โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แจงเหตุค่าไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ราคาต่อหน่วยในไทยต่างจากอินเดีย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 05.33 น.

แจงปมค่าไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ระหว่างอินเดีย-ไทยต่างกัน หลังถูกระบุค่าไฟจากโซลาร์เซลล์ในไทยที่ กพช.ประกาศรับซื้อ แพงกว่าที่ GPSC เครือ ปตท. ชนะประมูลในอินเดียราว ๆ 1 บาท ชี้เหตุจากราคาต้นทุนทั้งค่าแรงและวัตถุดิบอินเดียถูกกว่าไทยมาก และขนาดของโรงไฟฟ้าอินเดียใหญ่กว่าไทยถึง 14 เท่า เป็น Economy of Scale ปกติทั่วไป ที่สินค้าผลิตจำนวนมากต้องถูกกว่าที่ผลิตน้อย เผยตอนนี้ทั่วโลกสนับสนุนใช้ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญ

จากกรณีบริษัท Avaada Energy ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนชั้นนำในอินเดีย ที่บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ในเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นอยู่ 42.93% ชนะการประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ในประเทศอินเดีย จำนวน 1,050 เมกะวัตต์ เป็นเวลา 25 ปี ในราคา 0.032 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่า 1.14 บาทต่อหน่วย

ต่อมามีผู้นำราคาดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับราคารับซื้อพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ที่ราคา 2.17 บาทต่อหน่วย ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ประกาศรับซื้อไฟฟ้า เป็นเวลา 25 ปี โดย GPSC เป็น 1 ใน 5 บริษัทที่เสนอขายไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ด้วยนั้น

ค่าไฟฟ้า “ไทย-อินเดีย”

แหล่งข่าวกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าที่อินเดียและไทยนั้นอาจมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากมีปัจจัยที่มีความแตกต่างกันและมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ 2 ประเทศมาพิจารณา ประกอบด้วย

1.Economy of Scale หรือการประหยัดจากขนาดในทางเศรษฐศาสตร์ คือการผลิตสินค้าจำนวนมากทำให้ต้นทุนการผลิตถูกกว่าผลิตจำนวนน้อย โครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของอินเดีย มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 150-1,050 เมกะวัตต์ โดยโครงการที่ Avaada ชนะประมูล มีกำลังการผลิต 1,050 เมกะวัตต์

สำหรับในประเทศไทยมีโครงการที่ผ่านการคัดเลือก 4 โครงการ มีกำลังผลิตตั้งแต่ 8-72 เมกะวัตต์ รวมทั้งสิ้น 192 เมกะวัตต์ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าโครงการที่อินเดียโครงการเดียวมากกว่า 14 เท่าตัว

ราคาต้นทุนต่างกันเยอะ

2.Capacity Factor คือไฟฟ้าที่ผลิตได้จริง เทียบกับกำลังการผลิตตามสัญญา ซึ่งมีผลต่อราคา โรงไฟฟ้า Capacity Factor สูง ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยถูกกว่าโรงไฟฟ้า Capacity Factor ต่ำ

และ 3.ต้นทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าต่างกัน ต้นทุนของอินเดียถูกกว่าของไทย เช่น ค่าแรงงานและค่าเหล็กเส้น เนื่องจากอินเดียเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก

“การนำราคาของการประมูลโครงการรับซื้อพลังงานแสงอาทิตย์ใน 2 ประเทศมาเปรียบเทียบกันเลย แล้วไประบุว่าของไทยแพงกว่าต่างประเทศจึงถือว่าเป็นการคำนวณที่คลาดเคลื่อน ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เพราะไม่นำปัจจัยการลงทุนอื่น ๆ มาพิจารณาร่วมด้วย ทำให้เกิดข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณะได้” แหล่งข่าวกล่าว

ชี้เหตุอินเดียดึงดูดลงทุน

แหล่งข่าวยังกล่าวถึงการเข้าไปลงทุนพลังงานสะอาดในอินเดียของบริษัทหลายแห่งทั่วโลกอีกว่า ข้อได้เปรียบของอินเดียที่ดึงดูดการลงทุน อาทิ 1.ฐานประชากรขนาดใหญ่ 2.เศรษฐกิจดี 3.กลุ่มวัยทำงานขนาดใหญ่ และ 4.ข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์

ประเทศอินเดียมีประชาชน 1.3 พันล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองแค่จีนเท่านั้น อีกทั้งเศรษฐกิจอินเดียมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก และจากพัฒนาการในหลาย ๆ ด้านทำให้เศรษฐกิจอินเดีย พร้อมขยับอันดับขึ้นไปอีกในเร็ว ๆ นี้

แดดจัดมากถึง 300 วัน/ปี

ประชากรหนุ่มสาวของอินเดีย ที่อยู่ในช่วงวัยทำงาน มีจำนวนมากถึงเกือบ 300 ล้านคน (อายุเฉลี่ยของชาวอินเดียอยู่ที่ 28 ปี) ด้วยกำลังซื้อ และการจับจ่ายของคนกลุ่มนี้ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจอินเดียเลยทีเดียว

และสุดท้ายสภาพทางภูมิศาสตร์ที่สร้างโอกาสให้กับธุรกิจพลังงานสะอาด โดยอินเดียเป็นประเทศผู้ผลิตพลังงานทดแทนสูงสุดเป็นอันดับ 4 โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์อินเดียตั้งอยู่ในเขตร้อน มีแดดจัดมากถึง 300 วันต่อปี เหมาะที่สุดสำหรับการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากได้รับแสงแดดโดยตรง

รัฐบาลหนุนเครดิตภาษี

นอกจากนี้ รัฐบาลเสนอเครดิตภาษีให้กับผู้ที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ทั้งการอยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ จึงเป็นความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยการผลักดันของนโยบายรัฐ อินเดียกำลังก้าวสู่เส้นทางพลังงานสะอาดเต็มตัว กับเป้าหมายกำลังการผลิตพลังงานทดแทนในระดับ 500 กิโลวัตต์ ภายในปี ค.ศ. 2030 พร้อมเดินหน้าผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อีกด้วย และนั่นหมายถึงโอกาสในการเติบโตได้อีกมหาศาลในอุตสาหกรรมนี้

ทั่วโลกหนุนพลังงานแสงอาทิตย์

แหล่งข่าวยังกล่าวถึงเทรนด์การสนับสนุนใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ว่า ไม่เพียงประหยัดค่าไฟมากขึ้นสำหรับบ้านเรือนทั่วไป เพราะสามารถติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในบ้าน ยังช่วยลดโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย ทำให้ทั่วโลกนิยมใช้กันแพร่หลาย และกลายเป็นเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่เติบโตเร็วที่สุด

เช่น จีนมีแผนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในอวกาศ ที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในอวกาศแล้วส่งกลับมายังโลก โดยอยู่ในการทดสอบระบบตรวจสอบภาคพื้นดิน และจะเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2028

อินเดียสนับสนุนโครงการพลังงานสะอาดของประเทศสู่ที่หนึ่งของโลก ด้วยนิยาม “One Sun One World One Grid” และ “World Solar Bank” หรือพระอาทิตย์หนึ่งดวง โลกหนึ่งใบ หนึ่งกริด และธนาคารโซลาร์โลก

ญี่ปุ่นบังคับติดโซลาร์เซลล์

สหรัฐอเมริกา ส่งเสริมนโยบายช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแผงโซลาร์เซลล์ได้ง่ายขึ้น เช่น เมือง Lancaster รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่กำหนดให้ผู้สร้างที่อยู่อาศัยใหม่ทุกหลังต้องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โดยถือเป็นเมืองนำร่องการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เอง

ญี่ปุ่น ออกระเบียบใหม่กำหนดให้บ้านในโตเกียวทุกหลัง ที่สร้างหลังเดือนเมษายน 2025 ต้องติดแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในครัวเรือน

ไทยเกาะขบวนลดคาร์บอน

เยอรมนี อนุมัติร่างกฎหมายส่งเสริมการขยายการผลิตพลังงานหมุนเวียนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเยอรมนี โดยลดขั้นตอนการออกใบอนุญาตและการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้สามารถก่อสร้างได้เร็วขึ้น

ส่วนประเทศไทยให้ความสำคัญกับการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ โดยพัฒนาเทคโนโลยีที่ส่งเสริมประสิทธิภาพโซลาร์เซลล์ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของประเทศ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สร้างพลังงานสะอาดสู่โลกมากยิ่งขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แจงเหตุค่าไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ราคาต่อหน่วยในไทยต่างจากอินเดีย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...