โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

โรงแรมไทย ผงาดอันดับ 1 เอเชีย รั้งอันดับ 2 ของโลก ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเช็กอิน

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 08.32 น. • The Bangkok Insight

SiteMinder เผยโรงแรมไทยเติบโต ก้าวเป็นผู้นำตลาด จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเช็กอินถึง 77% สูงสุดอันดับ 1 ในเอเชีย อันดับ 2 ของโลก

รายงานล่าสุดของ SiteMinder ผู้นำแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายห้องพักและจัดการรายได้ระดับโลก เปิดเผยว่า ประเทศไทยติดอันดับโลกในปี 2567 จากการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทย ทำให้อัตราค่าห้องพักปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งนับเป็นประเทศเดียวที่ประสบความสำเร็จในการเติบโตในระดับสองหลัก

.

รายงาน SiteMinder’s Hotel Booking Trends ที่อ้างอิงจากข้อมูลการจองโรงแรมมากกว่า 125 ล้านครั้ง ซึ่งนับเป็นยอดการจองโรงแรมปริมาณมากที่สุดภายใต้แพลตฟอร์มเดียว แสดงให้เห็นว่าอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ในประเทศไทย ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 5,377 บาท จาก 4,648 บาทในปี 2566 โดยมีอัตราค่าห้องพักสูงสุดในเดือนธันวาคม ซึ่งแตะระดับ 6,460 บาท ต่อห้องพัก เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

การเติบโตนี้เป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยรายงานของ SiteMinder แสดงให้เห็นว่าโรงแรมของประเทศไทย นำหน้าประเทศอื่นๆ ในเอเชียด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีแขกผู้เข้าพักชาวต่างชาติ คิดเป็น 77% ของการเช็คอินทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 48% ตัวเลขนี้ทำให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่สองของโลก โดยเป็นรองเพียงประเทศออสเตรียเท่านั้น

เปิดข้อมูลเชิงลึกโรงแรมในประเทศไทยปี 2567

● นักท่องเที่ยวที่เข้าพักในโรงแรมของไทยจองห้องพักล่วงหน้านานขึ้น โดยระยะเวลาการจองล่วงหน้าเฉลี่ยอยู่ที่ 27 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในเอเชีย และใกล้เคียงกับช่วงเวลาการจอง 29 วันล่วงหน้าในปี 2562

● ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อการพักผ่อนชั้นนำ โดยโรงแรมท้องถิ่นถูกจัดอยู่ในอันดับที่ห้าของโลก ด้านระยะเวลาการเข้าพักที่ยาวนานที่สุด โดยมากกว่า 15% ของการจองมีระยะเวลาสามคืนขึ้นไป ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 11% รองจากโรงแรมในโปรตุเกส (21%) และโคลอมเบีย เม็กซิโก และสเปน (18% เท่ากัน)

● แม้ว่าเดือนธันวาคมยังคงเป็นเดือนที่คึกคักที่สุดของประเทศไทย แต่โรงแรมต่างๆ ก็มีการพึ่งพาเดือนสุดท้ายน้อยลงสำหรับจำนวนผู้เข้าพักประจำปี จำนวนแขกในช่วงเดือนที่อากาศเย็นของปี 2567 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวที่สมดุลมากขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศ

การเพิ่มขึ้นของอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยในประเทศไทย รวมไปถึงการกลับมาอย่างแข็งแกร่งของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แสดงให้เห็นว่านี่ไม่เพียงเป็นปีที่ทำกำไรสำหรับโรงแรมในไทยเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมโรงแรมในท้องถิ่น

ท่ามกลางความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของการเดินทางในประเทศ และเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน โรงแรมต่าง ๆ จำเป็นต้องมีความคล่องตัว ซึ่งจากข้อมูลในปี 2567 ของเราก็แสดงให้เห็นว่าโรงแรมในประเทศไทยทั้งตระหนักและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในเรื่องนี้

นายสุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย SiteMinder กล่าวว่า ด้วยระยะเวลาการจองที่ยาวนานขึ้น การเข้าพักในโรงแรมที่ยาวนานขึ้น และปริมาณนักท่องเที่ยวที่ค่อนข้างคงที่ตลอดทั้งปี ทำให้โรงแรมในประเทศไทยมีโอกาสในการตอบสนองต่อโอกาสใหม่ๆ ที่สามารถเพิ่มรายได้ที่น่าพอใจ

ตัวอย่างเช่น งานวิจัยของเราบอกเราว่าความต้องการที่จะเดินทางเพื่องานอีเวนท์อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์และนักเดิน ทางก็เต็มใจที่จะใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่มีความหมายผู้ประกอบการโรงแรมไทยสามารถใช้ประโยชน์จากทิศทาง เหล่านี้ในการสร้างความสำเร็จอย่างมั่นคงในขณะที่อุตสาหกรรมกำลังอยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

12 อันดับช่องทางการจองโรงแรมยอดนิยมในไทย

รายงานจาก SiteMinder เผย 12 อันดับของช่องทางการจองโรงแรมที่สร้างรายได้รวมสูงสุดให้กับโรงแรมไทยในปี 2567 โดยพิจารณาจากข้อมูลการใช้บริการจองผ่านแพลตฟอร์มของ SiteMinder ดังนี้

1. Booking.com

2. Agoda

3. เว็บไซต์โรงแรม (การจองโดยตรง)

4. Expedia Group

5. Trip.com

6. Hotelbeds

7. Tiket.com

8. Goibibo & MakeMyTrip

9. Traveloka

10. WebBeds

11. Klook

12. TBOHolidays

การเติบโตของการเช็คอินจากต่างประเทศ ซึ่งนำโดยประเทศจากเอเชียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ Klook ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักเดินทางจากตลาดต่างๆ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ได้เปิดตัวในฐานะช่องทางสร้างรายได้อันดับต้น ๆ ในประเทศไทย

ในขณะเดียวกัน ผลการดำเนินงานที่สม่ำเสมอของ Trip.com ตอกย้ำสถานะของจีนในฐานะตลาดต้นทางที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนในช่วงต้นปี 2567

สิ่งที่น่าสังเกตคือ เว็บไซต์ของโรงแรมกลับคืนสู่ตำแหน่งสามอันดับแรก แซงหน้า Expedia Group หลังจากที่ถูกแซงไปเมื่อปีก่อน สิ่งนี้สอดคล้องกับการค้นพบทั่วโลกในรายงานของ SiteMinder ซึ่งพบว่าเว็บไซต์ของโรงแรมมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเมื่อปีที่แล้ว สร้างรายได้เฉลี่ย 519 ดอลลาร์ ต่อการจองสำหรับโรงแรม ซึ่งสูงกว่าปีก่อน 8.5% และสูงกว่ามูลค่าการจองเฉลี่ยที่สร้างโดย OTA มากกว่า 60% ที่ 320 ดอลลาร์

นอกจากนี้ ยังพบว่า นักเดินทางที่จองโดยตรงมักจะเลือกห้องพักที่มีราคาสูงกว่า พักนานขึ้น และเพิ่มบริการเสริม ปัจจัยเหล่านี้แต่ละอย่างแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่สำคัญสำหรับโรงแรมในการนำเสนอข้อเสนอพิเศษที่นักเดินทางกำลังมองหา

ผลการวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่า โรงแรมหลายแห่งกำลังทำเช่นนี้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการโรงแรมควรเพิกเฉยต่อช่องทางของบุคคลที่สามในปี 2568 ช่องทางต่างๆ เหล่านี้ช่วยสร้างการเข้าถึงที่เป็นเอกลักษณ์และไม่สามารถแทนที่ได้ รวมถึงการใช้งานที่ง่าย ซึ่งแสดงให้เห็นจากการครองตลาดอย่างต่อเนื่องในรายชื่อ 12 อันดับแรกของผู้สร้างรายได้จากการจองโรงแรมของประเทศไทย

สิ่งที่ผลการวิจัยของเราเน้นย้ำคือ ความสำคัญของโรงแรมในการมอบประสบการณ์การจองที่ง่ายดายแก่นักเดินทาง ซึ่งรวมถึงการชำระเงินที่ราบรื่น และมีความปลอดภัย เช่นเดียวกับที่ช่องทางของบุคคลที่สามที่ทำได้เป็นอย่างดี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...