โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น ‘SICT’ ผู้พัฒนาไมโครชิพสัญชาติไทย เปิดเทรดวันแรกราคาบวก 200%

Businesstoday

เผยแพร่ 30 ก.ค. 2563 เวลา 07.07 น. • Businesstoday

‘ซิลิคอน คราฟท์’ หรือ ‘SICT’ หุ้น IPO บริษัทผู้พัฒนาไมโครชิพสัญชาติไทย เข้าระดมทุนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันแรก ราคาพุ่ง 200% ผู้บริหารเชื่อนักลงทุนให้ความสนใจ-หุ้นเทคฯ ในไทยมีให้ลงทุนจำกัด ชูจุดแข็งโควิด-19 หนุนยอดขายเพิ่ม ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 20%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บมจ.ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี (SICT) ที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันนี้เป็นวันแรก ราคาเปิดการซื้อขายปรับขึ้นสูงกว่าราคาจองซื้อ IPO ถึง 200% มาอยู่ที่ 4.14 บาท จากราคา IPO ที่ 1.38 บาท

นายมานพ ธรรมสิริอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SICT เปิดเผยว่า ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นกว่า 200% สะท้อนความสนใจลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของนักลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยยังไม่ค่อยมีหุ้นกลุ่มดังกล่าวมากนัก นอกจากนี้ SICT ยังเป็นผู้วิจัยและพัฒนา รวมถึงเป็นบริษัทผู้ผลิตไมโครชิพประเภท RFID รายเดียวในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัทฯ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม

ในส่วนของวัตถุประสงค์การใช้เงินระดมทุนจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. การลงทุนในเครื่องมือ อุปกรณ์ และชอฟต์แวร์ด้านการออกแบบและทดสอบไมโครชิพ 35% 2. การลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สิทธิบัตร 30% และ การลงทุนหรือร่วมลงทุนในบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจด้านการออกแบบและพัฒนาวงจรรวม หรือมีนวัตกรรมที่ส่งเสริมการประกอบธุรกิจของบริษัท รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ 35%

ปัจจุบัน SICT มีรายได้จาก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ไมโครชิพสำหรับระบบกุญแจสำรองอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ (Car Immobilizer) คิดเป็นประมาณ 25-38% ของรายได้ทั้งหมด ไมโครชิพสำหรับระบบลงทะเบียนสัตว์ (Animal Identification) ประมาณ 33-42% ไมโครชิพสำหรับระบบเข้า-ออกสถานที่ และระบบการอ่านข้อมูล (Access Control & Interrogator) ประมาณ 27-32% และไมโครชิพอื่นๆ (Others) ประมาณ 1-2%

นายมานพ กล่าวอีกว่า SICT ตั้งเป้ารายได้เติบโตแตะ 600 ล้านบาทภายในปี 2567 หรือเติบโตประมาณปีละ 20% จากรายได้ปี 2562 ที่ 308.8 ล้านบาท โดยการเติบโตในของปีนี้ยังมาจากสัดส่วนรายได้ของธุรกิจไมโครชิพสำหรับระบบลงทะเบียนสัตว์เป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้สูงสุดที่ 40-50% จากยอดขายผลิตภัณฑ์ที่เติบโตขึ้นจากความกังวลด้านสุขอนามัยในอาหารจากโรคโควิด-19

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทผลิตไมโครชิพสำหรับลงทะเบียนสัตว์เศรษฐกิจ อาทิ ปลาแซลมอน และสุกร เป็นหลัก อย่างไรก็ดี บริษัทฯ เตรียมขยายการให้บริการไปยังตลาดสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีโอกาสเติบโตจากจำนวนสัวต์เลี้ยงทั่วโลกที่มีมากกว่า 700-800 ล้านตัว

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2560-2562 มีรายได้รวม เท่ากับ 310.71 ล้านบาท 377.04 ล้านบาท และ 308.80 ล้านบาท ตามลำดับ และอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยสูงกว่า 40% โดยไตรมาสแรกของปี 2563 มีรายได้ที่ 95.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 72.85 ล้านบาท ของงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือคิดเป็น 30.7% และกำไรสุทธิ 15.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 552.7%

“วิกฤตโควิด-19 กลับเป็นตัวเร่งให้คนหันมาใช้บริการไมโครชิพในสัตว์ของเรามากขึ้น เพราะต้องการความมั่นใจ ตรวจสอบที่มาที่ไปของสัตว์ที่บริโภคได้ ในส่วนของธุรกิจ Access Control ก็ได้รับความสนใจมากขึ้นเช่นเดียวกันจากกระแสสังคมที่ไร้การสัมผัส (Touchless Society) เพราะกังวลเกี่ยวกับโรคติดต่อจากการสัมผัส เป็นต้น นอกจากนี้ การกระจายพอร์ตลูกค้าในยุโรป 50% และเอเชียอีก 50% ส่งผลให้ SICT ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าลดลง เพราะมีลูกค้าจากทั้งสองฝั่ง” นายมานพ กล่าว

ทั้งนี้ SICT มีนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ โดยผู้ถือหุ้นจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินปันผล ณ ที่จ่าย เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวเป็นการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมในส่วนของกำไรจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...