โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เซอร์เซาธ์เกท” เปลี่ยนตัวเดียว “game over”

Soccersuck

เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2564 เวลา 19.08 น. • Soccersuck

ในระหว่างที่เกมตึงๆดูแล้วกลิ่นต่อเวลาพิเศษแตะจมูกแต่การเปลี่ยนตัวในเวลาเดียวกันของทั้ง อังกฤษ และ เยอรมัน ทำให้เกมจบใน 90 นาทีอย่างง่ายดายด้วยสกอร์ 2-0
แจ็ค กรีลิช ลงมาแทน บากาโย่ ซาก้า เพื่อปักฝั่งซ้ายและโยก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปขวา ในขระที่ โยอาคิม เลิฟ เอา แซร์ก กนาบรี้ แทน ติโม แวร์เนอร์
30 นาทีที่เหลือ “อินทรีเหล็ก” หมดสภาพอย่างเต็มตัวเพราะ กนาบรี้ ลงมาทำเสียบอลจนถึงเสียประตูเลยด้วยซ้ำ
เยอรมัน ที่เล่นช้ากว่าจะขึ้นเกมได้นวยนาดก็ยิ่งอาการหนักเพราะดูเหมือน “สิงโตคำราม” จะไม่เปิดพื้นที่หลังแนวรับให้เยอะเหมือนครึ่งแรก
กรีลิช มีส่วนกับ 2 ประตูในวันนี้ทั้งหมด ลูกแรกแทงให้ ลุค ชอว์ ปาดบอลให้ ราฮีม ยิง 1-0 และกัปตัน แอสตัน วิลล่า เปิดให้ แฮร์รี่ เคน ปลดล็อกประเดิมลูกแรกใน ยูโร 2020
ความแตกต่างของการสลับเอา กรีลิช มาเล่นทางซ้ายคือไม่หวงบอล จังหวะเปิดคือเปิดจ่ายคือจ่าย เคมีและจังหวะบอลเข้ากับกับ ชอว์ จน “สิงโตคำราม” เน้นมาทางซ้ายแทบตลอด
ผิดกับ สเตอร์ลิ่ง ที่ครึ่งแรกติดแอ็คและเล่นบอลชายเดี่ยว เลี้ยงไปให้กองหลัง เยอรมัน ดักกินสบายๆจนเกมรุก อังกฤษ ที่ปกติก็น่าง่วงนอนอยู่แล้วเลยหนักเข้าไปอีก
แต่อย่างที่ผมบอกครับต่อให้ ราฮีม จะเล่นให้แฟนบอลด่ายังไงแต่ในเมื่อยังยิงประตูอย่างต่อเนื่องจนถึงตอนนี้ก็ 3 ลูกจาก 4 เกมยังไงก็เป็นตัวจริงถาวร ผมเป็นโค้ชก็ส่งลงเหมือนกันครับ แกการันตีมีประตูแทบทุกนัดขนาดนี้
ที่น่าสนใจมากกว่าคือนัดต่อไป “ท่านเซอร์” จะมอบตำแหน่งตัวจริงให้ กรีลิช ไปเลยไหมในเมื่อสร้าง impact จนปลุกให้เกมรุกตื่นและ “เคน” รับอานิสงส์กับสไตล์บอลแบบนี้ไปด้วย
ก่อนเปลี่ยนตัวผมมองว่า เยอรมัน ก็ไม่ได้เป็นรองอะไรมาก เกมรุกอาจจะตื้อๆแต่เกมรับยังเก๋าและคุมสถานการณ์อยู่ รูปเกมออกแนวสูสีจนแทบหลับด้วยซ้ำ
ถึงแม้ ติโม แวร์เนอร์ ไม่ได้เฉียบคมปังปุริเย่อะไร (อย่างที่เรารู้ๆกันอยู่) แต่กับแท็คติกส์เจอ อังกฤษ วันนี้มันยังพอทำให้ทีมเยือนพอลืมตาอ้าปากในจังหวะสวนกลับหรือ ฮาแวร์ตส์ ยังพอมองหาตัวจ่ายทะลุได้บ้าง
คือ เยอรมัน การขึ้นเกมค่อนข้างช้า เคาะไปมาจนครบทีมถึงค่อยคิดจะทำอะไร แถม 3 ตัวบนมี แวร์เนอร์ คนเดียวที่เร็ว
ส่วน ไค ฮาแวร์ตซ์ ถ่างไปเล่นริมเส้นซะเยอะ น้องมันจะวูบวาบก็ต่อเมื่ออยู่ในพื้นที่อันตรายมากกว่า อย่างเช่นต้นครึ่งหลังที่แกซัดเต็มข้อก่อนถูก พิคฟอร์ด บินปัดนั่นแหละครับ
อยู่ด้านข้างมีตัวมาเล่นด้วยน้อย จะฝากให้แต่ แวรเนอร์ คนเดียวก็ไม่ได้ตลอดพวกแนวรับ อังกฤษ ตามประกบอย่างหนักส่วน มุลเลอร์ เองก็ช้าและแทบไม่มีประโยชน์ใดๆเลยด้วยซ้ำ เกมตันจนเห็นแล้วสงสารแทน
พอเครื่องยนต์ช้าตั้งแต่หลังยันกลาง ทำให้ 3 เซนเตอร์ “ผู้ดี” จึงผลัดกันตามเก็บงานแบบไม่ยากและยิ่ง แวร์เนอร์ เป็นพวกใช้โอกาสเปลืองด้วยแล้วจะเอาอะไรไปยิงเจ้าบ้าน
จริงๆแล้วเราเกือบได้ดูต่อเวลากันอีกวันหลังนาที 81 ราฮีม คืนหลังเบาจน มุลเลอร์ ได้หลุดเดี่ยวแต่ดันยิงออกข้างเสาจนงงกันทั้งสนาม
แต่ในสภาพทีมเล่นแบบนี้ก็อย่าฝืนเลยดีที่สุด ถ้าไม่นับวันที่เจาะ เซเมโด้ จนเล่นดีกันทั้งทีม เยอรมัน ถือว่าสอบไม่ผ่านโดยเฉพาะเกมรับที่โดนยิงทุกนัดรวมแล้ว 7 ประตูอิ่มเลย
เป็นการอำลา “เลิฟ” ที่เป็นผู้นำชาติมานาน 15 ปีในเวย์ที่ไม่ค่อยสวยและ เยอรมัน ไม่น่าจะยวบนานเพราะ ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิค ที่พา บาเยิร์น เล่นอย่างดุโกยชัยถึง 82% พากลับเข้าฝั่งได้แน่นอน
ถึงตรงนี้กลายเป็นว่า 3 ทีมจาก “group of death” ร่วงตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายกันหมด เลยมีคนแซว รู้แบบนี้จะห้ำหั่นแย่งกันเข้ารอบมาทำไม
ในขณะที่ อังกฤษ ได้ไปต่อแบบสถิติสวยหรู เก็บคลีนชีตทั้ง 4 นัด เป็นทีมเดียวที่ยังไม่เสียประตูใน ยูโร หนนี้
สมแล้วที่โค้ชเป็นเซนเตอร์เก่า และกระแส อังกฤษ มาแรงขนาดนี้พวกเราที่เคยด่าเอาไว้ในรอบแบ่งกลุ่มขออนุญาตยกย่อง “ท่านเซอร์เซาธ์เกท” ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...