โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"แอร์เอเชีย" ฝ่าโควิด ต่อยอดธุรกิจการบิน สู่เบอร์ 1 ดีลิเวอรี่เอเชีย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. 2564 เวลา 03.14 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 03.14 น.

ประกาศปิดดีลกันไปเรียบร้อยสำหรับกลุ่มแอร์เอเชียและ “Gojek (โกเจ็ก)” ประเทศไทย ตามแผนการเดินหน้าขยายการเติบโตของแอร์เอเชีย ซูเปอร์แอป (AirAsia Super App) ให้ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน

“โทนี่ เฟอร์นันเดส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแอร์เอเชียให้สัมภาษณ์ถึงการเทกโอเวอร์กิจการโกเจ็กในไทย รวมถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวว่าแอร์เอเชียเป็นธุรกิจที่ “อินคลูซีฟ” (inclusive) ซึ่งหมายความว่าทุกคนสามารถเข้าถึงได้

โดยแอร์เอเชียได้เลือกซื้อธุรกิจ “โกเจ็ก” ในประเทศไทย เนื่องจากชอบโมเดลของธุรกิจ แม้แอร์เอเชียนั้นจะมูลค่า “ใหญ่” กว่าโกเจ็กมาก แต่หากต้องเริ่มใหม่โดยไม่มีโกเจ็ก แอร์เอเชียต้องใช้เวลานานถึง 18 เดือน กว่าจะสามารถตั้งธุรกิจลักษณะนี้ได้

และถึงแม้ว่าโกเจ็กจะขึ้นชื้อว่าเป็นแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่ส่งอาหาร แต่จะไม่ให้แพลตฟอร์มเปิดบริการฟู้ดดีลิเวอรี่เท่านั้น จะมุ่งเปิดธุรกิจอย่างอื่น เช่น การขนส่งสินค้าต่าง ๆ อย่างวัตถุดิบอาหารสด จากตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อเป็นบริษัทดีลิเวอรี่อันดับ 1 ของภูมิภาค และสามารถสร้างกำไรให้ได้ภายใน 1 ปี

“แม้ธุรกิจนี้จะมีคู่แข่งเยอะแต่เราไม่กลัว เนื่องจากคู่แข่งไม่มีข้อได้เปรียบเท่าแอร์เอเชียทางด้านการขนส่ง อย่างไรก็ดี เราพร้อมที่จะเป็นหมารองบ่อนท่ามกลางสมรภูมิฟู้ดดีลิเวอรี่ดุเดือดนี้”

ขณะเดียวกัน ยังมีแผนจะขยาย “ซูเปอร์แอป” ออกนอกกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ด้วย เนื่องจากมีข้อมูลจากธุรกิจสายการบินของผู้โดยสารทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้สามารถเสนอบริการที่ตอบสนองกับตลาดท้องถิ่นได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าแจ้งเกิดธุรกิจส่งวัตถุดิบอาหารสดระหว่างประเทศภายในอีก 6-8 เดือนข้างหน้า สำหรับธุรกิจการส่งวัตถุดิบอาหารสดตอนนี้ได้เริ่มกิจการที่มาเลเซียและสิงคโปร์ เมื่อมาเปิดที่ไทยอาจจะมีการเปลี่ยนชื่อจาก “แอร์เอเชีย เฟรช” (AirAsia Fresh) เป็น “แอร์เอเชีย โกรเซอร์” (AirAsia Grocer)

ส่วนบริการอื่น ๆ อย่างบริการเรียกรถ ซึ่งจะชื่อว่า “แอร์เอเชีย ไรด์ส” (AirAsia Rides) นั้น มีแผนจะเปิดให้ใช้บริการในอีก 2 เดือนข้างหน้า

การเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้ “โทนี่” ระบุว่า ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น เพราะปกติเป็นคนไม่กลัวอยู่แล้ว โดยตอนนี้กำลังหารือการระดมทุน รวมถึงเตรียมร่วมงานกับสตาร์ตอัพฟินเทค และอีคอมเมิร์ซอื่น ๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ

ส่วนฟากของธุรกิจท่องเที่ยวและสายการบินนั้น “โทนี่” ประเมินว่า เดือนตุลาคมนี้ไทยจะสามารถเปิดประเทศได้ตามกำหนด โดยหลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนเกิน 20% ผู้ติดเชื้อจะเริ่มลดลง

หลังจากนั้นเมื่อฉีดวัคซีนประชาชนเกิน 50% ผู้คนจะเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ เหมือนกับทางตะวันตก ที่ถึงแม้จะยังพบผู้ติดเชื้อเยอะในบางประเทศ แต่อัตราการฉีดวัคซีนที่รวดเร็วทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้ ท่ามกลางการระบาดของโรค

พร้อมระบุว่า ตั้งแต่โควิด-19 เริ่มระบาด ไม่รู้ว่าทำให้มีผลกระทบต่อธุรกิจเป็นมูลค่ามากแค่ไหน แต่ถือเป็นชัยชนะแล้วที่แอร์เอเชียสามารถรอดช่วง 16 เดือนที่มีโรคระบาดมาได้ แค่ได้เห็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินยังใส่ชุดสีแดง ดำเนินธุรกิจได้ โดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเลย รวมถึงสามารถเปิดเส้นทางสายการบินเพิ่ม ขยายและพัฒนาธุรกิจในด้านอื่น ๆ ได้

โดยจุดประสงค์หลักของแอร์เอเชียคือ การนำชาวต่างชาติเข้าประเทศไทยให้ได้มากที่สุด เพราะชาวต่างชาติกำลังรอที่จะกลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยอย่างมาก ขณะที่คาดการณ์ว่าอีก 1 ปีข้างหน้า ช่วงสิ้นสุดไตรมาส 2 ของปี 2565 อุตสาหกรรมการบินและท่องเที่ยวจะกลับไปเหมือนก่อนช่วงยุคโรคเริ่มระบาดอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี “โทนี่” ยังได้เรียกร้องให้หยุดนำ “การเมือง” เข้ามาเกี่ยวข้องกับการนำเข้าวัคซีน โดยทางเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้คือ การนำเข้าวัคซีนให้ได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นของบริษัทไหนก็ตาม

นอกจากนี้ ยังอยากให้มีมาตรการที่ชัดเจนสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ โดยหากสามารถออกนโยบาย เช่นหากฉีดวัคซีนครบโดส สามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องกักตัว รวมถึงนโยบายที่เป็นสากลทั่วโลกก็จะช่วยให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็วขึ้นด้วย

พร้อมย้ำว่า หลังการควบคุมโรคระบาดได้และธุรกิจสายการบินกลับมาปกติ แต่ “แอร์เอเชีย” ก็จะยืนยันว่าจะยังมุ่งพัฒนา “แอร์เอเชียซูเปอร์แอป” ต่อไป พร้อมกับเปรียบเทียบว่าแอร์เอเชีย ซูเปอร์แอปได้เป็นภรรยาคนที่ 2 สำหรับเขาไปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...