ภารกิจฟื้น “โรบินฮู้ด” ตั้งเป้าปี 68 ไม่ขาดทุน เพิ่มผู้ใช้แตะ 5 หมื่นรายต่อวัน
โรบินฮู้ด ตั้งเป้าไม่ขาดทุนในปี 2568 เพิ่มผู้ใช้งานแตะ 5 หมื่นรายต่อวัน ลุยหาพันธมิตรเพิ่ม Ecosystem ของผู้ใช้งาน เล็งฟื้นบริการ Mart และ เรียกรถ ขยายบริการไปต่างจังหวัด เปิดโอกาสให้ Start Up เข้ามาเชื่อมต่อได้ พร้อมปรับรูปแบบแอปฯ ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น
นางมรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัดและบริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน โรบินฮู้ด (Robinhood) กล่าวว่า จากยิบอินซอยในการเข้าซื้อโรบินฮู้ด จาก SCBX เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2567 ที่ผ่านมา ปัจจุบันผลประกอบการของโรบินฮู้ดทยอยดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งภารกิจแรกในการเข้ามาบริหารโรบินฮู้ดคือการสร้างการรับรู้ว่าแอปพลิเคชั่นโรบินฮู้ดยังคงให้บริการอยู่ เพื่อให้ร้านค้า ให้ผู้ใช้งาน และ ไรเดอร์ กลับเข้ามาใช้งานอีกครั้ง
โดยปัจจุบันร้านอาหารที่ลงทะเบียนและยังเปิดให้บริการอยู่ในแอปพลิเคชั่นปัจจุบันมีอยู่ที่ประมาณ 100,000 ร้านค้า ลดลงไม่ถึง 20% จากช่วงเดือน ก.ค. 2567 ที่โรบิ้นฮู้ดประกาศยุติการให้บริการ ซึ่งปัจจุบันร้านค้าทยอยกลับมาเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับไรเดอร์ยังคงรับสมัครอย่างต่อเนื่อง และยังยึดมั่นในหลักการของความมีมารยาท ไม่มีการพ่วงออร์เดอร์
ในส่วนของจำนวนลูกค้าต่อวันลดลงอยู่ที่ประมาณ 40,000 รายต่อวัน จากช่วงต้นปี 2567 ที่อยู่ที่ประมาณ 60,000-70,000 คนต่อวัน โดยตั้งเป้าว่าจะดันยอดลูกค้าต่อวันให้ขึ้นมาอยู่ที่ 50,000 ราย ดังนั้นจึงตั้งเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์เพื่อสร้าง Ecosystem ของผู้ใช้งานเพื่อดันยอดผู้ใช้ต่อวันขึ้นไปให้ได้ โดยอยู่ระหว่างพิจารณาขยายพาร์ทเนอร์ไปยังตู้เต่าบิน บุญเติม และ GINKA EV
“เรามองว่าถ้าเรามีผู้ใช้งาน 50,000 รายต่อวัน เราก็อยู่ได้แล้ว ดังนั้นการเพิ่มพาร์ทเนอร์ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าเขาจะเป็นคนนำผู้ใช้งานใหม่มาให้เรา”
ด้านการสร้างรายได้โรบินฮู้ดเก็บค่าบริการที่ร้านค้าต้องจ่ายให้กับแพลตฟอร์มที่ 28% แบ่งเป็นค่าบริหารระบบ หรือค่า GP ที่ 28% และค่าการตลาด 3% โดยหากร้านที่ไม่ต้องการจ่ายสามารถใช้วิธีเก็บค่าส่งเต็มจำนวนได้ ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายว่าในปี 2568 โรบินฮู้ดจะต้องไม่ขาดทุน
นางมรกต กล่าวว่า โรบินฮู้ดยังมีแผนการพัฒนาแอปพลิเคชั่นให้เป็นมากกว่า Food Delivery โดยในอนาคตอาจขยายไปให้บริการยังกลุ่ม Mart และ บริการเรียกรถ ด้วย ขณะที่ยังตั้งเป้าหมายในการนำ Start Up ของไทยเข้ามาอยู่บนโรบินฮู้ด และอาจขยายการให้บริการไประดับอาเซียนด้วย
“เรามีแนวคิดว่าอยากนำ Start Up ของไทยเข้ามาเชื่อมกับแพลตฟอร์มของเราด้วย โดยในอนาคตเมื่อกดเข้ามาในโรบินฮู้ด อาจจะได้เจอกับแพลตฟอร์มของ Start Up ไทยอยู่ในนี้ด้วย โรบินฮู้ดต้องเป็นที่ๆ ให้โอกาสคน เพื่อให้เขามีที่ยืน”
สำหรับการขยายการให้บริการไปที่ต่างจังหวัด ก่อนหน้านี้โรบินฮู้ดเคยขยายการให้บริการไปที่หัวเมืองใหญ่ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ แต่พบว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากไม่สามารถเก็บค่า GP ได้ แต่ปัจจุบันสามารถเก็บค่า GP ได้แล้วจึงอาจพิจารณาขยายไปยังต่างจังหวัดด้วย
“ตอนนี้เราเก็บค่า GP แล้วก็อาจจะขยายไปที่ต่างจังหวัดได้ หัวเมืองใหญ่ก็ถามมาเหมือนกันว่าขอให้โรบินฮู้ดไปให้บริการได้ไหม ซึ่งเราก็บอกไปว่าขอทำในกรุงเทพให้ได้ดีก่อน แต่การขยายบริการไปต่างจังหวัดอาจไม่ได้เป็นการขยายการให้บริการออกไป แต่เป็นการนำสินค้าจากต่างจังหวัดเข้ามาให้บริการในแพลตฟอร์มก็ได้”
นอกจากนี้ยังอยากพัฒนาหน้าตาของแอปฯ ให้มีชีวิตชีวา ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น จากรูปแบบเดิมที่แบ่งประเภทอาหารเป็นรายประเทศ เช่น อาหารญี่ปุ่น จีน เกาหลี อิตาเลี่ยน โดยต้องการให้มีบริการร้านอาหารมิชลิน อาหารสูตรคุณแม่ อาหารย่านเก่าแก่ เป็นต้น
“ทั้งหมดนี้อาจจะต้องใช้เวลา แต่ในปีหน้าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโรบินฮู้ดแน่นอน เรายังคนคอนเซปต์ของการเกื้อกูล เป็น Good Business Ecosystem”