โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้น SCC กำไรปี 67 ร่วง 76% เหลือ 6.3 พันล้าน รับต้นทุนพลังงานผันผวน-ค่าใช้จ่ายเดินเครื่องเวียดนาม

Thairath Money

อัพเดต 29 ม.ค. 2568 เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2568 เวลา 10.43 น.
ภาพไฮไลต์

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น SCC รายงานงบการเงินของบริษัทฯ และบริษัทย่อยปี 2567 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีรายได้จากการขาย 511,172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นของเอสซีจี เคมิคอลส์ (เอสซีจีซี)

และมีกำไรสำหรับปีเท่ากับ 6,342 ล้านบาท ลดลง 76% จากปีก่อน เนื่องจากมีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในปี 2566 และเอสซีจี เคมิคอลส์ (เอสซีจีซี) มีผลการดำเนินงานลดลง จากการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของโรงงานปิโตรเคมีในเวียดนาม ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง

ในปี 2567 เอสซีจีมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง จาก EBITDA อยู่ที่ 53,946 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ EBITDA ในปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ 54,143 ล้านบาท แม้ว่าสถานการณ์โลกยังอยู่ในช่วงที่ท้าทาย และจากอัตรากำไรของธุรกิจปิโตรเคมียังอยู่ในระดับต่ำ

ทั้งนี้ EBITDA สำหรับปี 2567 เป็นผลมาจากการบริหารจัดการภายในมาตรการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง สินค้าปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ และสินค้า SCGC Green Polymer นอกจากนี้เอสซีจีได้ดำเนินการมาตรการเร่งด่วน ส่งผลทางด้านการเงินและการเพิ่มประสิทธิภาพ ดังนี้

1. ปรับโครงสร้างการดำเนินงานและธุรกิจ และการหยุดธุรกิจที่ไม่ทำกำไรในปี 2567 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในอนาคต
2. เงินปันผลรับอยู่ในระดับสูง หลัก ๆ จากการลงทุนในธุรกิจอื่น (SCG Investment) ในปี 2567 เอสซีจีมีเงินปันผลรับอยู่ที่ 14,063 ล้านบาท โดยเงินปันผลรับในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 อยู่ที่ 7,671 ล้านบาท หลัก ๆ จากธุรกิจเครื่องจักรกล การเกษตร และธุรกิจยานยนต์
3. ลดเงินทุนหมุนเวียน เงินทุนหมุนเวียนสุทธิในปี 2567 ของเอสซีจี ลดลงประมาณ 6,200 ล้านบาทจากปีก่อน
4. ลดภาระหนี้ หนี้สินสุทธิของเอสซีจีในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ลดลงมาอยู่ที่ 295,104 ล้านบาท จาก 311,881 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 3 ปี 2567

เมื่อพิจารณาจาก EBITDA ในปี 2567 ที่อยู่ในระดับที่มั่นคง คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2567 ในอัตรา 5.0 บาทต่อหุ้น รวมเป็นจำนวนเงิน 6,000 ล้านบาท คิดเป็น 95% ของกำไรสำหรับปี

ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเป็นเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับครึ่งปีแรกในอัตรา 2.5 บาทต่อหุ้น และจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตรา 2.5 บาทต่อหุ้น คิดเป็นจำนวนเงิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 มีนาคม 2568

ท่ามกลางความท้าทายในระดับโลกและในระดับภูมิภาคจากหลากหลายอุตสาหกรรม เอสซีจีมีกำไรสำหรับปี 2567 อยู่ที่ 6,342 ล้านบาท ภาพรวมสถานการณ์โลกประกอบด้วยหลายปัจจัย จากความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ อัตรากำไรธุรกิจปิโตรเคมีที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ต้นทุนพลังงานที่ยังมีความผันผวน และอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง

ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างมาก จากอัตรากำไรที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการปิโตรเคมีหลายรายต้องหยุดดำเนินการ ภาพรวมสถานการณ์ในประเทศไทย มีการฟื้นตัวและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป การเบิกจ่ายงบประมาณรัฐที่ล่าช้าจากปีก่อน อุปสรรคจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความท้าทายจากสินค้าประเทศจีนที่ขยายตลาด รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ

นอกจากนี้เอสซีจีเคมิคอลส์ (เอสซีจีซี) ได้มีการดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการลองเซ็นปิโตรเคมิคอลส์คอมเพล็กซ์ที่ประเทศเวียดนาม (LSP) ส่งผลทำให้ในปี 2567 มีค่าใช้จ่าย (จากค่าเสื่อมราคา และดอกเบี้ย) ประมาณ 6,000 ล้านบาท ทั้งนี้รายได้จากการขายของเอสซีจีสำหรับปี 2567 อยู่ที่ 511,172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้น SCC กำไรปี 67 ร่วง 76% เหลือ 6.3 พันล้าน รับต้นทุนพลังงานผันผวน-ค่าใช้จ่ายเดินเครื่องเวียดนาม

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...