โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เกิดใหม่เป็นตัวประกอบ แต่ฉันจะเป็นลาสบอสให้ดู!

นิยาย Dek-D

อัพเดต 11 เม.ย. 2568 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2567 เวลา 00.20 น. • ค่ำคืนอันเงียบสงบ
ความฝันของฉันคือการเป็นลาสบอสในโลกเกมจีบหนุ่ม! แต่ดันอยู่ในอันดับ 499 ตอนเข้าเรียนนี่มัน! ทุกอย่างเป็นไปตามแผน!!

ข้อมูลเบื้องต้น

ตอนที่ 1 ความเบียวจะสถิตกับท่านตลอดไป!

เมื่อตอนเป็นเด็ก พวกเราอยากจะเป็นฮีโร่หรือตัวเอก แต่หลังจากที่พวกเราโตขึ้นมา พวกเราก็รู้ว่าการเป็นฮีโร่หรือตัวเอกนั้น มันช่างหนักหนาซะเหลือเกิน เพราะฉะนั้นแล้ว! การเป็นตัวละครที่แข็งแกร่งที่สุด! มีพลังมากที่สุด! และโผล่ออกมาในตอนสุดท้ายเหมือนดั่งกับบอสลับของเรื่อง! มันช่างเป็นความรู้สึกเบียวสุดขีดจริงๆ!

“เพราะฉะนั้นแล้ว การเริ่มต้นจากการเป็นตัวประกอบ ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี”

ชายหนุ่มผมสีดำที่อยู่ในชุดฟอร์มของโรงเรียนดาบและเวทย์มนต์ ซึ่งในตอนนี้กำลังยืนกอดเอวที่เพรียวบางของตัวเองในขณะที่มืออีกข้างจับหน้าของตัวเองเอาไว้ โดยเผยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์พร้อมกับดวงตาสีทอง

ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังยืนมุมดูรายชื่ออันดับของตัวเอง และ ชื่อที่อยู่อันดับเกือบต่ำสุดของรายการ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 499 และเหลืออีกเพียงแค่ 1 อันดับก็จะตกลงไปที่อันดับที่ 500 ซึ่งเป็นอันดับต่ำสุด และผู้ที่อยู่อันดับ 499 นั้นมีนามว่า!

“เอ็กซ์!”

เสียงตะโกนที่ดังขึ้นมาจากข้างหลังพร้อมกับฝ่ามือที่ฟาดเข้าหลังหัวเต็มๆจนทำให้เอ็กซ์แทบจะล้มหน้าทิ่มลงกับพื้นหลังจากโดนฟาดหัวอย่างรุนแรง!

ซึ่งนั่นก็ทำให้เขานั่งย่อลงกับพื้นในขณะที่ใช้มือจับหลังหัวที่โดนฟาดก่อนที่จะหันกลับไปหาหญิงสาวผมสีดำฟ้าที่อยู่ในชุดฟอร์มโรงเรียนดาบและเวทย์มนต์เหมือนกันกับเขาซึ่งในตอนนี้กำลังยืนกอดอกมองมาที่เขาด้วยใบหน้าที่หงุดหงิด

“ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ยไชลีน!”

“ยังจะมาถามอีก!”

ไชลีนได้ฟาดหัวซ้ำสอง! นั่นทำให้ผมถึงกับร้องเจ็บออกมาพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า!

“ฉันบอกให้นายอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ! แล้วทำไมหลังจากสอบเสร็จนายถึงอยู่อันดับที่ 499! ฉันก็แน่ใจแล้วนะว่าฉันสอนนายและคุมให้นายอ่านหนังสืออย่างดี! แล้วเหตุใดนายถึงอยู่อันดับนี้!!!”

“ก็ ก็”

เอ็กซ์ได้หันหน้าหนีในขณะที่จิ้มนิ้วเข้าหากันโดยที่ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะเขาคงไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เธอสอนมานั้นมันไม่เข้าหัวเขาเลยแม้แต่น้อย! เพราะในตอนที่เธอคุมสอนเขาอยู่นั้นเขากำลังคิดถึงวิธีการฝึกฝนและวิธีการเพิ่มพลังเพื่อกลายเป็นตัวละครลับที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ยังไงล่ะ! ก็เลยไม่มีสมาธิมาสนใจเกี่ยวกับเรื่องเรียน แต่ถ้าเกิดบอกแบบนั้นไป

เธอคงได้ไล่กระทืบเขาจริงๆแน่ และมือของเธอมันก็หนักอยู่ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน อย่างน้อยแรงของเธอ ก็เทียบเท่าได้กับแรงหนีเลยล่ะ

“ก็อะไร! นายรู้ไหมว่าการที่นายไม่ตั้งใจสอบเนี่ยมันทำให้พวกเราไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันนะ! แล้วแบบนี้ฉันจะดูแลนายที่โง่ๆและซื่อๆแบบนี้ได้ยังไง!!”

“ก็มันเกิดขึ้นไปแล้ว”

“ยังจะมาเถียงอีก!”

เธอได้ฟาดมือลงมาอีกครั้งนั่นทำให้ผมที่หลบออกมาด้านข้างก็ได้ถอยห่างจากเธอ

“ฉันรู้ว่าแม่ฝากให้เธอมาดูแลฉัน แต่ไม่ต้องกลายเป็นแม่คนที่สองของฉันก็ได้!”

ไชลีนที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับคิ้วกระตุกในขณะที่เธอจะเดินเข้ามาใกล้ ซึ่งทำให้ผมขยับถอยหลังทุกก้าวที่เธอเดินเข้ามา

“งั้นก็ทำตัวเองให้ฉันไม่ต้องเป็นห่วงสิ!”

เธอได้พุ่งเข้ามาพร้อมกับพยายามจับผมเอาไว้นั่นทำให้ผมกระโดดออกจากตรงนั้นแล้วรีบวิ่งหนีสุดชีวิต!

“อยู่นิ่งๆให้ฉันจับเดี๋ยวนี้นะเอ็กซ์!”

ไชลีนที่วิ่งตามหลังมาติดๆ นั่นก็ทำให้ผมถึงกับเสียวสันหลังวาบในขณะที่วิ่งไปตามทางเดินของโรงเรียน แล้วตะโกนตอบกลับไปอย่างสุดชีวิต!

“ให้เธอจับได้ฉันก็ตายน่ะสิ!”

“นายไม่ตายหรอก! แต่ฉันรับรองว่านายจะเดินไม่ได้ไปอีก 2 วัน!!”

“นี่เธอจะจับฉันไปอ่านหนังสืออีกแล้วหรือไงกัน!!! งั้นก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะให้เธอจับ!!”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะเอ็กซ์!”

“ไม่มีทาง!”

เอ็กซ์ที่กำลังวิ่งหนีตายอย่างสุดชีวิต ในตอนนั้นเขาก็เห็นกลุ่มนักเรียนที่เดินสวนทางมาพอดี จึงทำให้เขาที่เห็นแบบนั้นกระโดดไปด้านหน้าเล็กน้อย แล้วในตอนนั้นเองที่เท้าข้างขวาของเขาสัมพันธ์กับพื้นหิน

ตัวของเขาก็ได้กระพริบแล้วมาปรากฏตัวที่ด้านข้างของกลุ่มตรงหน้า ก่อนที่จะกระพริบอีกครั้งหนึ่งแล้วปรากฏตัวที่ข้างหลังของกลุ่มที่ในตอนนี้อยู่ข้างหลังของเขาห่างออกไปถึง 20 กว่าเมตรเป็นที่เรียบร้อย!

และนั่นก็ทำให้เขาที่วิ่งต่อแล้วกระโดดเข้าป่าก่อนที่จะนั่งเงียบๆอยู่ข้างต้นไม้โดยมีพุ่มไม้บังเอาไว้ ก็เห็นไชลีนที่วิ่งไปตามทางของโรงเรียนต่อไปพร้อมกับตะโกนขึ้น

“อย่าให้ฉันจับนายได้นะเอ็กซ์!”

สิ้นสุดคำพูดเธอก็วิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้ผมที่เห็นแบบนั้นเผยรอยยิ้มออกมา แล้วใช้มือจับหน้าของตัวเองด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ก่อนที่จะเสยผมขึ้น

“ถึงจะมีเรื่องที่ไม่ได้คาดเอาไว้เกิดขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายของฉันสักเท่าไหร่ และตอนนี้ แผนการขั้นแรกของฉัน ก็สำเร็จไปได้ด้วยดี”

ซึ่งแผนการขั้นแรกที่ผมหมายถึงนั้นก็คือการเข้ามาในโรงเรียนดาบและเวทมนต์แห่งนี้ ซึ่งเป็นจุดที่เนื้อเรื่องดำเนิน เพราะที่นี่ไม่ใช่โลกแฟนตาซีธรรมดา

แต่ที่นี่คือโลกของเกม mmorpg ที่มีพื้นหลังเป็นโรงเรียน และมีองค์ประกอบเป็นเกมจีบหนุ่ม!

โดยที่นางเอกนั้นจะมีชื่อว่า…ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะผมไม่เคยเล่นเกมนี้ และเคยเห็นเพียงแค่ข่าวตอนที่มันออกมาในตอนที่ผมยังมีชีวิตอยู่ก็เท่านั้น

นั่นก็เลยทำให้ความรู้เกี่ยวกับเกมที่ผมมีเกือบจะเป็นศูนย์ถ้าไม่ใช่เพราะว่าผมดันจำชื่อโรงเรียนและสถานที่ที่อยู่ในข่าวเกี่ยวกับเกมนี้ได้ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมอยู่ดีถึงผมจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเนื้อเรื่องเลยก็ตาม

“ถึงฉันจะไม่รู้อะไรเลย แต่เป็นเพราะว่าฉันไม่รู้อะไรเนี่ยแหละ ฉันก็เลยไม่ต้องกลัว และไม่จำเป็นต้องแสดงปฏิกิริยาแตกต่างจากตัวประกอบตัวอื่นๆ เพราะเป้าหมายของฉัน ก็คือการเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดและกลายเป็นบอสลับที่โผล่ออกมาในตอนสุดท้ายของเนื้อเรื่องยังไงล่ะ! แต่ก่อนหน้านั้น ก็คงต้องสังเกตไปก่อน ว่าใครเป็นตัวเอง หรือใครเป็นตัวละครที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง”

ผมได้ลุกขึ้นมาแล้วมองไปรอบๆ เมื่อแน่ใจแล้วว่าไชลีนคงจะไม่กลับมาทางนี้อีก นั่นก็ได้ทำให้ผมเดินออกมาจากป่า ก่อนที่จะปักเสื้อผ้าของตัวเองให้สะอาดเรียบร้อย แล้วล้วงมือเข้าไปที่กระเป๋ากางเกง ก่อนที่จะเดินไปตามทางของโรงเรียนมุ่งหน้าไปที่ห้องเรียนที่ได้รับมอบหมาย และแน่นอนว่าห้องเรียนของผม นั่นก็คือห้องเรียนระดับต่ำสุดหรือก็คือระดับ F

“ถ้าเป็นตามเกมธรรมดาทั่วไป ตัวเอกและตัวละครสำคัญๆก็ควรที่จะอยู่ห้องคิงสินะ ซึ่งก็คือห้อง K”

โรงเรียนได้แบ่งชั้นเรียนออกเป็น 7 ระดับ ซึ่งนั่นก็คือ F E D C B A K ในเวลาตามปกติแต่ละห้องเรียนก็จะเรียนไปตามปกติ แต่ในตอนที่ทดสอบหรือเกิดอะไรขึ้น

แต่ละห้องเรียนจะมารวมตัวกัน และห้องเรียนระดับ f หรือก็คือห้องที่ผมอยู่นั้นจะมีนักเรียนมากที่สุดเมื่อเทียบกับห้องอื่นๆ และห้อง K คือห้องที่มีนักเรียนน้อยที่สุด ซึ่งมีเพียงแค่ 30 คนเท่านั้น

“เพราะฉะนั้นแล้ว จึงเป็นไปได้ว่าตัวละครสำคัญทั้งหมดจะอยู่ในห้อง K แต่ตัวละครสมทบก็อาจจะอยู่ตามแต่ละห้องด้วยเช่นกัน”

เอ็กซ์ที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ากระดานซึ่งมีรายชื่อของนักเรียนทั้ง 500 คนติดเอาไว้ มันก็ได้ทำให้เขาสำรวจระดับหนึ่ง จนถึงอันดับที่ 30 ซึ่งเป็นคนที่อยู่ในห้อง K ทั้งหมด

“เจ้าชายของอาณาจักร เจ้าหญิงของอนาจักร หรือแม้แต่เจ้าชายและเจ้าหญิงจากอาณาจักรข้างๆก็ล้วนอยู่ในห้อง K นอกเหนือจากนั้นก็มีลูกของวีรบุรุษ และขุนนางที่มีชื่อเสียง…แต่กลับไม่มีชื่อของคนธรรมดาหรืออะไรแบบนั้นอยู่ในนี้เลย หรือตัวเอกจะไม่ได้อยู่ในห้อง K กัน? ก็น่าจะเป็นไปได้”

“อันดับที่ 500 หรอคะเนี่ย ดูเหมือนว่าฉันเกือบจะสอบไม่ผ่านสินะคะ ฮ่าๆๆ”

เสียงหัวเราะที่ค่อนข้างภูมิใจที่ดังขึ้นข้างๆก็ได้ทำให้ผมนั้นหันไปให้ความสนใจเล็กน้อย ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมพบกับเด็กผู้หญิงผมสีชมพูที่อยู่ในชุดฟอร์มของโรงเรียนดาบและเวทมนต์ด้วยใบหน้าที่ภูมิใจ โดยที่ข้างเอวของเธอจะมีดาบเล่มเล็กๆห้อยอยู่

ซึ่งเธอที่กำลังดูอันดับของตนเองอย่างภูมิใจในตอนนั้นเธอก็ได้หันมาหาก่อนที่จะมีสายตาเป็นประกาย

“สวัสดีค่ะ! ฉันมีชื่อว่า คิร่า ค่ะ! อยู่ในสายนักดาบค่ะ! ขอฝากตัวด้วยนะคะ!”

เธอได้ยื่นมือมาหาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังว่าผมจะจับมือเธอด้วย นั่นทำให้ผมที่เห็นแบบนั้นยกมือขึ้นมาจับคางของตัวเองเล็กน้อยในขณะที่กอดเอวมองดูเธอ

“ขอโทษด้วยนะเด็กน้อย แต่ฉันน่ะไม่เป็นเพื่อนกับคนที่อันดับต่ำกว่าฉันหรอกนะ!”

“ว้าว! แล้วคุณอยู่อันดับที่เท่าไหร่หรอคะ?”

“499”

เอ็กซ์ได้เสยผมขึ้นพร้อมกับเชิดหน้า นั่นทำให้คิร่าที่ได้ยินแบบนั้นก็ตบมือด้วยสีหน้าที่ชื่นชม

“พวกเราอยู่ใกล้กันเลยค่ะ! ถ้าอย่างนั้นแล้วพวกเรามาเป็นเพื่อนกันเถอะค่ะ!”

“ไม่ล่ะ เธอมันเด่นเกินไป”

ตัวละครผมสีชมพู นิสัยร่าเริง เป็นมิตรกับทุกคน และสามารถเข้ากับทุกคนได้ นี่มันนิสัยพระเอกชัดๆ! ไม่สิ นี่มันนิสัยนางเอกของเกมจีบหนุ่มชัดๆ!! แล้วทำไมเธอถึงอยู่อันดับที่ 500 เนี่ย! อย่าบอกนะว่านี่เป็นเกมที่พระเอกจะต้องพัฒนาขึ้นจากอันดับล่างสุดไปจนถึงอันดับสูงสุดอย่างช้าๆนะ!

ถึงผมจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับเกมนี้เลยก็ตาม ยกเว้นคลิปวีดีโอโปรโมทสั้นๆ ว่าเป็นเกมแนวไหนและเกมการต่อสู้เล่นยังไง แต่ผมก็ยังรู้เรื่องตะกละพวกนี้อยู่ ว่าพวกที่มีสีผมเด่นๆมันคือตัวละครที่มีบทบาทแน่นอน! และหนึ่งในนั้นก็ต้องเป็นผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของผม!

ถึงจะไม่มั่นใจก็ตามว่าเธอเป็นนางเอกของเกมไหม แต่การไม่ยุ่งกับเธอ จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดถ้าเกิดอยากจะเล่นบทบาทบอสลับ! แต่เดี๋ยวก่อนนะ!

‘ถ้าเกิดฉันปฏิเสธเธอ มันจะยิ่งไม่เด่นไปกว่าเดิมเหรอ? การที่ฉันกล้าปฏิเสธตัวละครที่จะมีบทบาทในอนาคต นี่มันก็แทบไม่แตกต่างจากการเป็นตัวร้ายเลยนี่ แต่กลับกัน ถ้าเกิดฉันเป็นเพื่อนของเธอ ฉันก็อาจจะเป็นเพื่อนของเธอแค่ไม่นาน เพราะด้วยนิสัยของเธอแล้ว เดี๋ยวเธอก็มีเพื่อนมากมายเอง งั้นก็หมายความว่า ฉันจะต้องเป็นเพื่อนกับเธอสินะ เพื่อที่จะกลมกลืนไปกับตัวประกอบตัวอื่นๆ! ใช่แล้ว! ฉันเกือบเดินทางผิดตั้งแต่แรกแล้วสิ!’

“เอ๋! ฉันเด่นเกินไปหรอคะ? อะไรกัน ฉันก็นึกว่าจะได้เพื่อนคนแรกแล้วซะอีก”

คิร่าได้มีท่าทีผิดหวังในขณะที่เธอจะคอตก นั่นทำให้ผมที่ยิ้มขึ้นเล็กน้อยก็ได้หันออกไปด้านข้าง

“แต่ฉันจะยอมเป็นเพื่อนกับเธอก็ได้ และจำชื่อของฉันเอาไว้ ฉันมีชื่อว่า เอ็กซ์ อยู่ในสายจอมเวทย์ และอยู่ห้อง f กับเธอ”

“คุณเอ็กซ์นี่เอง! ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ! แต่ฉันมีเรื่องที่สงสัยอย่างนึงค่ะ!”

ผมได้เลื่อนคิ้วเล็กน้อยด้วยความสนใจ

“เรื่องสงสัยที่ว่าคืออะไร”

“ทำไมต้องเก๊กตอนที่พูดด้วยคะ?”

เสียงกระจกแตกที่ดังขึ้นภายในหัวมันก็ได้ทำให้ผมนั้นคิ้วกระตุกเล็กน้อยก่อนที่จะตอบกลับไปด้วยเสียงสูง

“ฉันไม่ได้เก๊กสักหน่อย! แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ตอนนี้พวกเราควรจะรีบเข้าห้องได้แล้ว”

ผมที่หันไปดูหอนาฬิกาซึ่งบอกเวลาว่าใกล้จะเริ่มคาบเรียนตอนเช้าแล้ว มันก็ทำให้ผมเดินนำเธอไปนั่นจึงทำให้เธอที่เดินตามผมมาด้วยรอยยิ้มที่ยิ้มแย้มและกระโดดเป็นช่วงๆ มันก็ทำให้ผมที่เห็นแบบนั้นถามขึ้นด้วยความสงสัย

“มีความสุขขนาดนั้นเลยหรือไงกัน?”

“แน่นอนสิคะ ก็คุณเอ็กซ์เป็นเพื่อนคนแรกของฉันหลังจากที่ฉันเข้าโรงเรียนนี่นา”

“งั้นหรอ แต่ทำไมเธอถึงเลือกสายนักดาบล่ะ?”

ดูจากรูปร่างร่างกายของเธอที่น่าจะสูงเพียงแค่ 156 ซม ซึ่งถือได้ว่าอยู่ในระดับมาตรฐานเพราะผมก็สูงเพียงแค่ 166 เซนติเมตรเท่านั้น แต่ด้วยความสูงระดับนี้ของเธอ การที่เธอไปเป็นนักดาบ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เสียเปรียบมาก เพราะสรีระร่างกายของเธอมันไม่เอื้ออำนวยต่อการเป็นนักดาบเลยแม้แต่น้อย

อย่างน้อยเธอก็เสียเปรียบในระยะการโจมตีแน่นอน แต่มันก็มีข้อดีอยู่ ถ้าเกิดเธอใช้ข้อดีนั้นเป็น

คิร่าก็ได้ตอบกลับแทบจะในทันที

“เพราะพ่อของฉันเป็นนักดาบค่ะ! ฉันก็เลยอยากเป็นนักดาบเหมือนกับพ่อค่ะ! แล้วทำไมคุณเอ็กซ์ถึงเลือกสายนักเวทย์ล่ะคะ?”

“ก็มันดูดี แล้วก็เท่ห์ และอีกอย่างนึง การเป็นนักเวทย์มันก็มีประโยชน์หลายอย่างด้วย อย่างน้อยก็ไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องการต่อสู้อย่างเดียว”

เมื่อคิดถึงภาพของตัวเองที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงหันหน้าเข้าหาศัตรูเป็นกองทัพแล้วใช้เวทมนต์ ก่อนที่จะปรากฏเวทมนต์มากมายมหาศาลขึ้นข้างหลังพุ่งเข้าไปโจมตีเหมือนกับจรวดมิสไซล์ โดยที่ตัวเองไม่ต้องทำอะไรเพียงแค่ยืนดู มันไม่เท่เหรอ? มันโคตรจะเท่เลยต่างหาก! และก็ไม่ต้องเสี่ยงเอาตัวเองไปต่อสู้ในระยะประชิดด้วย!

แล้วถ้าเกิดตอนนั้นไม่มีสงครามหรือการต่อสู้เกิดขึ้น ผมก็ยังสามารถใช้เวทมนต์ช่วยในชีวิตประจำวันได้อีกหลายอย่าง เพราะฉะนั้นแล้ว การเป็นจอมเวทย์ก็ดีกว่าเห็นๆ เพราะมันมีประโยชน์หลายอย่างและไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปต่อสู้ในระยะประชิดด้วย

ไม่ว่าจะคิดยังไงการเรียนเวทมนต์และการเป็นจอมเวทย์ก็มีประโยชน์เยอะกว่าการเป็นนักดาบหลายเท่าตัว เพราะนักดาบพลาดแค่ครั้งเดียวในตอนต่อสู้ระยะประชิดก็สามารถตัดสินแพ้ชนะได้

แต่สำหรับนักเวทย์ ถ้าเกิดพลาดครั้งหนึ่ง ก็ยังสามารถถอยหนีออกมาได้ เพื่อเตรียมตัวหรือแม้แต่หนีออกจากการต่อสู้ แล้วถ้าเกิดต้องต่อสู้ระยะประชิดจริงๆ

ก็ใช่ว่านักเวทย์จะสู้ไม่ได้ ก็แค่ว่านักเวทย์ไม่ได้เก่งเท่ากับนักดาบในระยะประชิดก็เท่านั้นเอง ยกเว้นว่านักเวทย์คนนั้นจะเชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ในระยะประชิดด้วยเช่นกัน

“เพราะเท่และดูดีนี่เอง ถ้าอย่างนั้นแล้วฉันจะเอาใจช่วยนะคะ!”

“ขอบคุณ ฉันก็จะเอาใจช่วยเธอด้วยก็แล้วกัน”

“ขอบคุณเช่นกันค่ะ และดูเหมือนว่าพวกเราจะมาถึงแล้วนะคะ”

พวกเราทั้งสองคนได้เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูซึ่งมีตัวอักษร F ขนาดใหญ่อยู่บนประตูไม้ที่เปิดออกกว้าง เผยให้เห็นถึงห้องเรียนที่เต็มไปด้วยนักเรียนมากมายที่กำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่ บางคนก็นั่งเงียบๆคนเดียว ในขณะที่บางคนก็เริ่มสร้างกลุ่มเป็นของตัวเองแล้ว

ผมที่เห็นแบบนั้นก็ได้เดินเข้าไปในห้องก่อนที่จะเดินไปนั่งแถวเกือบหลังสุดซึ่งไม่ค่อยมีคนนั่ง

“ครึกครื้นจังเลยนะคะ”

คิร่าที่นั่งลงข้างๆได้มองไปรอบๆห้องด้วยสายตาเป็นประกาย นั่นทำให้ผมพยักหน้าเห็นด้วยเล็กน้อย

“แล้วเธอไม่ไปหาเพื่อนใหม่หน่อยเหรอ?”

“เพื่อนใหม่หรอคะ?…”

คิร่าที่มองไปรอบๆห้องด้วยท่าทีครุ่นคิดเธอก็ได้หันกลับมาตอบ

“ดูจากรอบๆห้องแล้วดูเหมือนว่าทุกคนจะเริ่มสร้างกลุ่มกันแล้วนะคะ แต่ก็มีคนเพียงแค่บางส่วนที่นั่งเงียบๆ ขืนเป็นแบบนี้พวกเราได้ถูกแยกออกจากทุกคนแน่ค่ะ!”

“เพราะฉะนั้นแล้ว เธอก็เลยจำเป็นต้องไปหาเพื่อนใหม่ยังไงล่ะ”

“รับทราบค่ะ ฉันจะไปหาเพื่อนใหม่มาเพิ่มเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ!”

สิ้นสุดคำพูดเธอก็ได้ออกจากโต๊ะไปคุยกับคนอื่นๆที่อยู่คนเดียว นั่นทำให้ผมที่เห็นแบบนั้นยิ้มเล็กน้อย

“โดนสาวทิ้งหรอเพื่อน?”

ผู้ชายผมสั้นดวงตาสีแดงที่อยู่ดีๆก็มานั่งลงข้างๆผมพร้อมกับเอนไปข้างหลังแล้วกอดอกด้วยรอยยิ้ม นั่นทำให้ผมหันกลับมาหาเขาด้วยความสงสัย

“มาจากไหนฟะ”

“ฉันนั่งอยู่ข้างหลังนะ มีชื่อว่า เบลค อยู่ในสายนักดาบ”

เขาได้ยกดาบที่อยู่ข้างเอวขึ้นมาโชว์เล็กน้อยนั่นทำให้ผมที่เห็นแบบนั้นพยักหน้า

“เอ็กซ์ ฉันอยู่ในสายนักเวทย์ และส่วนเรื่องที่นายถามว่าฉันโดนสาวทิ้งไหม ก็ขอตอบว่าไม่ ก็แค่เธอกำลังไปสร้างสังคมใหม่ก็เท่านั้นเอง”

“ไม่ใช่สังคมใหม่สักหน่อยค่ะ! ฉันแค่กำลังหาเพื่อนมาเพิ่มกลุ่มของพวกเราก็เท่านั้นเองค่ะ!”

คิร่าที่มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของพวกเราทั้งสองคนด้วยท่าทีบูดเบื้องเล็กน้อยนั่นก็ทำให้ผมมองเธอด้วยความสับสนมึนงงเพราะเธอเพิ่งจะไปไม่นานมานี้ไม่ใช่หรอก แล้วทำไมเธอถึงกลับมาแล้วเนี่ย?

และดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้มาเพียงแค่คนเดียวด้วยเพราะข้างหลังของเธอ มีผู้หญิงผมสีดำหางม้าที่ในตอนนี้กำลังยืนใช้มือม้วนผมของตัวเองอยู่แล้วมองมาที่พวกเราด้วยท่าทีเขินอายเล็กน้อย

“ฉันมีชื่อว่า เลน่า ค่ะ อยู่ในสายนักดาบ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

“ฉันเอ็กซ์สายนักเวทย์”

“ส่วนฉันเบลคสายนักดาบเหมือนกัน”

“และฉันคิร่าค่ะ ถึงแม้ว่าจะแนะนำตัวไปแล้ว แต่ก็ขอแนะนำตัวอีกครั้งนึงนะคะ ฉันอยู่ในสายนัดดาเหมือนกันค่ะ”

“เดี๋ยวก่อนนะ นี่มันทีมอะไรกัน? นักดาบ 3 นักเวทย์ 1 เหรอ?”

ผมได้ถามขึ้นด้วยความสงสัยนั่นทำให้พวกเขาทั้ง 3 คนมองหน้ากัน ก่อนที่คิร่าจะพูดขึ้น

“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ คุฌเอ็กซ์จะได้ปลอดภัยด้วยนะคะที่มีนักดาบทั้ง 3 คนคอยป้องกันนะ!”

“ฉันก็พอจะเข้าใจได้อยู่หรอกนะ แต่นี่มันไม่แปลกเกินไปหน่อยหรือไงกัน? ไม่คิดที่จะเอานักบวชหรือผู้ใช้โล่มาร่วมทีมหน่อยเหรอ?”

“ไม่จำเป็นหรอกน่าเอ็กซ์ ถ้าเรื่องการป้องกันล่ะก็ เบลคผู้นี้มั่นใจในฝีมือในการใช้ดาบป้องกันการโจมตีเป็นอย่างมากเลยล่ะ!”

“ส่วนฉันก็มั่นใจในเรื่องการหลบหลีกค่ะ”

เลน่าได้พูดขึ้นอย่างเขินอายเล็กน้อยต่อจากเบลค นั่นทำให้คิร่าพยักหน้าอย่างภูมิใจ

“และเธอก็ยังอยู่ในอันดับที่ 401 ด้วยนะคะ! เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องฝีมือ เธอน่าจะเก่งเกือบเทียบเท่ากับห้อง E ได้เลยนะค่ะ!”

“อันดับที่ 401 เหรอ? ดูเหมือนกับพวกเราจะอยู่ใกล้ๆกันเลยนะ เพราะฉันก็อยู่อันดับที่ 400”

เบลคพูดอย่างภูมิใจ นั่นทำให้ผมยิ่งรู้สึกแปลกใจขึ้นไปอีก

“ฉันอยู่อันดับที่ 499 ส่วนคิร่าอยู่อันดับที่ 500”

“อันดับที่โหลกับรองที่โหลหรอเนี่ย! ดูเหมือนว่าพวกเราจะสร้างทีมที่รวมคนแข็งแกร่งที่สุด 2 คนกับคนที่อ่อนที่สุด 2 คนมาอยู่ในทีมด้วยกันแล้วสินะ!”

คิร่าได้หัวเราะแห้งๆเมื่อได้ยินคำพูดของเบลค นั่นก็ทำให้ผมยักไหล่เล็กน้อย ในขณะที่เลน่าจะพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเบลค

ซึ่งในขณะที่พวกเรากำลังคุยกันอยู่ในตอนนั้นก็ได้มีอาจารย์ผู้หญิงเดินเข้ามาภายในห้องส่งผลให้นักเรียนคนอื่นๆรีบนั่งลงกับที่ ซึ่งนั่นก็ได้ทำให้พวกเรานั่งอยู่ด้วยกัน ในขณะที่ผมจะนั่งข้างเบลค แล้วคิร่าก็นั่งถัดจากเบลค ก่อนที่เลน่าจะนั่งถัดจากคิร่า

ซึ่งอาจารย์ผู้หญิงที่เดินไปยืนอยู่ตรงโต๊ะหน้ากระดาษ เธอก็ได้มองไปรอบๆก่อนที่จะพูดขึ้น

“ฉันมีชื่อว่า เคนโนช่า เป็นอาจารย์ประจำชั้นของพวกเธอ และบทเรียนแรกที่ฉันจะสอนให้พวกเธอ นั่นก็คือ ตามฉันไปที่สนามต่อสู้เดี๋ยวนี้”

ตอนที่ 2 โฮะ โฮะ โฮะ นี่เจ้าอยากจะหยุดพวกข้าอย่างนั้นเหรอ!

“พวกเธอทุกคนทำการจับกลุ่มกันซะ กลุ่มนึงห้ามมีคนเกิน 5 คน ส่วนพวกที่ไม่ได้จับกลุ่ม จะถูกจับมารวมกัน ฉันให้เวลาพวกเธอ 5 นาทีในการจับกลุ่ม”

เคนโนช่าที่ยืนอยู่ต่อหน้านักเรียนทั้งชั้นซึ่งในตอนนี้กำลังยืนเรียนแถวกันอย่างเป็นระเบียบ มันก็ได้ทำให้นักเรียนทุกคนที่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มพากันเดินไปจับกลุ่ม และนั่นก็ได้ทำให้พวกเรากลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้งหนึ่ง

“นี่ๆทุกคน ทุกคนคิดว่าอาจารย์จะให้พวกเราทำอะไรหรอ?”

คิร่าได้ยกมือถามขึ้นด้วยความสงสัยในขณะที่พวกเราทั้ง 4 คนจะยืนหันหน้าหากัน ซึ่งเบลคก็ได้เป็นคนตอบคนแรกด้วยท่าทีมั่นใจ

“บางทีอาจารย์อยากจะให้พวกเราจับกลุ่มสู้กันเองก็ได้ เพราะปีที่แล้วก็ดูเหมือนว่าอาจารย์จะทำอะไรแบบนั้น”

“ฉันก็ได้ยินมาจากรุ่นพี่เหมือนกันค่ะ ว่าปีที่แล้วอาจารย์ก็ให้จับกลุ่มต่อสู้กันเอง”

เลน่าได้พูดเห็นด้วย ส่งผลให้ผมและคิร่าที่ได้ยินแบบนั้นก็มีท่าทีครุ่นคิด

“ถ้าพวกเราต้องจับกลุ่มต่อสู้กันจริงๆ แล้วการต่อสู้ที่หมายถึง คือเอากลุ่มของพวกเราไปสู้กับกลุ่มอื่น หรือพวกเราต้องต่อสู้กันเองภายในกลุ่ม?”

“เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะทุกปี ดูเหมือนว่าอาจารย์จะสลับไปมาระหว่างสู้กันในกลุ่มและให้ไปสู้กับกลุ่มอื่น แต่ปีนี้ฉันคิดว่าพวกเราน่าจะต้องสู้กันเอง ถ้าเกิดพวกเราต้องสู้กันเองจริงๆ ฉันขอสู้กับคิร่านะ”

คิร่าถึงกับมีสายตาเป็นประกายเมื่อเห็นว่าเบลคอยากจะสู้กับเธอ

“มาได้เลยค่ะ! ฉันก็อยากจะลองสู้กับเบลคอยู่เหมือนกันค่ะ!”

“งั้นก็แปลว่าฉันต้องจับคู่กับเลน่าเหรอ?”

ผมได้หันหน้าไปหาเลน่า ซึ่งเลน่าก็ได้จิ้มนิ้วเข้าหากันในขณะที่เธอจะมองลงพื้นแล้วเงยหน้าขึ้นมองผมเล็กน้อย

“คงจะเป็นแบบนั้นค่ะ แต่-แต่ฉันสัญญาค่ะ ว่าฉันจะไม่ทำให้เอ็กซ์ได้รับอันตรายแน่นอนค่ะ!”

“ในเมื่อทุกคนตกลงจับคู่กันแล้ว งั้นก็เอาตามนี้นะคะ! ถ้าเกิดพวกเราต้องสู้กันเอง!”

พวกเราทั้ง 3 คนได้พยักหน้าพร้อมเพียงกันและหลังจากนั้นไม่นานอาจารย์ก็ได้ประกาศหลังจากที่เห็นว่าทุกคนจับกลุ่มกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ส่วนคนที่ไม่ได้จับกลุ่มกัน อาจารย์ก็ได้ทำการจับกลุ่มให้

“ดูเหมือนว่าทุกคนจะจับกลุ่มกันเสร็จแล้วสินะ บางคนก็กลุ่ม 5 บางคนก็กลุ่ม 3 กลุ่ม 4 หรือบางคนก็กลุ่ม 2 คน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กลุ่มที่พวกเธออยู่ จะเป็นกลุ่มที่พวกเธอจะต้องใช้ทำภารกิจหรืองานของโรงเรียนอื่นๆหรือแม้แต่ร่วมกิจกรรม แน่นอนว่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในช่วง 1 เดือนแรกนั้น จะไม่มีใครสามารถเปลี่ยนกลุ่มได้ และเพื่อเสริมสายสัมพันธ์ของกลุ่มให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น พวกเธอตีกันเองซะ แต่ถ้าเกิดจะให้ตีกันทีละกลุ่มมันก็คงจะช้าเกินไป เพราะฉะนั้นแล้วออกมาทีเดียว 3 กลุ่ม ส่วนคนอื่นๆก็ขึ้นไปดูบนสนาม และฉันอยากจะได้ทีมที่มีพวกอันดับสูงๆออกมาก่อน เข้าใจใช่ไหม ถ้าเข้าใจแล้วก็ขึ้นไปนั่งข้างบน ส่วนพวกอันดับสูงๆอยู่ที่นี่”

“ดูเหมือนว่าพวกเราจะเป็นกลุ่มที่ต้องอยู่ที่นี่นะคะ”

คิร่าได้พูดขึ้นในขณะที่พวกเรายังคงยืนอยู่กับที่มองดูคนอื่นๆขึ้นไปนั่งที่ขอบสนาม

“นี่มันผิดแผนนิดหน่อย แต่ฉันจะเล่นไปด้วยก็ได้”

เอ็กซ์ที่ในตอนนี้ทำการแอ๊คท่าไปเป็นที่เรียบร้อย มันก็ได้ทำให้เลน่าที่เห็นท่าแอคของเขาก็ถึงกับรู้สึกอายแทน! ในขณะที่เบลคจะหัวเราะเล็กน้อย

“นายนี่มัน-นายนี่มันน่าสนใจจริงๆ! ดูเหมือนฉันจะคิดถูกจริงๆสินะที่มาร่วมทีมกับนายเนี่ย”

เบลคได้เข้ามากอดคอเอ็กซ์เอาไว้นั่นทำให้เขาที่กำลังแอ๊ดท่าอยู่ มันก็ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงหล่อ

“แล้วนายอยากจะมาร่วมโพสต์ท่ากับฉันไหมล่ะ”

“โพสต์ท่าหรอ เอาสิ”

เอ็กซ์ได้ทำการสอนโพสท่าที่เขาภูมิใจมากที่สุดให้กับเบลค เมื่อฝูงชนหายไปหมดและเหลือเพียงแค่ 3 ทีม นั่นก็ได้ทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่ข้างสนามจ้องมองมาที่สนาม และแม้แต่คนในสนามเองรวมถึงเคนโนช่า ก็ยังมองมาที่ เอ็กซ์และเบลคที่กำลังโพสต์ท่าโจโจ้อยู่!

ซึ่งทำให้สไตล์วาดภาพของทั้งสองคนนั้นเปลี่ยนไปในขณะที่พวกเขาจะหันหลังให้กัน! พร้อมกับสีหน้าที่จริงจัง และมีเอฟเฟคอะไรบางอย่างออกมาจากตัวพวกเขา

จนทำให้เลน่าถึงกับถอยห่างออกมาและแทบอยากจะมุดหน้าลงไปยังรอยแยกของพื้นดินให้มันรู้แล้วรู้รอด! เพราะมันน่าอายเกินไปแล้ว!!

ซึ่งนั่นทำให้คิร่าไอออกมาเล็กน้อยในขณะที่เธอจะพูดขึ้น

“ฉันว่าทั้งสองคนหยุดเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นเลน่าได้มุดเปลือกโลกจริงๆแน่นอนค่ะ”

“โฮะ โฮะ โฮะ นี่เจ้าอยากจะหยุดพวกข้าอย่างนั้นเหรอ! คิร่า!”

เอ็กซ์ได้มองมาที่คิร่าด้วยสายตาที่ท้าทาย นั่นทำให้คิร่าถึงกับคิ้วกระตุก!

“แล้วถ้าฉันอยากจะหยุดพวกเธอล่ะ”

เคนโนช่าที่ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังพร้อมกับกอดอก นั่นก็ได้ทำให้เอ็กซ์และเบลคถึงกับขนลุกซู่ในขณะที่พวกเขาจะรีบพุ่งมาหลบข้างหลังของคิร่าด้วยท่าทีหวาดกลัว! ซึ่งนั่นทำให้เคนโนช่าที่เห็นแบบนั้นพูดขึ้น

“เอาล่ะ แต่ละกลุ่มส่งคนที่จะสู้กันออกมา ส่วนคนในทีมก็ถอยออกไปยืนดูที่ข้างสนาม”

เบลคและเอ็กซ์ที่เห็นว่าอาจารย์ไม่สนใจพวกเขาแล้วนั่นก็ทำให้พวกเขากลับมายืนตัวตรงและไอเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะพูดขึ้น

“งั้นก็ทำตามที่พวกเราตกลงกันตอนแรก ฉันจะไปกับเลน่า ส่วนนายก็ไปกับคิร่า แล้วใครจะออกไปเป็นคนแรกก่อนล่ะ?”

“งั้นฉันขอออกไปก่อนก็แล้วกัน คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคิร่า”

คิร่าได้พยักหน้าให้กับเบลค

“ฉันก็อยากไปเป็นคนแรกอยู่เหมือนกันค่ะ! เพราะฉะนั้นแล้วพวกเราไปกันเถอะค่ะ!”

ทั้งสองคนได้ออกไปรวมตัวอยู่ที่ตรงหน้าของอาจารย์ ในขณะที่ผมและเลน่าจะพากันถอยห่างออกมายืนดูที่ข้างสนาม พร้อมกับคนอื่นๆ

“ก่อนที่จะสู้กัน จงแจ้งชื่อและอันดับของตัวเองออกมา”

คนอื่นๆได้ทำการแจ้งชื่ออย่างรวดเร็วและอันดับของตัวเองซึ่งก็พบว่าพวกเขานั้นเป็นคนที่อยู่ในอันดับ 395 ลงมาทั้งนั้น แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนนั้นรู้สึกฮือฮาจริงๆกลับเป็นคู่ของ เบลคและคิร่า เพราะคนที่มีอันดับสูงเป็นอันดับ 5 ของห้องในตอนนี้ก็คือเบลค ในขณะที่คิร่าจะเป็นคนที่มีอันดับต่ำสุด ซึ่งอันดับระหว่างทั้งสองคนนั้นห่างกันตั้ง 100 อันดับ!

และคนทั้งสองคนที่มีอันดับต่างกันขนาดนี้ไม่น่าจะสามารถมาเผชิญหน้ากันได้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งแม้แต่เคนโนช่าก็ยังขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่ได้พูดอะไร และไม่ได้ขัดขวางที่ทั้งสองคนเลือกที่จะสู้กัน

“แต่ละทีมเว้นระยะห่างออกจากกัน 20 เมตร”

ทุกคนได้เว้นระยะห่างออกจากกัน ก่อนที่พวกเขาทุกคนจะดึงดาบออกมา เคนโนช่าที่มองดูเล็กน้อยก็ได้พยักหน้า

“เริ่มการต่อสู้ได้”

2 ทีมแรกได้พุ่งเข้าใส่กันในขณะที่ดาบของพวกเขาจะปะทะกัน แต่คิร่าและเบลคกลับยืนมองหน้ากัน ซึ่งเบลคก็ได้ยกดาบขึ้นมาพาดไหล่ในขณะที่เขาจะกวักมือเรียก

“ถ้าพร้อมก็เข้ามาได้เลย”

“งั้นฉันจะไม่เกรงใจแล้วนะคะ!”

คิร่าได้พุ่งเข้าไปแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าของเบลคในขณะที่เธอก้มต่ำลงแล้วฟันดาบขึ้น นั่นทำให้เบลคฟันดาบลงมาส่งผลให้ดาบของทั้งสองคนปะทะกัน! ซึ่งทำให้อีก 2 คู่ที่กำลังต่อสู้กันอยู่นั้นหันความสนใจมาที่พวกเขา และนั่นก็ทำให้พวกเขาพบว่าทั้งสองคนในตอนนี้

กำลังแลกเปลี่ยนดาบกันอย่างรุนแรง! ในขณะที่เบลคจะถอยหลังออกไปเล็กน้อยทุกครั้งที่รับการโจมตีของคิร่า พร้อมกับคิร่าที่ไล่โจมตีเขาอย่างดุเดือดเหมือนดั่งกับพายุที่โหมกระหน่ำเข้าใส่!

‘เป็นความเร็วที่สุดยอดจริงๆ’

เบลคที่ใช้ดาบปัดป้องการโจมตีของเธออย่างต่อเนื่องด้วยมือเพียงแค่ข้างเดียว พร้อมกับสายตาของเขาที่มองดูการโจมตีของเธออย่างใจจดใจจ่อ

คิร่าก็ได้เข้ามาโจมตีเขาทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซิกแซกเข้ามาโจมตีจากด้านข้าง พุ่งเข้ามาตรงๆ หรือเข้ามาจากด้านล่าง เธอก็ล้วนสามารถเปลี่ยนการโจมตีได้อย่างไหลลื่นเหมือนดั่งกับสายลมที่พัดผ่านไป ถ้าเผลอไปแม้แต่เล็กน้อย ก็มีความเป็นไปได้ที่ดาบนั่นจะทำอันตรายเขา

และถึงแม้ว่าการโจมตีของเธอนั้นจะค่อนข้างเบา เมื่อเทียบกับความเร็วที่เร็วเหมือนดั่งกับพายุ แต่การที่เธอสามารถโจมตีได้อย่างต่อเนื่อง มันก็ทำให้ตัวของเขานั้นลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อยทุกครั้ง ถ้าเกิดเขารับการโจมตีของเธอตรงๆ ก็มีโอกาสที่เขาจะโดนเธอส่งขึ้นอากาศ

ซึ่งนั่นจะเปิดโอกาสให้เธอจัดการเขาในตอนนั้นแน่นอน แต่ถ้าเกิดเข้าถูกจัดการได้ง่ายๆแบบนั้นเขาก็ไม่สมควรที่จะมาอยู่ในอันดับที่ 400 นี้หรอ

เบลคที่เปลี่ยนจากตั้งรับก็ได้ก้าวขาไปข้างหน้าแทนที่จะถอยหลังแล้วฟันดาบขึ้นอย่างรุนแรงส่งผลให้ตัวของเธอลอยขึ้นจากพื้น ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาลงดาบ! พร้อมกับการเคลื่อนไหวของเธอจะหยุดชะงัก ในขณะที่สายตาของเธอจะมองลงมาที่ดาบ ซึ่งในตอนนี้กำลังประทับอยู่บนคอของเธอ

“ฉันแพ้แล้วสินะคะ”

“อา แต่ฉันก็ต้องยอมรับนะว่าเธอแข็งแกร่งจริงๆในด้านความเร็ว”

เบลคได้ดึงดาบกลับก่อนที่จะเก็บเข้าฝั่งในขณะที่คิร่าจะทำแบบเดียวกัน แล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวของตัวเองด้วยรอยยิ้ม

“ฉันก็ถูกชมแบบนั้นบ่อยๆอยู่เหมือนกันค่ะ”

“ถ้าพวกเธอสู้กันเสร็จแล้วก็ขึ้นไปนั่งรออยู่ข้างบน”

เคนโนช่าได้พูดขึ้น นั่นทำให้คิร่าและเบลคพยักหน้าก่อนที่จะเดินขึ้นไปนั่งอยู่ข้างบน

“ส่วนพวกเธอ 2 คนขึ้นมาได้เลย”

เคนโนช่าได้ชี้นิ้วมาที่ผมและเลน่า นั่นจึงทำให้ผมที่เห็นแบบนั้นหันไปหาเลน่าก่อนที่เธอจะพยักหน้าให้จึงทำให้พวกเราเดินไปอยู่ตรงจุดที่เบลคและคิร่าเคยต่อสู้

“เอ็กซ์ สายจอมเวทย์ อันดับ 499”

“เลน่า สายนักดาบ อันดับ 401”

เสียงฮือฮาของผู้คนได้ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อรู้ว่าพวกเขาทั้งสองคนเป็นเหมือนกับ 2 คนที่แล้ว และดูเหมือนว่าพวกเขาทั้ง 4 คนจะอยู่ทีมเดียวกันด้วย

“ทีมของพวกเธอเป็นทีมที่จับคู่ระหว่างคนที่อ่อนที่สุดกับคนที่เกือบแข็งแกร่งที่สุดหรือไงกัน? เข้าใจเล่นดีนี่”

ผมได้หัวเราะเล็กน้อยให้กับคำพูดของเคนโนช่า

“ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีวาสนาถึงขั้นได้จับคู่กับคนแข็งแกร่งแบบนี้เหมือนกัน”

“ฉันหวังว่าเธอจะโชว์อะไรที่น่าสนใจเหมือนกับแม่สาวสีชมพูคนนั้นให้ฉันดูนะ ไม่อย่างนั้นแล้ว เธอคงจะมีชื่อเสียงว่าเป็นพวกเกาะพวกอันดับสูงกินแน่”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ผมไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับไปนอกจากหัวเราะแห้งๆ ถึงผมจะฝึกฝนตัวเองมาอย่างดีตั้งแต่ที่กลับชาติมาเกิดในโลกใบนี้ แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าระดับฝีมือของผมอยู่ในระดับไหนกันแน่ ถึงผมจะชอบใช้เวทมนต์ และชอบเรียนรู้เวทมนต์เป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากผมมีพื้นฐานมาจากครอบครัวชาวนา จึงทำให้การหาคัมภีร์เวทมนต์มาอ่านนั้นเป็นเรื่องยาก เพียงแค่คัมภีร์เวทมนต์พื้นฐานก็ยังต้องใช้เงินมากถึง 1 เหรียญเงินเพื่อซื้อ

ซึ่งเป็นเงินเก็บตลอด 3 เดือนของผมกว่าที่ผมจะสามารถซื้อคัมภีร์เวทมนต์พื้นฐานมาใช้ได้ ส่วนการซื้อคัมภีร์เวทมนต์ระดับหนึ่งมาใช้นั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะมันมีราคามากถึง 1 เหรียญทอง นั่นก็เลยทำให้ผมเชี่ยวชาญแค่คัมภีร์เวทมนต์พื้นฐาน

นอกเหนือจากนั้นแล้ว ก็เป็นเวทมนต์ที่ผมสร้างขึ้นมาเอง โดยมีแรงบาดาลใจมาจากอนิเมะ และเกมในชาติที่แล้ว และแน่นอนว่าคัมภีร์เวทมนต์พื้นฐานก็สอนเพียงแค่การรวบรวมพลังและวิธีการใช้มันก็เท่านั้นเอง ซึ่งเวทมนต์พื้นฐานที่มันแถมมาให้ก็มีเพียงแค่เวทมนต์ไฟ ที่สามารถจุดไฟเหมือนกับจุดเทียน เวทมนต์น้ำที่ทำได้เพียงแค่ฉีดน้ำเหมือนกับปืนของเล่น เวทมนตร์ดินที่แทบไม่แตกต่างจากการหยิบก้อนหินขึ้นมาขว้างหัวหมาก และเวทย์มนต์ลมที่สามารถควบคุมลมได้นิดหน่อย ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในตอนที่อากาศร้อน

และนั่นก็คือพื้นฐานทั้งหมดที่มันสอน นอกเหนือจากนั้นแล้วผมก็ต่อยอดและลองผิดลองถูกอยู่หลายปี เพื่อทำตามที่เห็นในเกมหรือในอนิเมะให้ได้ ถึงแม้ว่าผลลัพธ์จะไม่ได้เป็นไปตามที่คิดเอาไว้ แต่อย่างน้อย ผมก็สามารถใช้พวกมันได้

“แล้วพวกเราจะมาเริ่มกันเลยไหม”

เอ็กซ์ได้ล้วงมือข้างซ้ายเข้าไปในกระเป๋ากางเกงในขณะที่มองเข้าไปในดวงตาของเลน่า ซึ่งท่าทีเขินอายและขี้อายก่อนหน้านี้ของเลน่าได้หายไปจนหมด และถูกแทนที่ด้วยความสงบเหมือนดั่งกับแม่น้ำนิ่งที่ไร้ซึ่งคลื่นใดๆ

ในขณะที่เธอจะดึงดาบออกมาจากฝักแล้วจับสองมือพร้อมกับยอดตัวลงพร้อมกับชี้ดาบมาที่หน้าของเขา

เคนโนช่าที่เห็นว่าทั้งสองคนพร้อมเป็นที่เรียบร้อย มันก็ทำให้เธอที่เห็นแบบนั้นมองดูการต่อสู้ของ 2 กลุ่มก่อนหน้านี้ ที่ในตอนนี้ได้ตัดสินผู้ชนะเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งพวกเขาก็ได้เดินขึ้นไปที่ข้างบนแล้วรอดูการต่อสู้ นั่นทำให้เคนโนช่าให้สัญญาณเริ่มการต่อสู้

“เริ่มได้”

เลน่าได้ก้าวขาออกไปยาวๆพร้อมกับตัวของเธอที่วิ่งเข้าใส่เอ็กซ์ ส่งผลให้ฝุ่นคลุ้มไปทั่วจากการวิ่งของเธอที่แทบไม่แตกต่างจากการพุ่งออกไปเหมือนกับจรวดเลยสักนิด!

ซึ่งภายในสายตาของเอ็กซ์ สิ่งที่เขาเห็นหลังจากที่เคนโนช่าให้สัญญาณนั่นก็คือ เลน่าได้พุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูงแบบพุ่งตรงดิ่งโดยที่ไม่ใช้การหลอกหรืออะไรเลย แต่เป็นเพียงแค่การพุ่งเข้ามาพร้อมกับดาบของเธอ

นั่นทำให้เขาถอยหลัง แต่เลน่าก็ได้กระโดดพุ่งเข้ามาพร้อมกับดาบของเธอที่เข้าใกล้ใบหน้าของเขา นั่นทำให้ภาพทุกอย่างช้าลง

ที่จริงแล้ว การต่อสู้ระหว่างนักเวทย์และนักดาบนั้น ควรจะมีระยะห่างอยู่ที่ 50 เมตรเป็นอย่างน้อย เพื่อให้นักเวทย์สามารถเตรียมตัวใช้เวทมนต์ของตัวเองได้ แต่ถ้าเกิดเป็นการต่อสู้จริง คงไม่มีนักดาบที่ไหนโง่ให้นักเวทย์อยู่ห่างจากตัวเองแน่นอน

นั่นก็เลยเป็นสาเหตุที่ว่าทำไม เลน่าถึงพุ่งเข้ามาซึ่งๆหน้าทันทีโดยที่ไม่ใช้ท่าหลอกหรือท่าซิกแซกอะไรพวกนั้น เพราะเธอรู้ดีว่ามันไม่จำเป็น และสิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้ ก็คือการจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่เขาจะทันได้เตรียมตัวหรือใช้เวทมนต์อะไร

และเอ็กซ์ที่รู้ถึงเรื่องนี้ดี ว่านักเวทย์ต้องทิ้งระยะห่างจากนักดาบให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็รู้ดีว่าการที่เขาเคลื่อนไหวช้าแบบนี้ มันทำให้เขาแพ้ได้ในทันที

“เพราะฉะนั้นแล้ว ผมถึงชอบท่าของพวกยมทูตยังไงล่ะ”

เอ็กซ์ได้เผยรอยยิ้มออกมาในขณะที่ดาบจะอยู่ตรงหน้าของเขา และในตอนนั้นเอง เขาก็ได้หายตัวไปพร้อมกับดาบที่แทงทะลุอากาศ

ทำให้เลน่าถึงกับตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ พร้อมกับความรู้สึกอันตรายที่มาจากข้างหลัง! จึงทำให้เธอรีบกระโดดหลบออกไปด้านข้างแล้วกลิ้งตัวลงกับพื้น

เสียงระเบิดก็ได้ดังขึ้นตามหลังของเธอมาติดๆนั่นจึงทำให้เธอที่กระโดดขึ้นมาจากพื้นแล้วตั้งท่าป้องกันพร้อมกลับมองไปยังทิศทางของระเบิดซึ่งเป็นจุดที่เธอเคยอยู่ มันก็ทำให้เธอพบกับเอ็กซ์ที่กำลังยืนล้วงกางเกงของตัวเองเหมือนกับตอนที่เริ่มการต่อสู้ข้างๆการระเบิด

เมื่อควันหายไป ก็เผยให้เห็นพื้นทรายที่เป็นหลุมจากแรงระเบิด ก่อนที่เอ็กซ์จะหันมาหาเธอด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

“เลน่า เธอเป็นคนที่ 2 นะที่ฉันได้สู้ด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว”

ลูกบอลน้ำได้ปรากฏขึ้นข้างหลังของเอ็กซ์ ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งอันแหลมคม! หลังจากนั้น มันก็ได้เริ่มหมุนควงสวาทอย่างรวดเร็วด้วยเวทย์มนต์ลม!

ซึ่งนั่นทำให้เลน่าถึงกับเหงื่อตก ในขณะที่เธอจะจับดาบเอาไว้แน่นเมื่อเห็นถึงก้อนน้ำแข็งอันแหลมคงที่หมุนไปมาอย่างรวดเร็วหลาย 10 อันที่อยู่ข้างหลังของเขา!

ตอนที่ 3 ของพันนั้นฉันไม่ต้องการหรอก!

ภาพของกระสุนน้ำแข็งที่อยู่ข้างหลังของเอ็กซ์ซึ่งกำลังหมุนตัวอย่างรวดเร็วได้ทำให้คนทั่วทั้งสนามนั้นถึงกับเสียวสันหลังและเต็มไปด้วยความสับสน

“ใช้เวทมนต์ได้โดยที่ไม่ต้องร่าย และยังสามารถใช้เวทมนต์พร้อมๆกันได้อีก และเวทมนต์ที่แสดงออกมาแต่ละอันก็ไม่ใช่เวทมนต์ที่ฉันรู้จัก ทำไมผู้ชายแบบนี้ ถึงมาอยู่ในห้องของฉันได้กัน”

เคนโนช่าที่ยืนดูอยู่ข้างๆด้วยสายตาที่สับสนว่าสัตว์ประหลาดเช่นนี้มันมาอยู่ในห้องที่กากที่สุดได้ยังไงกัน มันก็ทำให้เธอที่สตั้นไปสักพัก ก็ได้กลับมามีสีหน้าไร้อารมณ์เหมือนเดิม ในขณะที่เธอจะให้ความสนใจกับเขามากขึ้น

เอ็กซ์ได้ควบคุมกระสุนน้ำแข็งของเขาพุ่งออกไป และนั่นก็ทำให้กระสุนน้ำแข็งพุ่งเฉียดหน้าของเลน่าไปในช่วงพริบตา! ซึ่งเธอยังไม่ทันจะได้ตอบสนองเลยด้วยซ้ำก็พบว่าตัวเองนั้นได้รับบาดแผลแล้ว นั่นทำให้เธอหันกลับไปมองข้างหลังเล็กน้อย และพบกับกระสุนน้ำแข็งที่แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่บนพื้น

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น มันก็ยังคงทิ้งรอยเจาะอยู่บนพื้นให้เธอเห็น ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปเกือบ 3 เมตร นั่นทำให้เธอที่หันกลับมาหาเขา แล้วพบกับกระสุนน้ำแข็งที่อยู่ข้างหลังของเขาอีก 11 อัน มันก็ทำให้เธอนั้นถึงกลับมีสายตาไม่มั่นใจ ว่าตัวเองจะเอาชีวิตรอดไปได้ไหม ถ้าเกิดเขาเล็งมาที่เธอจริงๆ

และในวินาทีต่อไปเธอก็ได้รู้คำตอบว่าเธอจะยังมีชีวิตรอดอยู่ไหมถ้าเกิดเขาเล็งมาที่เธอจริงๆ เพราะในวินาทีต่อมา กระสุนน้ำแข็งก็ได้พุ่งเข้ามาหาเธอซึ่งๆหน้า!

นั่นทำให้เธอที่รู้สึกได้ถึงอันตรายก็ได้ยกดาบขึ้นมาแล้วฟันออกไป ส่งผลให้ดาบของเธอตัดผ่านกระสุนน้ำแข็ง! และในขณะที่เธอกำลังใช้ดาบตัดกระสุนน้ำแข็งอันต่อไป เธอก็พบว่ากระสุนน้ำแข็งทั้งหมดในตอนนี้ อยู่ห่างจากเธอเพียงแค่ปลายนิ้วเท่านั้น

ต่อให้เธอจะทำลายมันได้เร็วมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่มีทางสู้จำนวนของมันได้อยู่ดี และดูจากความเร็วของมันเธอน่าจะทำร้ายได้อีกแค่อันเดียว ก่อนที่จะโดนกระสุนน้ำแข็งอีก 10 อันทะลวงผ่านร่างกายไป

ซึ่งนั่นทำให้เธอรู้สึกอ่อนแรงและไม่สามารถขยับได้เมื่อพบว่าความตายกำลังอยู่ใกล้ตัวเองมากแค่ไหน

“พอแค่นั้นแหละ”

กระสุนน้ำแข็งได้แตกสลายหายไปภายในช่วงพริบตาพร้อมกับเคนโนช่าที่ปรากฏตัวอยู่ข้างๆเลน่า

“หลังจากจบคาบนี้ เธอไปพบฉันที่ห้องทำงานกับฉัน”

เคนโนช่าได้พูดขึ้นในขณะที่จ้องเอ็กซ์ นั่นทำให้เขาหัวเราะแห้งๆเล็กน้อย

“ดูเหมือนว่าผมจะทำเกินไปสินะครับ”

“มากด้วย”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ผมได้รีบไปหาเลน่าก่อนที่จะถามเธอด้วยความสงสัย

“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม”

“ค่ะ ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ”

“ยังเดินไหวไหม?”

เลน่าที่พยายามขยับตัวแล้วพบว่าตัวเองไม่สามารถขยับได้ นั่นก็ทำให้เธอยิ้มอย่างเขินอายเล็กน้อย

“ขอโทษด้วยค่ะ แต่ดูเหมือนว่าฉันจะขยับไม่ได้”

“งั้นฉันจะช่วยเธอขึ้นไปนั่งพักก็แล้วกัน ถือว่าเป็นคำขอโทษที่ฉันทำเกินไป”

ผมได้ยกแขนของเธอขึ้นมาคล้องคอ ก่อนที่ผมจะกอดเอวเธอแล้วเริ่มพาเธอเดินขึ้นไปนั่งอยู่ที่ขอบสนาม นั่นทำให้เคนโนช่าที่มองตามหลัง ก็ได้หันไปตะโกนกับนักเรียนคนอื่นๆที่อยู่ด้านบน

“ทีมต่อไปลงมาได้”

ซึ่งในขณะที่การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป เอ็กซ์ที่กำลังพาเลน่าเดินไปตามทางที่นำขึ้นไปยังด้านบน ในตอนนั้นเลน่าก็ได้ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ทำไมเอ็กซ์ถึงมาอยู่ที่ห้อง f กันคะ ด้วยความสามารถระดับนั้นไม่น่าจะมาอยู่ที่ห้อง f ได้นี่คะ”

“ทำข้อสอบได้แย่เกินไป และในวันที่ทดสอบพลังวันนั้น ก็ดันเป็นไข้ ก็เลยโดนเด้งมาอยู่ที่ห้องนี้น่ะ”

ถึงแม้ว่าความจริงแล้ว วันที่ทำการทดสอบพลังนั้น ผมจะจงใจออมพลังเอาไว้ก็ตาม แต่เรื่องที่ผมทำข้อสอบได้แย่เกินไปจนเกือบจะไม่ผ่าน เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน! ผมรับประกันได้!!

“ถ้าอย่างนั้นแล้วพวกเราไปหาอาจารย์แล้วทำการทดสอบใหม่เถอะค่ะ!”

เลน่าได้พูดขึ้นด้วยท่าทีที่จริงจัง นั่นทำให้ผมยิ้มเล็กน้อย

“นั่นเป็นเรื่องที่น่าสนใจจริงๆ แต่คงต้องขอปฏิเสธ!”

“ทำไมล่ะคะ!?”

“ก็เป็นเพราะว่าฉันมีทีมอยู่แล้วยังไงล่ะ จะให้ฉันทิ้งทีมของตัวเองไป ฉันคงจะทำไม่ได้หรอกนะ”

ถึงเหตุผลจริงๆจะเป็นเพราะว่าผมขี้เกียจก็ตามที และอีกอย่างหนึ่ง การอยู่ในห้องที่ต่ำที่สุด มันก็ยังสะดวกสบายต่อการเคลื่อนไหวของผมอีกด้วย ไม่ว่าผมจะทำอะไรคนอื่นๆก็ไม่ค่อยสนใจและไม่คิดที่จะเหลียวแลเพราะมีคำว่าห้อง f ค่ำหัวอยู่ยังไงล่ะ!

และอีกอย่างหนึ่งการอยู่ที่ห้อง F ก็ยังเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้ผมเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวของพวกตัวละครหลักอีกด้วย! หรือว่าจะเข้าไปพัวพันแล้ว แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ขอแค่มันไม่มาขัดขวางไม่ให้ผมแข็งแกร่งขึ้น เรื่องราวจะเป็นยังไงก็ช่างมัน

“ดูเหมือนว่าคุณเอ็กซ์จะเอาใจใส่เพื่อนมากกว่าที่ฉันคิดอีกนะคะ”

เลน่าได้พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน ซึ่งนั่นทำให้ผมที่มองเธอเล็กน้อย ก็ได้พยักหน้า ถึงจะดูเหมือนกับว่าเธอกำลังเข้าใจอะไรผิดไป แต่ก็ช่างมันเถอะ

“ทั้งสองคนคะ! ทางนี้ค่ะ!”

คิร่าได้ยืนโบกมือที่ทางขึ้นไปยังบนสุด พร้อมกันกับเบลคที่ยืนกอดเอวพิงหลังกับกำแพงมองมาทางนี้

“ฉันไม่คิดเลยนะว่านายจะเป็นพวกที่ไม่สมกับอันดับตัวเองขนาดนี้ หรือนายมีนิสัยแปลกๆที่ชอบอยู่ในอันดับ 499 หรือไงกัน?”

เบลคได้พูดขึ้นด้วยท่าทีล้อเล่น นั่นทำให้ผมที่เดินขึ้นไปหาพวกเขาก็ได้ส่งเลน่าให้กับคิร่า ก่อนที่จะแอ๊คท่าแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หล่อเท่

“ดูเหมือนว่าความลับของข้าจะแตกแล้วสินะ ใช่แล้วล่ะ! ข้านะ-!”

“คุฌเลน่าไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?”

“ใช่ๆเธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

เบลคและคิร่าที่เข้าไปดูเลน่าด้วยท่าทีเป็นห่วงเป็นใยโดยที่ไม่สนใจเอ็กซ์เลยแม้แต่น้อย นั่นก็ทำให้เขาถึงกับคิ้วกระตุก

“อย่างน้อย ก็ช่วยสนใจกันหน่อยสิเฮ้ย”

ผมได้พูดขึ้นด้วยท่าทีเจ็บใจเล็กน้อยในขณะที่ทั้งสองคนนั้นจะยังคงดูแลเลน่าแล้วพาเธอไปนั่งด้วยท่าทีเป็นห่วง จนทำให้ผมถอนหายใจก่อนที่จะเดินตามหลังพวกเขาไปแล้วนั่งลงข้างๆเบลค

“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมนายถึงอยู่ในห้อง f ได้ทั้งที่เก่งขนาดนั้น แต่ฉันไม่ยอมให้นายกลายเป็นหัวหน้าทีมแน่นอน!”

เบลคได้พูดขึ้นด้วยท่าทีจริงจังพร้อมกับสาบานจนทำให้ผมที่เห็นแบบนั้นหัวเราะด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์

“ฮ่า ฮ่า หัวหน้าอย่างนั้นหรอ ของพันนั้น ฉันไม่ต้องการหรอก แต่ขอถามหน่อยสิ นายจะเป็นหัวหน้าทีมเหรอ?”

“ไม่อ่ะ ฉันขี้เกียจเกินไป และดูเหมือนว่าเลน่าก็ไม่ได้อยากจะเป็นหัวหน้าทีมด้วยเพราะเธอขี้อายเกินไป”

เบลคได้เอนหลังในขณะที่พูดนั่นจึงทำให้ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา

“งั้นก็หมายความว่าคนที่เหมาะสมจะเป็นหัวหน้าทีมมากที่สุดก็คือคิร่า”

ผมและเบลคได้หันไปมองคิร่าที่กำลังอยู่ข้างๆเลน่าแล้วมองดูการต่อสู้ด้วยสายตาตื่นเต้น

“ก็คงจะเป็นแบบนั้น ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับพวกเรา แต่อนาคตของเธอก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นี้แน่นอน และอีกอย่างนึง นิสัยของเธอก็เหมาะที่จะเป็นหัวหน้ากลุ่มด้วย”

“ก็คงจะเป็นแบบนั้น สงสัยในอนาคต เธอคงได้ชื่อว่าผู้แข็งแกร่งอันดับที่ 500 แน่นอน เพราะเธอสามารถสั่งพวกเราได้ แต่ก็เอาสิ ฉันจะยอมเป็นขี้ข้าให้ก็ได้”

เอ็กซ์ได้ยิ้มเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่มีเล่ห์ในแฝงอยู่ นั่นทำให้เบลคที่เห็นท่าทีของเขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะเขาก็ชอบยิ้มแบบนั้นอยู่ตลอดทุกครั้งที่มีโอกาส

“แต่จะว่าไปแล้ว อาจารย์คุยอะไรกับนายหรอ?”

“เธอบอกให้ฉันไปพบเธอที่ห้องทำงานหลังจากจบคาบเรียนนี้นะ”

“คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับอันดับที่ไม่สอดคล้องกับความสามารถสินะ”

“น่าจะ หรืออาจจะไม่ใช่เลยก็ได้ แต่หลังจากไปถึง เดี๋ยวก็รู้เอง”

ซึ่งการต่อสู้ก็ได้ดำเนินไปจนถึงเที่ยงก่อนที่อาจารย์จะสั่งให้ไปพัก ซึ่งผมและทุกคนก็ได้พากันไปรับประทานอาหารก่อนที่จะกลับมาในตอนเที่ยงแล้วการต่อสู้ก็ดำเนินต่อไป และในที่สุดการต่อสู้ก็ได้สิ้นสุดลงพร้อมกับพวกเราทุกคนจะมายืนเรียงแถวต่อกันอีกครั้งหนึ่ง

“ฝีมือของพวกเธอในปีนี้ถือได้ว่าดีกว่าปีที่แล้วเป็นอย่างมาก ถ้าไม่นับตัวประหลาดที่ไม่สมกับอันดับของตัวเอง พวกเธอก็ดีกว่าปีที่แล้วเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นแล้ววันพรุ่งนี้พวกเราจะเริ่มเรียนกันจริงๆอยู่ในห้องเรียน เพราะฉะนั้นแล้ว อย่ามาสาย ใครมาสาย ฉันจะให้วิ่งรอบโรงเรียน 10 ครั้ง เพราะฉะนั้นแล้วเลิกเรียนได้ ส่วนเอ็กซ์ นายตามฉันมา”

“ดูเหมือนว่าผมจะต้องไปแล้วนะ”

“ไปดีมาดีนะคะ”

คิร่าได้โบกมือลาพร้อมกับคนอื่นๆจะพยักหน้าให้ นั่นจึงทำให้ผมพยักหน้าตอบกลับ ก่อนที่จะเดินตามหลังอาจารย์ออกจากสนาม แล้วเดินไปตามทางเดินของโรงเรียนที่ไม่ค่อยมีคน

“ไหนลองบอกเหตุผลฉันมาหน่อยสิ ว่าทำไมเธอถึงได้มาอยู่ในห้อง F ของฉันได้?”

“ผมทำข้อสอบเกือบไม่ผ่านครับ ก็เลยมาอยู่ในห้องนี้”

“…ก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี แต่ด้วยความสามารถทางด้านเวทมนต์ของเธอแล้วมันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่เธอจะมาอยู่ในห้องของฉันได้ อย่างน้อยเธอก็ต้องอยู่ห้อง B หรือไม่ก็ A เพราะฉะนั้นแล้ว อธิบายเหตุผลให้ฉันฟังหน่อยสิ”

“ในวันทดสอบพลังผมป่วยกะทันหัน ก็เลยทำออกมาได้ค่อนข้างแย่ครับ นั่นก็เลยเป็นสาเหตุที่ผมโดนเด้งมาอยู่ที่ห้องของอาจารย์”

เคนโนช่าถึงกับหยุดเดินในขณะที่จะหันหน้ากลับมามองผม

“ป่วยเนี่ยนะ?…ก็ มีหลายๆครั้งที่นักเรียนป่วยตอนสอบ งั้นฉันก็พอจะเข้าใจได้แล้วว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ห้องฉัน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ฉันก็ช่วยให้เธอสอบอีกครั้งหรืออะไรแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ เนื่องจากเธอถูกจัดให้มาอยู่ในห้องนี้แล้ว แต่ฉันก็พอจะช่วยอะไรเธอได้อยู่บ้าง”

เคนโนช่าที่พาผมไปจนถึงห้องทำงานของเธอเธอก็ได้เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนที่จะเปิดลิ้นชักแล้วเอากุญแจสีทองลวดลายของจอมเวทย์วางลงบนโต๊ะ

“นี่คือกุญแจของห้องสมุดที่บันทึกหนังสือเวทมนต์เอาไว้มากมาย เธอสามารถเข้าไปแล้วเลือกหนังสือเวทมนต์ได้ 1 อัน เพราะฉะนั้นแล้วเอาไปใช้ซะ แล้วก็อย่าลืมเอามาส่งคืนฉันด้วย”

ผมได้มองดูกุญแจสีทองที่อยู่บนโต๊ะก่อนที่ผมจะมองมันเล็กน้อย

“งั้นนี่ก็คือสิ่งที่อาจารย์พอจะช่วยผมได้สินะครับ”

“ฉันก็พอจะช่วยเธอได้แค่นี้แหละ ตอนแรกฉันก็อยากจะสอนเธอส่วนตัวอยู่หรอกนะ เพราะฉันก็เป็นจอมเวทย์เหมือนกัน แต่เมื่อคิดไปคิดมาแล้ว เวทย์มนต์ที่เธอใช้ ถึงแม้ว่ามันจะคุ้นเคย แต่มันก็ไม่ใช่แบบที่ฉันใช้หรือรู้จัก จึงมีความเป็นไปได้ว่า เธอเป็นนักเวทย์ประเภทที่จะแข็งแกร่งขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเรียนรู้ด้วยตัวเองเท่านั้น ฉันก็เลยเลือกที่จะมอบหนังสือให้เธอแทน”

“ถ้าเช่นนั้น ผมก็ขอบคุณครับ”

ผมได้หยิบกุญแจขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ เพราะไม่คิดเลยว่าจะได้รับโอกาสให้ไปเลือกหนังสือเวทย์มนต์ด้วยตัวเอง เคนโนช่าก็ได้โบกมือไล่เมื่อเห็นเขาหยิบกุญแจขึ้นมา

“ไปได้แล้ว แล้ววันพรุ่งนี้ก็อย่าลืมมาเข้าเรียนให้ตรงเวลาด้วยล่ะ เพราะดูเหมือนว่าเธอจะอ่อนเรื่องทฤษฎีอยู่นะ ถึงขั้นต้องอยู่ห้องของฉันได้เนี่ย”

“ฮ่า ฮ่า งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ แล้วก็ขอบคุณอีกครั้งครับ”

ผมได้รีบออกจากห้องไปในทันทีในขณะที่จะเดินไปตามทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องสมุด

เคนโนช่าที่นั่งหันเก้าอี้ไปที่หน้าต่าง เธอก็ได้มองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีอย่างช้าๆด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“ดูเหมือนว่าปีนี้ สงสัยคงจะมีเรื่องให้ปวดหัวอีกมากมายแน่นอน แต่อย่างน้อยปีนี้ ห้องเรียนของฉันก็พอจะมีสัตว์ประหลาดไปอวดคนอื่นได้บ้าง ฉันชักอยากจะเห็นหน้าของพวกนั้นแล้วสิ ที่รู้ว่าห้องของฉันก็มีสัตว์ประหลาดกับเขาเหมือนกัน”

เธอได้หัวเราะออกมาอย่างขนลุกด้วยสายตาสีแดงที่เป็นประกาย

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...