ตร.ไซเบอร์ ร่วม กสทช. ทลายแก๊งจีนเทา เช่ารีสอร์ทตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์
วันนี้ (4 ธ.ค. 67) พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช. ด้านกฎหมาย และประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีฯ ,พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รรท.ผบช.สอท. ,พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท. และ กสทช. ร่วมแถลงผลการจับกุมบุคคลต่างด้าวลอบตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย จับผู้ต้องหา 13 ราย ทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่ารีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าพักอาศัย แต่กลับมีกลุ่มคนจีน เข้า-ออก รีสอร์ทเป็นจำนวนมากอย่างผิดสังเกตุ
การสืบสวนพบว่า รีสอร์ทแห่งนี้ปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2563 ต่อมาประมาณต้นปี 2567 ได้มีกลุ่มคนจีนกลุ่มหนึ่งเข้ามาเช่าเซ้งรีสอร์ทต่อ และมีชาวจีนและชาวพม่าเข้ามาพักอาศัยอยู่ภายในรีสอร์ท โดยพบข้อสงสัยว่าด้านหน้าประตูทางเข้ารีสอร์ทมีการปิดกั้นจากคนภายนอกห้ามเข้า อีกทั้งการใช้ชีวิตประจำวันของกลุ่มชาวจีนกลุ่มนี้มีการ เข้า-ออก กันเป็นกลุ่มแต่ละครั้งประมาณ 15 คน โดยจะมีรถตู้มารับและส่งเข้ารีสอร์ท
นอกจากนี้ได้ทำการตรวจสอบเว็บไซต์ของตัวแทนการจองห้องพักจากเว็บไซต์ต่างๆ โดยทดลองจองหลายห้วงเวลาระหว่าง ช่วงเดือน ธ.ค. 2567 และ ม.ค. 2568 พบว่าไม่สามารถจองห้องพักในทุกช่วงเวลา
ต่อมาชุดสืบสวนจึงทำการแฝงตัวเป็นเจ้าหน้าที่อินเตอร์เน็ต ทำการตรวจสอบภายในรีสอร์ทดังกล่าวพบว่า มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการลักษณะพร้อมใช้งานต่อกันเป็นวงจรวางอยู่ตามจุดต่างๆ ภายในอาคาร และมีการเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตของผู้ให้บริการเพื่อใช้สื่อสารกับบุคคลภายนอก
อีกทั้ง ปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ตมีปริมาณการใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ จากพฤติกรรมการใช้งานจึงเชื่อได้ว่า
กลุ่มชาวต่างชาติทุกคนในพื้นที่นี้ต้องมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับกิจกรรมงานในลักษณะที่อาจเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ รวมถึงอาจจะมีการกระทำความผิดในหลายข้อหา จึงขอหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่เพื่อเข้าตรวจค้นรีสอร์ทแห่งนี้
จนช่วงเช้าวันนี้ตำรวจนำกำลังเข้าปูพรมเข้าตรวจค้นพบ MR.XIA PANCHENG อายุ 31 ปี ชาวจีน ถือสัญชาติกัมพูชา กับกลุ่มคนชาวจีนอีก 8 คน และชาวเมียนมา 4 คน พักอาศัยอยู่ในบ้านพัก นอกจากนี้ยังตรวจพบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์โทรคมนาคม และอุปกรณ์ที่ใช้กับระบบอินเทอร์เน็ตที่ผิดกฎหมายจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการยึดไว้ตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานเพิ่ม
ด้าน พล.ต.อ.ณัฐธร กล่าวว่า ในห้วงหลายเดือนที่ผ่าน กสทช. ได้ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กวดขันจับจับกุม เสาสัญญาณ, สถานีไทรคมนาคม และสายเบิลข้ามแดนผิดกฎกฎหมาย ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์บางส่วนจำเป็นต้องย้ายเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย
การจับกุมนี้ครั้ง ถือเป็นทำงานร่วมกันกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบต่างๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้ถือเข้าข่ายความผิดฐาน “รบกวนหรือขัดขวางต่อการวิทยุโทรคมนาคม” อันเป็นความผิดตาม ม.26 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 ซึ่งต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ของกลางที่ตรวจยึดได้ท้้งหมดจะนำไปตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานเพิ่มในการดำเนินคดีในความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป