เริ่มแล้ว! ลงทะเบียนมาตรการแก้หนี้ “ คุณสู้ เราช่วย ” พักดอกเบี้ย 3 ปี ให้กลุ่มสินเชื่อ บ้าน รถ เอสเอ็มอี
กระทรวงการคลัง ธปท. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน (Non-Banks) บางแห่ง จึงได้ร่วมกันผลักดันมาตรการชั่วคราวเพิ่มเติม ภายใต้ชื่อโครงการ “ คุณสู้ เราช่วย ” เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและ SMEs เฉพาะกลุ่ม โดยมีกลไกการส่งเสริมวินัยทางการเงินควบคู่ไปกับการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการเสียวินัยในการชำระหนี้ (moral hazard) ในภายหลัง
สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ มีดังนี้
วิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ
- ลูกหนี้ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการลงทะเบียน ที่ https://www.bot.or.th/khunsoo
- ลูกหนี้สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2567 เริ่มลงทะเบียน 08.30 น วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 (สิ้นสุด 23.59 น.)
โดยขั้นตอนการลงทะเบียน
(1) อ่านรายละเอียดมาตรการในหน้าเว็บไซต์ที่ https://www.bot.or.th/khunsoo เพื่อตรวจสอบสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ เงื่อนไขและคุณสมบัติในการเข้าร่วมมาตรการ กดยืนยันคุณสมบัติ และกดลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ
(2) เตรียม ThaiD เพื่อเข้าระบบและยืนยันตัวตน (ดูวิธีการลงทะเบียน ThaD ได้ที่ ขั้นตอนการลงทะเบียน ThaID ด้วยตัวเอง)
(3) เข้าสู่ระบบ โดยสามารถทำได้ 2 แบบ คือ
3.1 เข้าสู่ระบบผ่าน ThaiD - ต้อง Scan ThaiD ผ่านแอปพชัน (App) ทุกครั้งที่เข้ามาใช้ระบบ
3.2 เข้าระบบผ่านอีเมล (e-mail) โดยยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD ครั้งแรกเท่านั้นฃ
**ลูกหนี้ต้องยืนยันตัวตนผ่าน ThaID ก่อนการลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ
(4) กรอกข้อมูลเพิ่มเพื่อลงทะเบียนขอเข้าร่วมมาตรการ ดังนี้
4.1 ข้อมูลส่วนบุคคล/นิติบุคคล
- ข้อมูลส่วนบุคคลเบื้องต้นระบบจะดึงมาจาก ThaiD
- กรอกข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่ม ได้แก่ หมายเลขโทรศัพท์ (เพื่อรับการติดต่อจากสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้) e-mail address (เพื่อส่ง e-mail เตือนแจ้งสถานะ) และจังหวัด(เพื่อเป็นข้อมูลสถิติ)
4.2 กรอกข้อมูลหนี้
- เลือกสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ และเลือกสินเชื่อที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ
- กรณีเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย จะสอบถามความสนใจที่จะทำเรื่องรวมหนี้หรือไม่
- กรณีที่ต้องการลงทะเบียนหลายผลิตภัณฑ์ สามารถกดเพิ่มผลิตภัตภัณฑ์ได้
(5) กดยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการ และกดส่ง ระบบจะขึ้นข้อความการลงทะเบียนสำเร็จ
และแสดงหมายเลขคำร้องเพื่อให้ลูกหนี้ใช้ติดตามสถานะการลงทะเบียน
(6) หลังการลงทะเบียนสร็จสิ้นแล้ว สถาบันการจะได้รับข้อมูลทันทีโดยอัตโนมัติ
กรณีลูกหนี้ที่กู้ร่วม ให้ผู้กู้ร่วมเพียงคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ลงทะเบียน (ไม่ต้องลงทะเบียนทุกคน) โดย เจ้าหนี้จะติดต่อลูกหนี้และผู้กู้ร่วม หากมีคุณสมบัติตามที่กำหนดเพื่อเข้าร่วมมาตรการ ต่อไป กรณีเบอร์โทรติดต่อผิด สามารถส่งข้อความผ่านระบบเพื่อแจ้งเบอร์โทรติดต่อที่ถูกต้องให้แก่สถาบันการเงินได้
กรณีชื่อเจ้าหนี้ผิด สามารถยกเลิกคำร้องที่ผิด และยื่นยื่นคำร้องสำหรับเจ้าหนี้ใหม่
กรณีเลือกประเภทสินเชื่อผิด เมื่อเจ้าหนี้ติดต่อกลับ สามารถแจ้งกับเจ้าหนี้เพื่อขอเปลี่ยนประเภทสินเชื่อได้โดยตรง
กรณีลงทะเบียนก่อนวันที่ 2 มกราคม 2568 เพื่อให้เวลาสถาบันการเงินในการจัดการระบบ สถาบันการเงินจะเริ่มทยอยติดต่อลูกหนี้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2568 เป็นต้นไป กรณีลงทะเบียนหลังวันที่ 2 มกราคม 2565 สถาบันการเงินจะติดต่อลูกหนี้กลับภายใน 10 วันทำการหลังลงทะเบียนสำเร็จ
ลูกหนี้สามารถเรียกดูสถานะการดำเนินการผ่านเว็บไซต์ ธปท.ได้ที่ https://services.bot.or.th/cpm โดยเลือกเมนูตรวจสอบสถานะคำร้อง บริการแก้หนี้และเลือกหมายเลขคำร้องที่ได้รับหลังลงทะเบียนสำเร็จ
หากกรณีลูกหนีลงทะเบียนผ่านระบบในเว็บไซต์ของ ธปท.และตรวจสอบสถานะแล้วขึ้น resolved โดยที่ยังไม่ได้รับ การติดต่อจากเจ้าหนี้ / ไม่ได้ รับการช่วยเหลือตามมาตรการ / เจ้าหนี้ปฏิเสธให้ความช่วยเหลือ ลูกหนี้สามารถกดปุ่ม reject ในระบบ เพื่อปฏิเสธผลการพิจารณาใต้ โดยเรื่องจะถูกส่งกลับให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้พิจารณาใหม่อีกครั้ง (ลูกหนี้สามารถปฏิเสธผลการพิจารณาได้ 2 ครั้ง)
ไม่มีค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ ดังนั้น อย่าหลงเชื่อหรือโอนเงินหากมีผู้มาติต่อให้ลูกหนี้ต้องชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใช้จ่ายอื่นได้
[embed]https://youtu.be/d19d8yx6JAk?si=vPSa4fQ7cCcuIFHU[/embed]
โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ประกอบด้วย 2 มาตรการ ได้แก่
มาตรการที่ 1 “จ่ายตรง คงทรัพย์”
1.1 รูปแบบการให้ความช่วยเหลือ
(1) ลดค่างวดเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยลูกหนี้ชำระค่างวดขั้นต่ำที่ 50% 70% และ 90% ของค่างวดเดิม ในปีที่ 1 ปีที่ 2 และปีที่ 3 ตามลำดับ ซึ่งค่างวดทั้งหมดจะนำไปตัดเงินต้น
(2) พักดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยดอกเบี้ยที่พักไว้จะได้รับยกเว้นทั้งหมด หากลูกหนี้ปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขได้ตลอดช่วงระยะเวลา 3 ปีที่อยู่ภายใต้มาตรการ
ทั้งนี้ ลูกหนี้สามารถชำระมากกว่าค่างวดขั้นต่ำที่กำหนดไว้ได้ เพื่อตัดเงินต้นเพิ่มและปิดจบหนี้ได้ไวขึ้น
1.2 คุณสมบัติลูกหนี้ที่สามารถเข้าร่วมมาตรการได้
(1) มีวงเงินสินเชื่อรวมต่อสถาบันการเงินไม่เกินที่กำหนด โดยพิจารณาแยกวงเงินตามประเภทสินเชื่อต่อสถาบันการเงิน ดังนี้
- สินเชื่อบ้าน / บ้านแลกเงิน วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท
- สินเชื่อเช่าซื้อ / จำนำทะเบียนรถยนต์ วงเงินไม่เกิน 8 แสนบาท
- สินเชื่อเช่าซื้อ / จำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ วงเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาท
- สินเชื่อธุรกิจ SMEs วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท
- กรณีสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต หากมีหนี้บ้านหรือรถที่เข้าเงื่อนไขข้างต้น สามารถพิจารณาเข้ามาตรการรวมหนี้ได้ ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่สถาบันการเงินรับได้ โดยวงเงินเมื่อรวมแล้วไม่เกินเงื่อนไขที่กำหนด
(2) เป็นสินเชื่อที่ทำสัญญาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567
(3) มีสถานะหนี้ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
(3.1) เป็นหนี้ที่ค้างชำระเกินกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 365 วัน
(3.2) เป็นหนี้ที่ไม่ค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน แต่เคยมีประวัติการค้างชำระเกิน 30 วัน และได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565
1.3 เงื่อนไขของการเข้าร่วมมาตรการ
(1) ลูกหนี้ไม่ทำสัญญาสินเชื่อเพิ่มเติมในช่วง 12 เดือนแรกที่เข้าร่วมมาตรการ ยกเว้นกรณีสินเชื่อธุรกิจ SMEs ที่จำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง เจ้าหนี้สามารถให้สินเชื่อเพิ่มเติมได้โดยจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ตามความเหมาะสม
(2) ลูกหนี้รับทราบว่า จะมีการรายงานข้อมูลต่อเครดิตบูโร (NCB) ถึงการเข้าร่วมมาตรการ
(3) หากลูกหนี้ไม่สามารถจ่ายชำระค่างวดขั้นต่ำได้ตามที่มาตรการกำหนด หรือไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ ได้ เช่น ลูกหนี้ก่อหนี้ใหม่ก่อนระยะเวลา 12 เดือน ลูกหนี้จะต้องออกจากมาตรการและชำระดอกเบี้ยที่ได้รับการพักไว้ในระหว่างที่เข้ามาตรการ
(4) หากสัญญาสินเชื่อมีผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันต้องให้ความยินยอมในการเข้าร่วมมาตรการและลงนามในสัญญาค้ำประกันใหม่
มาตรการที่ 2 “จ่าย ปิด จบ”
1.1 รูปแบบการให้ความช่วยเหลือ ลูกหนี้จะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรน โดยลูกหนี้จะชำระหนี้บางส่วน เพื่อให้สามารถจ่ายและปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น
1.2 คุณสมบัติลูกหนี้ที่สามารถเข้าร่วมมาตรการได้
(1) ลูกหนี้บุคคลธรรมดา ที่มีสถานะค้างชำระเกินกว่า 90 วัน (NPL) ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567
(2) มีภาระหนี้ต่อบัญชี ไม่เกิน 5,000 บาท โดยไม่จำกัดประเภทสินเชื่อ (สามารถเข้าร่วมมาตรการได้มากกว่า 1 บัญชี)