โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

กู้เว่ยซีทะลุมิติมาแก้ชะตา

นิยาย Dek-D

อัพเดต 24 ม.ค. 2568 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2567 เวลา 04.02 น. • kiang
หลังโลกใบเก่าล่มสลายเว่ยซีก็ทะลุมิติมายังโลกใบใหม่ นางต้องทนทุกข์จนอายุ 10 ปี เจ้างูดำเสี่ยวเฮยก็มอบคืนพลังวิเศษพร้อมมอบแหวนมิติของเทพเซียนงูขาวให้นาง ครอบครัวกู้ล้วนเป็นคนดีนางจะเป็นคนดีเหมือนพวกเขา

ข้อมูลเบื้องต้น

เว่ยซีประสบเคราะห์กรรมในครอบครัวฟู่ หลังจากที่พวกเขามีลูกสาวเป็นของตัวเอง หลังจากนั้นเว่ยซีก็ตกกระป๋อง กินอยู่เยี่ยงคนรับใช้ โดนกลั่นแกล้ง ถูกข่มเหง จนสุดท้ายถูกขายให้กับพ่อค้าทาส จนนางหนีมาได้และได้เสี่ยวเฮยเจ้างูน้อยเพื่อนรักสมัยอาศัยในโลกใบเก่าช่วยเหลือ และคืนพลังวิเศษชี้เป็นชี้ตาย พร้อมทั้งมอบแหวนมิติของเทพเซียนงูขาวในนาง ซึ่งในนั้นเป็นคลังสมบัติ คลังความรู้ และแปลงสมุนไพร ให้เป็นทุนการใช้ชีวิตในอนาคต

เว่ยซีโชคดีที่ได้ครอบครัวสกุลกู้เก็บมาเลี้ยง ชีวิตจึงค่อยดีขึ้น นางจะตอบแทนครอบครัวนี้ให้หลุดพ้นจากความยากจน และใช้ชีวิตสงบสุขอย่างมนุษย์ธรรมดา เพียงแค่นี้เว่ยซีก็พอใจ

******************************

นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาของ kiang ล้วน ๆ ตัวละครในนิยายไม่ได้มีอยู่จริงในโลกใบนี้ และไม่ได้พาดพิงถึงผู้ใด นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ขอให้นักอ่านทุกคนมีความสุขและสนุกไปกับการอ่าน

รักจากใจ

kiang

อดีต

ตอนที่ 1

อดีต

เสียงกุบกับของรถม้าปลุกให้เด็กสาวนามว่าฟู่เว่ยซีต้องตกใจตื่น ปีนี้นางมีอายุเพียง 10 ปี แต่ถูกครอบครัวบุญธรรมทอดทิ้ง เด็กน้อยลุกขึ้นนั่งกอดเข่า ภายในรถม้านอกจากนางยังมีเด็กหญิงอีก 5 คน ต่างอยู่ในเสื้อผ้าที่สกปรก ใบหน้าของทุกคนมีความหวาดกลัวและมีคราบน้ำตาที่แห้งกรังติดบนใบหน้า

เว่ยซีคิดถึงโลกใบเก่าของนาง ในโลกใบนั้นนางเป็นมนุษย์ทดลองของห้องทดลองที่มีวิวัฒนาการล้ำยุคกว่าโลกใบนี้นับพันปี ในห้องทดลองชั่วช้านั้นได้สร้างสัตว์กลายพันธุ์และมนุษย์กลายพันธุ์ ซึ่งหนึ่งในมนุษย์กลายพันธุ์ก็คือนาง พวกนักวิทยาศาสตร์ของรัฐเหล่านั้นได้กระทำการชั่วช้าพรากนางมาจากอกพ่อแม่ และฆ่าครอบครัวของนางทั้งหมด นั้นเป็นความผิดของเว่ยซี เพราะตั้งแต่เกิดเว่ยซีก็มีพลังวิเศษ สามารถชี้เป็นชี้ตายมวลมนุษย์ได้ นางจึงถูกจับตัวมาผ่าตัดสมองและร่างกายเพื่อค้นคว้าต้นต่อพลังวิเศษนั้น และพวกเขายังสร้างให้เว่ยซีเป็นเครื่องมือสังหาร เพื่อเป็นกองหนุนในการครอบครองโลก

การมีพลังวิเศษของเว่ยซีเป็นสิ่งชั่วช้าที่ติดตัวมา ผู้คนมักมองเธอด้วยความรังเกียจและหวาดกลัวว่านางเป็นตัวประหลาดจนเว่ยซีไม่มีเพื่อนแท้ นอกจากงูดำเสี่ยวเฮยสัตว์กลายพันธุ์ที่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้เป็นเพื่อนหนึ่งเดียวของนาง

และแล้วกรรมตามสนององค์กรของรัฐ มนุษย์และสัตว์กลายพันธุ์ที่พวกเขาสรรค์สร้างก็ก่อขบถเป็นปฏิปักษ์องค์กรรัฐ พวกเขาโจมตีศูนย์วิจัยและสำนักงานบริหารส่วนกลางขององค์กรรัฐจนแตกกระเจิง การเข็ญฆ่าอย่างโหดร้ายก็บังเกิด

แต่อนิจจาไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะ เพราะฝ่ายองค์กรรัฐได้ตั้งเวลาระเบิดล้างโลกให้เป็นจุลไว้แล้ว หลังจากมนุษย์คนสุดท้ายตายไป

เว่ยซีที่ยังในศูนย์วิจัยเมื่อรู้ชะตากรรม ก็มิได้กลัวตายดีเสียอีกได้จบชีวิตบัดซบเสียที

“เว่ยซี มาทางนี้” นั้นคือเสียงเสี่ยวเฮยงูดำตัวน้อยเพื่อนของนาง

เว่ยซีลืมตาขึ้นก็เห็นงูดำเสี่ยวเฮย กำลังจ้องตานางอยู่ และกำลังร้องเรียกเว่ยซีให้ตามเขาไป นางลุกขึ้นอย่างยากลำบาก และวิ่งตามเสี่ยวเฮย

“รีบหน่อย อีก 5 นาที โลกใบนี้ก็จะระเบิดแล้ว” เสี่ยวเฮยเอ่ยเร่ง

เว่ยซีได้ตามเสี่ยวเฮยไปหลุมสร้างพลังงานที่มีแสงสีเขียวพุ่งขึ้นมา

“เสี่ยวเฮยนั้นคือแหล่งพลังงานต้องห้าม ใครเข้าใกล้จะกลายเป็นผุยผงชีวิตไม่เหลือซาก” เว่ยซีร้องเตือน

“ฮาฮา เว่ยซีช่างไร้สาระ ถ้าเราไม่หนีก็ต้องตาย สู้ลงไปพิสูจน์หลุมพลังงานต้องห้ามดีกว่าเผื่อมีชีวิตรอด ไปกันเถอะ” พูดจบเสี่ยวเฮยก็กระโดดลงหลุมพลังงานแสงสีเขียว แล้วร่างของเสี่ยวเฮยก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา

“เสี่ยวเฮย เสี่ยวเฮย” เว่ยซีตะโกนเรียกงูดำจนสุดเสียง

เว่ยซีได้ยินเสียงกัมปนาทของระเบิดไล่หลังมา นางไม่มีเวลาคิดจึงกระโดดลงหลุมพลังงานสีเขียวตามเสี่ยวเฮย เว่ยซีสัมผัสแรงดึงดูดมหาศาลบีบรัดตัวนางจนสมองแทบจะระเบิด ทั่วร่างกายของเว่ยซีเจ็บปวดรวดร้าวจนทนไม่ได้ บีบให้นางหมดสติ

เว่ยซีตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางได้กลายเป็นเด็กน้อยอายุประมาณ 4 ปี ที่มานอนสลบอยู่หน้าบ้านชาวบ้านยากจนตระกูลฟู่

“นี่เด็กจากที่ไหน มานอนสลบหน้าบ้านของเรา” เสียงสตรีนางหลินถงจวินพูดออกมา

“เด็กคนนี้มีหน้าตาจิ้มลิ้ม ขาวอ้วนท้วน สะอาดสอ้าน น่าจะเป็นลูกหลานผู้ดีมีสกุล” เสียงบุรุษนายฟู่เฉิง

พวกเขาพยายามหาหลักฐานในตัวเด็ก ว่ามาจากไหนและเมื่อแกะมือเด็กก็มีแท่งทอง 2 แท่งกำอยู่ในมือ พวกเขาทั้งสองมองซ้ายมองขวา เห็นว่าไม่มีใคร ก็รีบอุ้มเด็กเข้าบ้านทันที

ครอบครัวนี้แต่งงานมาหลายปีก็ไม่มีบุตร และเมื่อเห็นว่าเด็กหญิงคนนี้ได้มาอยู่ที่หน้าบ้านของพวกเขาพร้อมทองในมือ พวกเขาก็ยินดีรับเลี้ยงเด็กคนนี้เป็นลูกของตนและตั้งชื่อว่าฟู่เว่ยซี ชื่อเดียวกันกับโลกใบเก่าของนาง

ตั้งแต่รับเลี้ยงฟู่เว่ยซี ครอบครัวของตระกูลฟู่ก็พลิกฐานะจากคนยากจนกลายเป็นคนร่ำรวย ไม่ว่าจับต้องอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง นอกจากร่ำรวยขึ้นนางหลินถิงจวินก็ตั้งครรภ์ลูกของตนเอง เป็นลูกสาวชื่อฟู่หราน ซึ่งนางหลินถิงจวินรักปานดวงใจ ส่วนฟู่เว่ยซีก็ตกกระป๋องไปตามระเบียบ

พ่อค้าทาส

ตอนที่ 2

พ่อค้าทาส

ตั้งแต่มาอยู่โลกใบนี้เว่ยซีไร้พลังวิเศษ เป็นมนุษย์ธรรมดาซึ่งนางดีใจมากไม่ต้องเป็นตัวประหลาดให้ใคร ๆ รังเกียจแต่เว่ยซีก็กลายเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ถูกรังแก ตั้งแต่น้องสาวเกิด เว่ยซีก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นเพราะคำพูดนักพรตเลวที่ทำนายว่า เว่ยซีมีดวงชงกับน้องสาวฟู่หราน

ซึ่งตระกูลฟู่ก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ ช่างงมงายสิ้นดี นักพรตนั้นเป็นพวกนักต้มตุ๋นบอกว่าถ้าเว่ยซีสุขสบาย ฟู่หรานก็จะทุกข์ไร้ความสุข จะมีชีวิตตรงข้ามกัน

นางหลินถิงจวินจึงต้องเลี้ยงเว่ยซีราวกับทาสในเรือนเบี้ย จากคุณหนูใหญ่กลายเป็นคนชั้นต่ำในครอบครัว และยังโดนน้องสาวกลั่นแกล้ง ให้เว่ยซีต้องโดนดุด่าทุกวี่ทุกวันสร้างความสนุกสนานให้น้องสาวดีใจ เด็กเดี๋ยวนี้ช่างมารยาสาไถยตั้งแต่เด็ก จิตใจไร้ปรานีรู้จักทรมานคน โตขึ้นคงเป็นหญิงสารเลวโหดร้าย

เว่ยซีไม่ได้ต่อต้าน นางไร้พลังวิเศษและยังเป็นเด็ก ยิ่งต่อต้านก็ยิ่งเจ็บตัว นางหลินซื่อไม่ใช่คนดี นางมีวิธีโหดร้ายทรมานเว่ยซีหลากหลายวิธี จนเว่ยซีหวาดกลัวจนร่างกายผ่ายผอมหนังหุ้มกระดูก นางหลินซื่อเคยให้เว่ยซีอดอาหารเป็นอาทิตย์ เคยจับนางขังคอกไก่ และเคยจับขังห้องมืด นางหลินซื่อทรมานเว่ยซีเพื่อให้ชะตาชีวิตฟู่หรานมีความสุขตามคำทำนายของนักพรตเลว

และที่เว่ยซีถูกขายให้กับพ่อค้าทาส เพราะวันหนึ่งน้องสาวตกบันไดขาหัก เหตุเกิดจากการกลั่นแกล้งของตัวนางเอง แต่น้องสาวกลับกล่าวหาว่าเว่ยซีผลักนาง จนนางหลิวซื่อโกรธจนขาดสติให้แม่นมลากเว่ยซีไปขายให้กับพ่อค้าทาส

“ท่านป้า เด็กคนนี้ผอมแห้งเกินไป และพวกท่านทุบตีนางจนบวมปูดไปทั่วร่าง ข้าให้ราคาได้เพียง 200 เหวินเท่านั้น ถ้าไม่พอใจก็ไปขายที่อื่น” พ่อค้าทาสต่อรองราคา

“ขอ 500 เหวินไม่ได้เหรอ เด็กคนนี้ทำงานเก่ง เลี้ยงไม่กี่ปีก็น่าจะรับแขกได้ คงทำเงินได้ไม่ใช่น้อย” แม่นมเอ่ย

“300 เหวินขาดตัว ไม่ได้ก็ไปขายที่อื่น”

แม่นมได้รับคำสั่งมาแล้ว จึงไม่เอ่ยให้มากความ ชีวิตเด็กคนนี้ช่างไร้ค่าสิ้นดี เมื่อนางรับเงินแล้วก็กลับไปรายงานนางหลิวซื่อ

เว่ยซีได้ยินคำสนทนาของพ่อค้าทาสและแม่นม ก็รู้ชะตากรรมว่าตัวเองโตขึ้นต้องเป็นนางคณิกาขายเรือนร่างช่างไร้ค่า ไร้ศักดิ์ศรี โลกใบนี้ช่างโหดร้ายยิ่งกว่าโลกใบเก่าที่จากมาเสียอีก

รถม้าคันนี้กำลังพาพวกเด็กสาวมุ่งหน้าไปเมืองเฉิงโจวเพราะที่นั่นให้ราคาดี

ลมหนาวพัดผ่านผ้าม่านเข้ามาในตัวรถม้า พวกเด็กสาวไร้ผ้าห่มกันหนาวต่างพากันกอดจนตัวกลม หลังคารถม้าต่ำและมีรูโหว่ง เว่ยซีมองแสงจันทร์ที่ส่องเข้ามา พวกค้าทาสเดินทางทั้งวันทั้งคืน เพื่อจะผ่านหุบเขาปีศาจไปให้ได้ก่อนที่จะไม่ปลอดภัย

และแล้วเว่ยซีก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวดังมาจากข้างนอก เว่ยซีมีเหงื่อเย็นผุดทั่วตัว เด็กสาวภายในรถม้าต่างตื่นตกใจ

“เกิดอะไรขึ้น” มีคนถามขึ้นมา แต่ก็ไร้คำตอบ

พลันมีลำแสงสีเงินวาบผ่านตาเว่ยซี สีหน้าของทุกคนต่างฉายแววตื่นตระหนก ทว่ายังไม่ทันได้ทำอะไร ธนูดอกนั้นก็ปักคอสาวน้อยที่นั่งถัดไปจากเว่ยซี ชีวิตปลิดปลิวออกจากร่าง โลหิตพุ่งกระจายราวน้ำพุ ทุกคนหายจากตัวแข็งทื่อก็ร้องโหยหวนวิ่งลงจากรถม้า

เลือดของเหล่าลูกน้องพ่อค้าทาส กระเซ็นเลอะเปอะเปื้อนนองพื้นดินน่าสยดสยอง เว่ยซีมองร่างไร้วิญญาณบนพื้นอย่างอึ้งงัน

เว่ยซีร้องกึกก้องในใจ ‘ต้องหนี ต้องหนี’ นางอาศัยความมืดหลบหลีกออกจากดงต่อสู้ นางเพิ่งมีอายุเพียง 10 ปีเอง นางไม่อยากตายเร็ว นางชักเท้าออกวิ่ง นางกำลังวิ่งหนีจะหลบพ้นอยู่แล้ว จังหวะนี้เองลำแสงสีน้ำเงินผ่านม่านราตรีราวกับดาวตก ก็เฉียดผ่านหัวไหล่ของนางเป็นแผลยาว เลือดทะลักออกมา

เว่ยซีวิ่งหนีสุดชีวิต วิญญาณแทบออกจากร่าง นางพยุงร่างที่เจ็บร้าวไปทั้งตัว เลือดไหลเป็นทาง นางหันไปมองความโกลาหล พบว่าฝ่ายพ่อค้าทาสล้มตายเกือบหมด ส่วนพวกเด็กสาวพวกโจรกันออกไปจากวงการต่อสู้ พวกโจรเมื่อจัดการตัดรากถอนโคนจนหมดถึงจะรามือ บางส่วนก็ทำการรื้อค้นกองสินค้า

ต่อให้เว่ยซีพยายามวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ไอ้โจรชั่วคนหนึ่งก็วิ่งตามเข้าใกล้นางทุกที

“หยุดนะ นางหนูหน้าเหม็น ขืนยังวิ่งอีกบิดาคนนี้จะสังหารเจ้า หยุด ข้าบอกให้หยุด”

โจรชั่วที่วิ่งไล่นางตะโกนตวาดนาง

“หยุดก็ตายนะสิ” เว่ยซียังมีอารมณ์โต้ตอบ

เว่ยซีทะลุมาโลกใบนี้ไร้พละกำลัง ไร้พลังวิเศษ ไม่มีกำลังภายใน ไฉนเลยจะสู้ชายฉกรรจ์ที่เป็นโจรชั่วได้

ไม่นานโจรชั่วก็ห่างจากเว่ยซีไม่กี่ก้าว เพียงยื่นมือออกไปก็คว้าตัวเว่ยซีได้แล้ว

“อ๊ะ” เว่ยซีร้องลั่นท่ามกลางความมืด

เสี่ยวเฮยน้องรัก

ตอนที่ 3

เสี่ยวเฮยน้องรัก

เว่ยซีวิ่งสุดชีวิต ลืมความเจ็บปวดของบาดแผลที่ไหล่แถมแหกปากร้องกลัวตาย “ช่วยข้าด้วย” นางรู้ว่าเสียงร้องขอความช่วยเหลือหามีใครได้ยินไม่ นอกจากพวกโจรชั่วเท่านั้น

“ฮา ฮา น่าขำว่ะ ในป่าเปลี่ยวเช่นนี้จะมีใครได้ นอกจากพวกข้าเท่านั้น หยุดวิ่งได้แล้วนางหนูหน้าเหม็น” โจรชั่วยังหัวเราะชอบใจที่ได้หยอกเย้าสาวน้อยผอมแห้ง แต่เขาก็แปลกใจว่านางเด็กผู้นี้ทำไมวิ่งหนีแรงไม่ตก

เว่ยซีสัมผัสถึงกลิ่นคาวเลือดที่หัวไหล่ นางจึงรีบวิ่งหนีให้เร็วขึ้น ทันใดนั้นนางก็เห็นลำแสงสีขาวแวบผ่านหางตาของนาง เว่ยซีอดที่จะหยุดวิ่งและหันหน้ามามองด้านหลัง ภาพตรงหน้าคือฉากนองเลือดช่างโหดเหี้ยมสะเทือนขวัญจนเว่ยซีต้องเบิกตากว้าง โจรชั่วที่วิ่งตามนางศีรษะของเขาค่อย ๆ ร่วงตกลงพื้นโดยที่เท้ายังคงวิ่งอยู่ ไม่ทันได้ร้องสักเแอะ โจรชั่วก็คงนึกไม่ถึงว่าศีรษะกับร่างได้แยกจากกันตลอดกาลแล้ว โจรชั่ววิ่งไปได้อีกสองสามก้าวจึงได้ล้มลงขาดใจตาย

ลำแสงสีขาวที่เว่ยซีเห็นเมื่อครู่มิใช่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันเป็นประกายกระบี่ของชายชุดดำที่วาดออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า

บุรุษชุดดำจ้องมองนางด้วยสายตาเยือกเย็น มือขวาถือกระบี่ยาวโชกเลือด เลือดหยดลงพื้นติ๊งติ๊ง เว่ยซีสบตากับชายชุดดำ นางรู้สึกคุ้นสายตาเช่นนี้เหลือเกิน แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ชายชุดดำผู้นี้สูงใหญ่ หล่อเหลา เย็นทะมึน ชุดดำอาบเปื้อนโลหิต ขับเน้นโครงร่างแข็งแกร่งงดงาม เรือนผมดำสนิทมัดรวบง่าย ๆ ห้อยปรกไหล่เหมือนถูกน้ำหมึกสาด ใบหน้าคมสัน ขาวผ่องดุจหยก นัยน์ตายาวเรียวเปี่ยมเสน่ห์ คิ้วคมเข้มกับริมฝีปากอิ่มเต็ม ช่างดูองอาจเยือกเย็นเช่นชายชาตรี และมุทะลุดั่งเด็กหนุ่มที่ฮึกเหิม

“พี่สาว” เสียงของบุรุษชุดดำเปล่งออกมาหวานใสกังวาน สองตามีประกายด้วยความตื่นเต้นยินดี

เว่ยซีถึงกับไปไม่เป็น ชายชุดดำเรียกนางว่าพี่สาว นี่คนบ้าหรือเปล่า นางเพิ่งมีอายุ 10 ปีเองจะมีน้องชายที่โตยิ่งกว่าควายได้ไง และตัวนางเองก็ทะลุมิติมาคนเดียวไร้พี่น้อง นางถึงกับยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่

บุรุษชุดดำเดินช้า ๆ เข้ามาหาเว่ยซีและพูดออกมา “พี่สาว จำเสี่ยวเฮยไม่ได้หรือขอรับ”

เว่ยซีเบิกตาโพลง นี่คืองูน้อยเสี่ยวเฮยน้องชายที่เป็นเพื่อนแท้ของนางหรือเนี่ย

เสี่ยวเฮยดึงเว่ยซีเข้าสู่วงแขนและโอบกอดนางแน่น “พี่สาว ข้าตามหาท่านมานานมาก ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”

เว่ยซีสติและวิญญาณเพิ่งเข้าร่าง นางจึงทุบตีเสี่ยวเฮยและน้ำตาไหลพราก “เจ้าหายไปไหนมา รู้ไหมข้าลำบากมากเกือบจะโดนจับไปเป็นนางคณิกาแล้ว”

“ข้าขอโทษ แต่เราต้องออกจากพื้นที่นี้ก่อน เดี๋ยวพวกโจรจะแห่กันมา พวกเราจะลำบาก” เสี่ยวเฮยเตือน

เว่ยซีพยักหน้ารัว ๆ เห็นด้วยกับเสี่ยวเฮย และแล้วเขาก็ใช้กำลังภายในพาเว่ยซีเหินลอยออกจากหุบเขาปีศาจ

พวกเขาพี่น้องก็มาโผล่ที่หนองน้ำกลางป่ามีหุบเขาล้อมรอบ ร้างผู้คน

“ที่นี่ที่ไหน” เว่ยซีถาม

“ที่นี่ เป็นดินแดนลี้ลับเป็นเขตรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์และโลกแห่งเซียน ข้าทะลุไปยังโลกแห่งเซียน ได้รับการสั่งสอนและบำเพ็ญเพียรจนเป็นเซียนและสามารถมีร่างมนุษย์ได้ แต่เมื่อใดที่มีเวลาว่างข้าก็จะออกติดตามหาพี่สาวทั้งโลกมนุษย์และโลกแห่งเซียน แต่วันนี้ช่างบังเอิญเหลือเกิน ข้าได้กลิ่นเลือดของพี่สาว ข้าจึงตามหาพี่สาวเจอ”

เว่ยซีมองบาดแผลที่หัวไหล่ ซึ่งบัดนี้เลือดได้หยุดไหลแล้ว เสี่ยวเฮยมองตามสายตาของนาง เขาก็ยกมือไปลูบที่บาดแผลนั้น ชั่วพริบตาก็ไร้ร่องรอยของบาดแผล

“ว้าว ฝีมือขั้นเทพ นี่เจ้าเก่งถึงเพียงนี้เลยเหรอ” เว่ยซีอุทาน

“ในโลกแห่งเซียน และข้าเป็นเซียนเรื่องแค่นี้ขี้ปะติ๋ว” เสี่ยวเฮยเอ่ยชมตัวเอง

“พี่สาวอยู่โลกมนุษย์ ไร้พลังวิเศษ คงลำบากน่าดู ที่ข้าพยายามตามหาพี่สาวก็เพราะเหตุนี้ ข้าจะคืนพลังวิเศษและมอบแหวนมิติของเทพเซียนงูขาว ของท่านอาจารย์ข้า ในนั้นเป็นที่เก็บเคล็ดวิชา ของวิเศษ และสมบัติต่าง ๆ ส่วนข้าต้องกลับโลกแห่งเซียน ต้องถูกลงโทษกักตัวบำเพ็ญเพียรไม่ต่ำกว่าร้อยปีเพราะวันนี้พลั้งมือฆ่ามนุษย์ แหวนมิติวงนี้จึงมีประโยชน์กับพี่สาวมากกว่าข้า” เสี่ยวเฮยพูดจบก็ยื่นแหวนให้เว่ยซี และสวมใส่ที่นิ้วกลางของนาง ฉับพลันแหวนมิติวงนั้นก็แนบหายไปในนิ้วกลางของเว่ยซี

“โอ๊ย ของวิเศษเช่นนี้ เจ้าเอากลับไป” เว่ยซีเงยหน้าขึ้นก็ไม่เห็นเสี่ยวเฮยแล้ว เขาเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา แล้วนี่นางจะออกจากที่นี่ได้อย่างไร เจ้าน้องชั่วแม้แต่คำลาก็ไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยก็หายแวบไปเสียแล้ว

ชั่วขณะนั้น เว่ยซีก็พบว่าบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมโดยรอบก็แปรเปลี่ยนไป หนองน้ำกลางป่าและหุบเขาล้อมรอบก็หายไป กลายเป็นป่าธรรมดาบรรยากาศปกติของโลกมนุษย์

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...