โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิจัยชี้ คนซื้อของขวัญให้ตัวเอง ไม่ใช่เพราะว่าเหงา แต่เพราะ ‘รักตัวเอง’ มากขึ้น

Mission To The Moon

เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2567 เวลา 05.28 น. • Mission To The Moon Media

แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงเทศกาลแห่ง ‘การให้ของขวัญ’ แต่เชื่อว่าหลายคนคงไม่พลาดที่จะมอบของขวัญให้ตัวเองในปีนี้
.
ช่วงสิ้นปีและปีใหม่เป็นโอกาสที่ดีของเหล่าธุรกิจที่จะได้รับกำไรเป็นจำนวนเงินมหาศาลจากลูกค้าที่ซื้อสินค้าเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับผู้คน อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนคนมากมายที่เราต้องส่งของขวัญแทนความรู้สึกไปให้ครบอาจทำให้ใครหลายคนลืมที่จะให้ของขวัญตัวเอง หรือบางคนอาจจะคิดว่าเราจะซื้ออะไรให้ตัวเองเมื่อไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องถือโอกาสเทศกาลปีใหม่
.
ถึงอย่างนั้น ประชากรเจเนอเรชัน Z และ Milllennial กลับเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีรูปแบบพฤติกรรมการซื้อของขวัญวันปีใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป และแตกต่างจากกลุ่มผู้บริโภคในช่วงวัยอื่นอย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือพวกเขาไม่ลืมที่จะเพิ่มรายการของขวัญวันปีใหม่ให้กับตัวเองด้วย อีกทั้งยังเลือกขวัญที่ดีที่สุดอย่างพิถีพิถันให้กับตัวเอง และสนใจตัวผลิตภัณฑ์น้อยลง รวมถึงให้ความสำคัญกับประสบการณ์ส่วนตัวมากขึ้น
.
โดยบทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจเทรนด์การซื้อของผู้คนในช่วงเทศกาล ความคาดหวัง รวมถึงแนวโน้มพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเจน Z และ Millennials ที่เกิดขึ้นในช่วงหลังมานี้ไปพร้อมกัน
.
.
Millennials และ Gen Y ไม่ลืมที่จะซื้อของขวัญปีใหม่สุดพิเศษให้กับ ‘ตัวเอง’
.
ด้วยความไม่มั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้ผู้คนระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะการจำกัดงบประมาณในการซื้อของขวัญมอบให้กับผู้คนในช่วงปีใหม่ โดยจากการสำรวจร้านค้าปลีกของ Deloitte ในช่วงหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมาก็พบว่า ผู้บริโภคสนใจที่จะซื้อประสบการณ์มากกว่าสินค้า เช่น กิจกรรม การท่องเที่ยว หรืองานอดิเรก
.
แนวโน้มการซื้อรูปแบบนี้กำลังเกิดขึ้นกับผู้บริโภคในช่วงวันหยุดด้วย โดยจากข้อมูลของ Deloitte ระบุว่าการใช้จ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์จะเพิ่มขึ้น 16% ในปี 2024 นอกจากนี้พฤติกรรมการซื้อของขวัญที่เป็นสินค้ายังมีแนวโน้มว่าผู้บริโภคจะเลือกตัวเลือกที่ถูกกว่า แต่สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้รับได้ด้วยเช่นกัน
.
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลปลายปีก็ยังคงคึกคักไปด้วยเหล่านักชอปที่มองหาของขวัญดีๆ เพื่อมอบให้กับคนรอบตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มเจน Z และ Millennials ที่มีรายได้เป็นของตัวเอง และมีกำลังซื้อมากขึ้น นอกจากจะเลือกซื้อของขวัญให้กับผู้อื่นแล้ว พวกเขายังเลือกหาของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเองอย่างพิถีพิถันอีกด้วย
.
จากการสำรวจของ Deloitte พบว่า 47% ของกลุ่มผู้บริโภคเจน Z และ 43% ของกลุ่มผู้บริโภค Millennials ตั้งใจจะซื้อของให้กับตัวเองในช่วงเทศกาลเพิ่มจาก 65% ในปีที่แล้วขึ้นมาเป็น 69% ในปีนี้ ส่วนสินค้าที่นิยมซื้อให้ตัวเองในช่วงเทศกาลก็จะมีเสื้อผ้าและเครื่องประดับ สินค้าเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และประสบการณ์ต่างๆ เช่น การท่องเที่ยวและการแสดงสด
.
ในขณะที่ประชากรกลุ่มเจน X และ Baby Boomer ชะลอการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลวันหยุดของตัวเองลง นอกจากนี้รายงานของ PwC (PricewaterhouseCoopers) ยังระบุว่า งบประมาณในการซื้อของเจน Z จะเพิ่มขึ้นถึง 37% ในเทศกาลนี้ ซึ่งมากกว่า Millennials ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 16% ในช่วงปีใหม่ถึงสองเท่า
.
เมื่อพิจารณาควบคู่กับภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันแล้ว คนทำงานเจน Z (อายุ 12-27 ปี) และ Millennials (อายุ 28-43 ปี) มีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าคนรุ่นก่อนๆ ในช่วงอายุเดียวกัน และยังมองสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันในแง่ดีมากกว่าด้วย ดังนั้นคนสองรุ่นนี้จึงกลายเป็นผู้บริโภคกลุ่มหลักที่เพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าปลีกในช่วงเทศกาล
.
.
มีลูกค้าประจำมากแค่ไหนก็สูญเปล่า ถ้าผู้บริโภคไม่ได้รับ ‘ประสบการณ์ที่ดีพอ’
.
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าประชากรเจน Z และ Millennials จะกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุด และมีกำลังซื้อมากที่สุดในตลาด เนื่องจากในเข้าสู่วัยทำงานและมีรายได้เป็นของตัวเองแล้ว
.
นอกจากนี้ทั้งสองกลุ่มนี้ยังไม่มีภาระทางการเงินก้อนใหญ่ เช่น ค่าบ้าน ค่ารถ หรือการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว พวกเขาแต่งงานมีลูกช้าลง และเมื่อดูจากสภาพตลาดที่อยู่อาศัยที่ราคาแพงลิบลิ่ว ก็มีโอกาสน้อยกว่าคนรุ่นก่อนที่จะมีภาระผ่อนบ้าน และบางคนยังได้รับการช่วยเหลือทางการเงินจากพ่อแม่ของตัวเองอีกด้วย
.
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจน Z และ Millennials จะมีกำลังซื้อมากขึ้น แต่พฤติกรรมการซื้อของคนสองกลุ่มนี้กับเน้นความประทับใจ และให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ได้รับจากแบรนด์ หรือธุรกิจมากกว่าจะเหนียวแน่นและภักดีกับแบรนด์
.
ดังนั้นในช่วงเทศกาลที่ผู้คนยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อของขวัญสุดพิเศษให้กับตัวเองและคนรอบข้างอย่างนี้ ร้านค้าหรือธุรกิจคงคาดหวังการกลับมาของลูกค้าประจำกลุ่มเดิมไม่ได้ เพราะชื่อเสียงของแบรนด์ หรือคุณภาพของสินค้าอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ยังต้องพึ่งพา ‘ประสบการณ์ดีๆ’ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคในช่วงเทศกาล ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้
.
.
[ ] มีบริการหลังการขายที่ดี
.
ถึงแม้ว่าการศึกษาหลายชิ้นจะระบุว่าผู้บริโภครุ่นใหม่จะชื่นชอบผลิตภัณฑ์ที่ได้ออกแบบ หรือติดตั้งด้วยตัวเองมากกว่า แต่ถ้าพวกเขาพบว่าสินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่ซื้อมานั้นมีปัญหา และทางแบรนด์ไม่มีการช่วยเหลือ หรือเยียวยาลูกค้าดีพอก็อาจจะทำให้ลูกค้ารู้สึกแย่กับแบรนด์ไปเลยก็ได้
.
จากข้อมูลการรายงานของ Gartner ระบุว่า 52% ของลูกค้าเจน Z ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ จะไม่ซื้อของจากบริษัทนั้นอีก ในขณะที่ 44% จะพูดถึงบริษัทในแง่ลบ ดังนั้นแบรนด์จึงต้องจัดหาทรัพยากรที่ลูกค้าจะสามารถเข้าถึงข้อมูลของสินค้า และแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้ เช่น โปรโมชัน คู่มือลูกค้า แชตบอต หรือพนักงานคนที่สามารถช่วยแก้ปัญหาซับซ้อนให้กับลูกค้าได้
.
.
[ ] สร้างประสบการณ์ที่เฉพาะตัวมากขึ้น
.
การสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลไม่ใช่แค่เทรนด์สำหรับกลุ่มผู้ซื้อเจน Z และ Millennials เท่านั้น แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความภักดีต่อแบรนด์อีกด้วย โดย Gartner รายงานว่า 41% ของเจน Z ยินดีให้ข้อมูลส่วนตัวเพื่อแลกกับประสบการณ์ที่สามารถเข้ากับความเฉพาะตัว นอกจากนี้ 62% ยอมจ่ายแพงขึ้น และ 45% จะออกจากเว็บไซต์ ถ้าไม่มีคำแนะนำที่ปรับให้เข้ากับพวกเขา
.
ดังนั้น สิ่งที่แบรนด์หรือธุรกิจจะต้องทำเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและมัดใจกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ก็คือ วางแผนการสื่อสารที่ปรับแต่งผ่านเว็บไซต์ แอปฯ และโซเชียลมีเดียเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ และคุณยังสามารถใส่ความเป็นส่วนตัวลงไปในการสนับสนุนลูกค้าโดยเฉพาะด้วย
.
.
[ ] สร้างคุณค่าต่อสังคม และเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์
.
คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับปัญหาระดับโลกอยู่ตลอด ทำให้พวกเขาพิถีพิถันมากกว่าคนรุ่นก่อนในการตัดสินใจใช้เงินที่หามาได้ยาก นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยชี้ว่าคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเจน Z จะเลิกซื้อแบรนด์ที่ไม่มีค่านิยมตรงกับพวกเขา โดย 68% ของลูกค้าพิจารณาที่ประเด็นทางสังคมเป็นหลัก
.
ดังนั้นแบรนด์จึงต้องแสดงให้เห็นถึงแนวทางด้านความยั่งยืน การอยู่ร่วมกัน ความหลากหลาย และปัญหาสิ่งแวดล้อมของตัวเองให้มากขึ้น นอกจากนี้การสร้างชุมชนที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการสนทนา รวมถึงการรับฟังเสียงของลูกค้า และคนในสังคมอย่างจริงใจก็ช่วยได้มากเช่นกัน
.
.
[ ] ปรับให้ตรงกับความชอบของเจน Z
.
กลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้งเจน Z และ Millennials ถือเป็นโอกาสที่มีค่าสำหรับแบรนด์และธุรกิจในยุคนี้ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนแนวทางธุรกิจจาก 'เราทำอะไรอยู่' เป็น 'ผู้บริโภคต้องการให้เราทำอะไร' และปรับมุมมองให้สอดคล้องกับความชอบ รวมถึงความคาดหวังของเจน Z ก็เป็นวิธีที่ดีอีกหนึ่งวิธีเช่นกัน
.
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าแบรนด์สามารถมอบประสบการณ์ที่เฉพาะตัวให้พวกเขามีอำนาจในการแก้ปัญหาของตัวเอง และแบ่งปันคุณค่าบางอย่างร่วมกันได้ ธุรกิจก็จะสามารถสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีอย่างแรงกล้า และมีกำลังซื้อในยุคใหม่มากขึ้นด้วยเช่นกัน
.
.
การเข้าใจผู้บริโภคกลุ่มเจน Z และ Millennials ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของธุรกิจต่างๆ ในยุคนี้ถือเป็นการลงทุนที่ดีที่สามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจได้ โดยเฉพาะกับช่วงเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสุข และความหวังใหม่ การส่งต่อความรู้สึกดีๆ จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกดี และอยากซื้อสินค้ามากขึ้นด้วย
.
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ากลยุทธ์ทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มยอดขาย แต่การบริหารธุรกิจด้วยความจริงใจ และจรรยาบรรณทางสังคมก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นระวังอย่าให้สัญญาเกินจริง หรือใช้คำกล่าวอ้างที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด เพราะถ้าพลาดแล้ว สิ่งนั้นอาจย้อนกลับมาทำร้ายธุรกิจของเราในภายหลังได้
.
.
อ้างอิง
- Young adults are keeping themselves on their holiday gift lists : Jing Feng, CNBC - https://bit.ly/4gnFfJD
- 2024 Deloitte holiday retail survey : Deloitte - https://bit.ly/4iQF37j
- Gen Z customer experience strategy - Dealing with younger generations : EHL Graduate School, EHL - https://bit.ly/3VY5Chb
.
.
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...