10 ข้อคิดการลงทุนและการใช้ชีวิตจาก วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนที่รวยที่สุดในโลก
วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffet) นักลงทุนชาวอเมริกันวัย 94 ปี ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์ (Berkshire Hathaway) เป็นนักลงทุนที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกยุคปัจจุบันก็ว่าได้ เรื่องราวความสำเร็จจากการลงทุนที่ทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของโลกนั้น สร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักลงทุนทั่วโลก
ปู่บัฟเฟตต์ เจ้าของฉายา“นักพยากรณ์แห่งโอมาฮา” (The Oracle of Omaha) เริ่มต้นลงทุนครั้งแรกในวัยเพียง 11 ปีเท่านั้น โดยการซื้อหุ้นบริษัทพลังงานแห่งหนึ่งในสหรัฐ หลังจากนั้นเขาได้ลองผิดลองถูกในการลงทุน จนถึงวัยทำงาน เขาได้มีประสบการณ์ในการลงทุนมากขึ้นทั้งจากการทำงานเป็นโบรกเกอร์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ จนกระทั่งเล็งเห็นโอกาสการลงทุนในบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์ เขาจึงเริ่มซื้อหุ้นเบิร์กเชียร์ในปี 1962 และซื้อเพิ่มขึ้นจนเข้าควบคุมอำนาจบริหารในปี 1965
หลังจากนั้น บัฟเฟต์ได้ใช้บริษัท เบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์ เป็นบริษัทโฮลดิ้งลงทุนในธุรกิจอื่นมาเป็นเวลาหลายทศวรรษจวบจนปัจจุบัน
แนวคิดในการลงทุนของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ คือ เน้นลงทุนหุ้นคุณค่า นั่นก็คือ หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เป็นการลงทุนหุ้นที่จะเติบโตในระยะยาวและสามารถทำกำไรได้สม่ำเสมอ ซึ่งนักลงทุนที่ลงทุนด้วยแนวคิดนี้จะถูกเรียกว่า นักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor: VI)
ปัจจุบัน เบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์ ของบัฟเฟตต์ลงทุนถือหุ้นในบริษัทใหญ่ ๆ หลายบริษัท เช่น แอปเปิล (Apple Inc.) อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (American Express Co.) แบงก์ออฟอเมริกา (Bank of America Corp.) บริษัทโคคา-โคล่า (Coca-Cola Co.) และคราฟต์ ไฮซ์ (Kraft Heinz)
ณ ปลายปี 2024 บัฟเฟตต์มีความมั่งคั่งสุทธิ 133,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,512,690 ล้านบาท) เป็นบุคคลที่ร่ำรวยเป็นอันดับที่ 6 ของโลก และนับว่าเป็นนักลงทุนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เพราะมหาเศรษฐีที่รวยกว่าบัฟเฟตต์ล้วนเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่บัฟเฟตต์ร่ำรวยจากการเป็นนักลงทุน 100%
เนื่องจากการที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ เป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จึงเป็นเหตุผลให้ข้อคิดหรือแง่คิดต่าง ๆ ที่บัฟเฟตต์พูดไว้นั้นเป็นแรงบันดาลใจทั้งในด้านการลงทุน ด้านการทำงาน ด้านการใช้ชีวิต ให้แก่ผู้คนจำนวนมากมานานหลายสิบปี และคาดว่าจะยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไปในอนาคตอีกหลายสิบหรือหลายร้อยปี
“ประชาชาติธุรกิจ” จึงได้เลือก 10 ข้อคิดจากคำพูดหลายร้อยหลายพันของ “วอร์เรน บัฟเฟต์” มานำเสนอให้ผู้อ่านได้เห็นถึงแนวคิดของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จคนนี้ว่าเขามีแนวคิดอย่างไร มีหลักปฏิบัติอย่างไร ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้
1. “Today people who hold cash equivalents feel comfortable. They shouldn’t. They have opted for a terrible long-term asset, one that pays virtually nothing and is certain to depreciate in value.”
“ในปัจจุบันนี้ คนที่ถือเงินสดต่างรู้สึกสบายใจ แต่จริง ๆ แล้ว พวกเขาไม่ควรรู้สึกเช่นนั้น เพราะว่าพวกเขาเลือกถือสินทรัพย์ระยะยาวที่แย่มาก เงินสดไม่มีการจ่ายผลตอบแทนอะไรเพิ่มเติม และแน่นอนว่ามูลค่าของมันจะลดลงด้วย”
.
2.“One can best prepare themselves for the economic future by investing in your own education. If you study hard and learn at a young age, you will be in the best circumstances to secure your future.”
“การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตทางเศรษฐกิจที่ดีที่สุดที่คนเราสามารถทำได้ คือ การลงทุนกับการศึกษาของตัวเอง หากคุณตั้งใจเรียนและมีการเรียนรู้ตั้งแต่ตอนที่อายุยังน้อย ๆ ชีวิตของคุณก็จะอยู่ในสภาพเงื่อนไขที่เอื้อให้คุณสามารถวางรากฐานอนาคตให้มีความมั่นคงได้”
.
3.“Opportunities come infrequently. When it rains gold, put out the bucket, not the thimble.”
“โอกาสไม่ได้มีมาบ่อยนัก ดังนั้นเมื่อฝนตกลงมาเป็นทองคำ คุณควรหาถังใหญ่ ๆ มารอง ไม่ใช่เพียงปลอกนิ้วมือเล็ก ๆ”
.
4.“You don’t have to be an expert on every company, or even many. You only have to be able to evaluate companies within your circle of competence.”
“คุณไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับทุกบริษัท หรือแม้กระทั่งหลายบริษัท แต่คุณเพียงแค่ต้องสามารถประเมินบริษัทต่าง ๆ ที่อยู่ในขอบเขตความถนัดของคุณได้ก็พอ”
.
5.“Temperament is also important. Independent thinking, emotional stability, and a keen understanding of both human and institutional behaviour is vital to long-term investment success.”
“ภาวะอารมณ์เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกันในการลงทุน ทั้งการคิดอย่างเป็นอิสระ ความมั่นคงทางอารมณ์ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์และองค์กร ล้วนเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จในการลงทุนในระยะยาว”
.
6.“If you are investing in your education and you are learning, you should do that as early as you possibly can, because then it will have time to compound over the longest period.
And that the things you do learn and invest in should be knowledge that is cumulative, so that the knowledge builds on itself.
So instead of learning something that might become obsolete tomorrow, like some particular type of software [that no one even uses two years later], choose things that will make you smarter in 10 or 20 years.”
“หากคุณกำลังลงทุนกับการศึกษาและคุณกำลังเรียนรู้ คุณควรทำมันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะนั่นจะทำให้คุณมีเวลาสะสมความรู้ที่ยาวนาน
และสิ่งที่คุณเรียนรู้และลงทุนกับมันก็ควรเป็นความรู้ที่สะสมพอกพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ ได้ เพื่อที่ความรู้นั้นจะพัฒนาต่อไป
ดังนั้น แทนที่จะเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างที่จะกลายเป็นสิ่งล้าสมัยในวันพรุ่งนี้ อย่างเช่น เรื่องซอฟต์แวร์บางตัว [ซึ่งอาจไม่มีใครใช้มันแล้วในอีก 2 ปีถัดจากนั้น] คุณควรเลือกเรียนรู้สิ่งที่จะทำให้คุณเก่งหรือฉลาดขึ้นต่อไปอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า”
.
7.“Don’t pass up something that’s attractive today because you think you will find something better tomorrow.”
“อย่ามองข้ามสิ่งที่คุณเห็นว่ามันมีความน่าสนใจในวันนี้ เพียงเพราะคุณคิดว่าในวันพรุ่งนี้คุณจะได้เจอสิ่งอื่นที่ดีกว่า”
.
8.“Successful investing takes time, discipline, and patience. No matter how great the talent or effort, some things just take time: You can’t” produce a baby in one month by getting nine women pregnant.”
“การลงทุนที่ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องใช้ทั้งเวลา ระเบียบวินัย และความอดทน ไม่ว่าคุณจะมีความสามารถหรือมีความพยายามมากเพียงใดก็ตาม บางอย่างมันต้องใช้เวลา ก็เหมือนกับที่คุณไม่สามารถมีลูกได้ภายในเวลา 1 เดือนโดยการทำให้ผู้หญิง 9 คนตั้งครรภ์”
.
9.“You are neither right nor wrong because the crowd disagrees with you. You are right because your data and reasoning are right.”
“คุณไม่ได้ผิดหรือถูก เพียงเพราะคนหมู่มากเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคุณ แต่คุณจะถูก หากข้อมูลและเหตุผลของคุณนั้นถูกต้อง”
.
10.“In the world of business, the people who are most successful are those who are doing what they love.”
“ในโลกของธุรกิจ คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด คือ คนที่กำลังทำสิ่งที่ตัวเองรัก”
.
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 10 ข้อคิดการลงทุนและการใช้ชีวิตจาก วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนที่รวยที่สุดในโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net