AOT หามาตรการจูงใจ ดันโลว์คอสต์แอร์ไลน์ตั้งฮับภุมิภาค หวัง `ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ` เพิ่มตารางบินใหม่
AOT หามาตรการจูงใจ ดันโลว์คอสต์แอร์ไลน์ตั้งฮับภุมิภาค หวัง ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ เพิ่มตารางบินใหม่
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 ม.ค. 68 17:26 น.
AOT เดินหน้าดันโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ตั้งฐานจอดเครื่องบินในสนามบินภุมิภาค เล็งเสนอรัฐบาลหาแนวทางจูงใจ หวังเพิ่มโอกาสดอนเมือง-สุวรรณภูมิ เพิ่มตารางบินใหม่รองรับเที่ยวบินจากต่างประเทศ ชี้ หาดใหญ่ เชียงรายมีศักยภาพรองรับ คาดเริ่มเห็นผลรูปธรรม เม.ย.นี้
นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีแนวคิดขยายสนามบินภูมิภาค และสนับสนุนสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ตั้งฐานจอดเครื่องบิน ว่า เป็นนโยบายที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบให้ AOT ดำเนินการศึกษาอยู่แล้ว เนื่องจากต้องการให้การบริหารจัดการตารางบินสนามบินแต่ละแห่งมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ปัจจุบันมีปริมาณเที่ยวบินแออัด
ปัจจุบัน AOT อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม เบื้องต้นหารือกับสายการบินสัญชาติไทยพบว่า หากรัฐบาลให้การสนับสนุน สายการบินพร้อมตั้งฐานการบินในสนามบินภูมิภาค ซึ่งอาจต้องเสนอแรงจูงใจ (Intensive) เช่น ส่วนลดค่าจอดเครื่องบิน เพื่อให้สายการบินควบคุมต้นทุนได้มากขึ้น เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเห็นเป็นรูปธรรมในช่วงตารางบินฤดูร้อนเดือน เม.ย.นี้
" ตอนนี้สายการบินในไทย พบว่าช่วงเวลา ตั้งแต่ 4 ทุ่มเป็นต้นไป ส่วนใหญ่จะไม่มีเที่ยวบินและจำเป็นต้องจอดเครื่องบินไว้ที่สนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ดังนั้นส่งเสริมให้สายการบินสัญชาติไทย ตั้งฮับและใช้สนามบินภูมิภาคเป็นฐานจอดเครื่องบิน จะทำให้สนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ มีพื้นที่จอดเครื่องบินเพิ่มขึ้น และมีโอกาสรองรับเที่ยวบินจากต่างประเทศที่ส่วนใหญ่จะบินเข้ามาในช่วงเวลากลางคืน"
ปัจจุบันสนามบินที่อยู่ภายใต้การดูแลของ AOT ได้แก่ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินภูเก็ต และสนามบินเชียงใหม่ มีปริมาณเครื่องบินแออัด ส่วนสนามบินหาดใหญ่ และสนามบินเชียงราย มีขีดความสามารถ รองรับเป็นจุดจอดเครื่องบินได้
เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ