับคลื่น Tokenization-AI สิงคโปร์โชว์เคสสเตเบิลคอยน์ใช้งานจริง
งาน Singapore FinTech Festival สะท้อนจุดเปลี่ยนใหญ่ของการเงินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากสเตเบิลคอยน์ใช้จริงสู่ยุค AI ครอบคลุมสินเชื่อถึงเคลมประกัน
วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.11 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า สินทรัพย์ดิจิทัลแบบโทเคน (Tokenized Assets) เช่น สเตเบิลคอยน์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นประเด็นเด่นของงาน Singapore FinTech Festival ประจำปี 2568 โดยบรรดาบริษัทฟินเทคต่างเปิดตัวบริการรุ่นใหม่ ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลเน้นย้ำความจำเป็นของกฎเกณฑ์ที่รองรับการเติบโตของเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างเป็นระบบ
เจีย เดอร์ จูน กรรมการผู้จัดการของ Monetary Authority of Singapore (MAS) กล่าวเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนว่า อีก 10 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีสองด้านที่จะเปลี่ยนแปลงโลกอย่างชัดเจนคือ AI และการโทเคนไนซ์ งานครั้งนี้มีบริษัทเข้าร่วมแสดงผลงานราว 600 ราย และดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 65,000 คน สะท้อนความสนใจสูงในเทคโนโลยีทางการเงินยุคใหม่
หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือบูธของ StraitsX บริษัทฟินเทคสัญชาติสิงคโปร์ที่นำเสนอการใช้งานสเตเบิลคอยน์ในชีวิตจริง ผ่านตู้กดน้ำส้มอัตโนมัติที่รองรับการชำระเงินด้วย USDT หรือ USDC ผ่านการสแกน QR จากแอปฯ มือถือ บริการนี้เปิดใช้แล้วตั้งแต่เดือนกันยายน ผ่านความร่วมมือกับ GrabPay, OKX Singapore และ StraitsX โดยระบบจะแปลงสเตเบิลคอยน์เป็น XSGD ซึ่งเป็นเหรียญที่ผูกกับดอลลาร์สิงคโปร์ ก่อนส่งเงินบาทสิงคโปร์จริงให้ร้านค้า
ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา StraitsX ยังขยายความร่วมมือกับ GrabPay และ Alipay+ เพื่อให้ผู้เดินทางต่างประเทศชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ในสิงคโปร์ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังเริ่มจับมือกับธนาคารกสิกรไทย พร้อมแผนบุกไต้หวันและญี่ปุ่นต่อไป หลิว เถียนเหว่ย
ซีอีโอกล่าวว่าสเตเบิลคอยน์ช่วยลดขั้นตอนและลดต้นทุนการทำธุรกรรมข้ามประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยค่าธรรมเนียมอาจลดเหลือเพียง 0.5%–1% จาก 1%–1.5% แบบเดิม และผู้ค้าสามารถรับเงินภายในวันเดียวหรือวันถัดไป
StraitsX ยังประกาศความร่วมมือใหม่กับ Grab เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ในร้านค้าพันธมิตรทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งคาดว่าโทเคนของสินทรัพย์โลกจริง (Real-World Assets: RWA) เช่น กองทุน หุ้น และพันธบัตร จะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ด้าน MAS เดินหน้าจัดทำกรอบกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ โดยระบุว่าสหรัฐเพิ่งผ่านกฎหมาย Genius Act ในเดือนกรกฎาคม และ MAS เองได้ สรุปร่างคุณลักษณะสำคัญของกฎระเบียบสเตเบิลคอยน์แล้ว โดยจะเน้นความสำคัญของสินทรัพย์ค้ำประกันที่มั่นคง และความสามารถในการแลกคืน (redemption) ที่เชื่อถือได้
ขณะเดียวกัน AI ก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง สถาบันการเงินต่างเร่งนำ AI มาใช้ในหลากหลายด้าน ตั้งแต่งานหลังบ้าน การวิเคราะห์ตลาด บริการลูกค้า การคัดกรองสินเชื่อ ไปจนถึงการตรวจจับทุจริต ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าในอนาคต AI agents จะสามารถให้บริการสินเชื่อหรือเคลมประกันได้อย่างอัตโนมัติครบวงจร
มาร์ก ไมคาเลฟ ผู้บริหาร Google Cloud ระบุว่า AI กำลังผลักดันให้สถาบันการเงินสร้างประสบการณ์ลูกค้าในแบบเฉพาะบุคคลอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลจากรายงาน Digital Frontiers 2030 ซึ่งสำรวจผู้บริโภคกว่า 2,436 คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดย HSBC และ Google Cloud พบว่าผู้ใช้ให้ความสำคัญสูงสุดกับเครื่องมือวางงบประมาณอัจฉริยะ รองลงมาคือคำแนะนำการลงทุนและเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่าย
ผู้บริหารของ HSBC ยังชี้ว่าการสร้างบริการยุคใหม่ต้องผสาน AI เข้ากับเทคโนโลยีอื่น เช่น ดิจิทัลแอสเซ็ตและควอนตัม เนื่องจากเทคโนโลยีเหล่านี้จะทำงานร่วมกันเป็น Tech Stack รุ่นใหม่ ที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของระบบการเงิน
เพื่อรองรับความเสี่ยงจากการใช้ AI อย่างกว้างขวาง MAS ได้ประกาศออกแนวทางบริหารความเสี่ยง AI (AI Risk Management Guidelines) ให้สถาบันการเงินต้องประเมินและบริหารความเสี่ยงตลอดวงจรชีวิตของระบบ AI ตั้งแต่เริ่มพัฒนาไปจนถึงการใช้งานจริง โดยเจียย้ำว่ายิ่งมีกรอบกำกับชัดเจนมากเท่าใด ภาคการเงินก็จะสามารถเปิดทางให้ AI ทำงานอัตโนมัติได้มากขึ้นอย่างปลอดภัย
อ้างอิง : asia.nikkei.com