โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังงาน อนุรักษ์ฟิล์มกระจก แสงเงาที่นำพา “อดีต” ข้ามกาลเวลา

Sarakadee Lite

อัพเดต 10 ส.ค. 2563 เวลา 19.32 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2563 เวลา 01.43 น. • นายแว่นสีชา

กล่องไม้สักทองใบเก่าค่อย ๆ เปิดให้เห็น ฟิล์มกระจก สีขุ่นมัวที่พอนำมาส่องกับหลอดไฟ ภาพถ่ายอายุกว่าร้อยปี ปรากฏให้เห็นแสงเงาคมชัด จนเราต้องกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น นี่คือเบื้องหลัง การอนุรักษ์ฟิล์มกระจก อนุรักษ์มรดกภาพถ่ายบันทึกประวัติศาสตร์ที่เปี่ยมคุณค่าและสามารถบอกเล่าถึงเรื่องราว ยืนยันถึงตัวตน อัตลักษณ์ของประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียใต้ที่ชื่อว่า “สยาม”

ฟิล์มกระจก ไม่ใช่เพียงแค่แผ่นฟิล์มที่มีคุณค่าเพียงความเก่า ยุคหนึ่งเมื่อมีเหตุการณ์การทวงคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่ถูกขโมยไปจากปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ ภาพถ่ายจากฟิล์มกระจก ก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชาติตะวันตกยอมรับและยอมส่งคืนทับหลังให้กับไทย

แสงเงาที่บันทึกลงบนฟิล์มกระจกจึงเปี่ยมคุณค่า แต่ก็ต้องมีการจัดเก็บที่เหมาะสมอยู่ภายใน สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่ง Sarakadee Lite จะพาทุกท่านมาชม “แสงเงา” และ “เบื้องหลัง” งาน อนุรักษ์ฟิล์มกระจก การเก็บรักษามรดกชิ้นสำคัญของไทย เป็นบันทึกสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า ฟิล์มกระจก

อนุรักษ์ฟิล์มกระจก

ฟิล์มกระจก มรดกความทรงจำแห่งโลก

ฟิล์มกระจก ที่ถูกเก็บรักษาอยู่ในสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรนั้น ถือได้ว่ามีมากที่สุดในประเทศไทยและอาเซียน มีทั้งฟิล์มกระจกพระราชทาน ฟิล์มกระจกที่หน่วยงานต่างๆ เก็บรักษาและตกทอดมา แต่ ฟิล์มกระจกชุดที่สำคัญและเป็นที่กล่าวขานคือ ชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ด้วยความโดดเด่นของเนื้อหาในภาพที่บันทึกแสงเงาประวัติศาสตร์อันเกี่ยวเนื่องกับอัตลักษณ์ของไทยเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ทำให้ ฟิล์มกระจกชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ได้รับยกย่องขึ้นทะเบียนจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ เป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก”

อนุรักษ์ฟิล์มกระจก

ประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เล่าถึงความเป็นมาว่า ฟิล์มกระจกชุดหอพระสมุดวชิรญาณ มีการรวบรวมจัดเก็บภาพทั้งหมดในช่วงรัชกาลที่ 7 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่เวลานั้นดำรงตำแหน่งนายกราชบัณฑิตยสภา ได้ขอพระราชทานฟิล์มกระจกที่ถ่ายไว้ในช่วงรัชกาลที่ 5,รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 เพื่อรวบรวมเก็บรักษาให้เป็นสมบัติของชาติในการค้นคว้าของคนรุ่นต่อไป

ภาพถ่ายฟิล์มกระจกชุดนี้มีการถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะช่วงรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ได้เสด็จประพาสต้นและได้ถ่ายภาพวิถีชีวิตชาวบ้านในหัวเมืองต่าง ๆ ทำให้เห็นภูมิประเทศ ความเป็นอยู่ การแต่งกายของประชาชนในยุคนั้น

ประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร

ภาพถ่ายฟิล์มกระจกในยุคแรก ส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ชนชั้นนำที่มีทุนทรัพย์ในการซื้อกล้องฟิล์มกระจกจากต่างประเทศ แต่ภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ จะมีภาพชาวบ้านและพื้นที่นอกพระนคร ซึ่งภาพส่วนหนึ่งเป็นภาพส่วนพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพที่เมื่อออกตรวจราชการตามหัวเมืองต่าง ๆ จะต้องเขียนรายงานประกอบกับภาพถ่ายเพื่อที่จะให้รายงานฉบับนั้นมีความสมบูรณ์

อนุรักษ์ฟิล์มกระจก

ปัจจุบันฟิล์มกระจกชุดนี้ เก็บรักษาไว้ในห้องที่รักษาอุณหภูมิ ที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ นอกจากการทำสำเนาภาพทั้งภายถ่ายและดิจิทัลไฟล์แล้ว ทางกรมศิลปากรได้มีการรวบรวมภาพฟิล์มกระจกจัดทำเป็นหนังสือ เพื่อการเผยแพร่และ อนุรักษ์ ซึ่งเล่มแรกตีพิมพ์ในปี พ.ศ.2559 โดยทำการคัดเลือกฟิล์มกระจก 1,000 ภาพ นำมาคัดเลือกและอธิบายภาพก่อนการตีพิมพ์ ซึ่งในปี พ.ศ.2563 ได้มีการคัดเลือกภาพตีพิมพ์เล่มที่ 2 ซึ่งอนาคตคาดว่าจะทำการคัดเลือกภาพที่มีร่วม 39,000 ภาพ เพื่อตีพิมพ์ เผยแพร่ในเชิงการอนุรักษ์ต่อไป

ฟิล์มกระจก

หัวใจสำคัญของงานอนุรักษ์ ฟิล์มกระจก

ในมุมของการเก็บรักษาฟิล์มกระจก จุฑาทิพย์ อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ได้เล่าถึงการเก็บรักษาภาพถ่ายฟิล์มกระจก ที่เป็นมรดกสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ ซึ่งฟิล์มกระจกที่หน่วยงานดูแล ไม่ได้มีเฉพาะชุดหอพระสมุดวชิรญาณ แต่ยังมีชุดภาพถ่ายของกรมแผนที่ทหาร การรถไฟแห่งประเทศไทย และภาพถ่ายส่วนพระองค์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน

จุฑาทิพย์ อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

แต่เดิมภาพถ่ายฟิล์มกระจก ชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ได้รับการเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ก่อนจะมีการนำมาเก็บรักษาไว้ในสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ.2520 โดยมีการเก็บไว้ในห้องที่รักษาอุณหภูมิที่เหมาะสม มีการระบุหมวดหมู่ และอ่านความหมายภายในภาพ เพื่อเป็นการอนุรักษ์อย่างถูกต้อง

ภาพที่อัดขยายจากแฟ่นฟิล์มและเปิดบริการให้ประชาชนมาค้นคว้า

“ในการขนย้ายคราวนั้น เราต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะฟิล์มกระจกเหล่านี้ ถือเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่มีชิ้นเดียวในโลก ซึ่งฟิล์มกระจกทั้งหมดมีการจัดเก็บไว้ในกล่องไม้สักทอง ที่มีความทนทาน โดยภายในกล่องจะมีการเซาะร่อง เพื่อให้สามารถสอดฟิล์มกระจกเข้าไปในร่องได้อย่างพอดี และไม่เสียดสีกับฟิล์มกระจกแผ่นอื่นๆ

“ด้วยความที่จัดเก็บฟิล์มกระจกไว้ในกล่องไม้สักทองที่มีความแข็งแรง ทำให้ฟิล์มส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ แม้ผ่านกาลเวลามายาวนาน ซึ่งการดูแลรักษาของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติจะต้องทำความสะอาดแผ่นกระจกไม่ให้มีฝุ่น และเก็บไว้ในห้องที่รักษาอุณหภูมิ 18 องศาเซลเซียส มีความชื้นสัมพัทธ์ 40 เปอร์เซ็นต์ โดยเครื่องทำอุณหภูมิจะต้องเปิดตลอดเวลา เพราะถ้าอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง อาจทำให้แผ่นฟิล์มกระจกเสียหายได้

กล่องไม้สักที่ใช้เก็บแผ่นฟิล์มมาแต่เดิม

ที่สำคัญภายในตู้จัดเก็บ จะไม่วางกล่องไม้สักซ้อนกัน และต้องวางไว้บนชั้นที่ไม่สูงหรือต่ำเกินไป เพื่อให้บุคลากรสามารถขนย้ายได้สะดวก เพราะบุคลากรที่ดูแลจะต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ฟิล์มกระจกเหล่านี้เป็นสมบัติของชาติ มีหนึ่งเดียวในโลก หากเกิดความเสียหายจะเป็นเรื่องยากที่จะกู้คืนกลับมาได้

สำหรับการอนุรักษ์จะมีการอัดภาพจากฟิล์มกระจกขนาด 1 ต่อ 1 มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 เพื่อเป็นการรักษาภาพบนฟิล์มกระจกไว้ เพราะฟิล์มกระจกที่เก็บรักษามีตั้งแต่ขนาด 2 นิ้ว ไปจนถึงขนาด 20 นิ้ว ซึ่งขนาดของฟิล์มกระจก ยิ่งมีขนาดใหญ่ รายละเอียดของภาพจะมีมิติมากขึ้นไปด้วย

ขั้นตอนการทำฟิล์มกระจกสู่ดิจิทัลไฟล์
อนุรักษ์ฟิล์มกระจก

ยิ่งตอนนี้ด้วยเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น จึงได้มีการอัดภาพจากต้นฉบับจริงไว้ 2 รูป โดยรูปหนึ่งเก็บรักษาไว้เป็นต้นฉบับ ส่วนอีกรูปเก็บไว้ในห้องที่บริการประชาชนในสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ นอกจากนี้ยังได้นำภาพเหล่านั้นมาแปลงเป็นไฟล์ดิจิทัล ที่ส่วนหนึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้บนเว็บไซต์ของหน่วยงาน

อนุรักษ์ฟิล์มกระจก

ฟิล์มกระจกชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ตอนนี้ทำการอัดภาพเพื่อเป็นการ อนุรักษ์ฟิล์มกระจก แล้วกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือบางส่วนมีสภาพชำรุด เพราะภาพเหล่านี้ผ่านกาลเวลามากว่าร้อยปี ซึ่งก่อนหน้านั้นฟิล์มกระจกบางกล่องเสียหายจากความร้อน หรือถูกความชื้นจนแตกหัก

แต่สิ่งที่สำคัญนอกจากการดูแลรักษา หัวใจของงาน อนุรักษ์ฟิล์มกระจก คือ การอ่านภาพ เพราะแต่ละภาพเมื่อเราทำการอัดภาพแล้ว จะมีทีมคณะทำงาน ที่จะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขามาอ่านภาพ เพื่อแปลความหมายและเหตุการณ์ภายในภาพ เช่น ภาพของเหรียญตราต่าง ๆ บนเครื่องแต่งกาย จะมีนายทหารที่เกษียณ ที่ศึกษาเรื่องนี้มาช่วยแปลความหมาย แต่หลายภาพก็ไม่สามารถอ่านความหมายได้

แว่นส่องฟิล์มและอุปกรณ์ทำความสะอาด

“ทางหอจดหมายเหตุฯ จึงอยากจะฝากผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาใช้บริการที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อชมภาพเหล่านี้ได้ ส่วนคนที่มีภาพเก่าเก็บสะสมไว้ สามารถนำภาพต้นฉบับมามอบให้กับสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อดูแลรักษา หรือทำสำเนาเก็บไว้ เพื่อที่จะเป็นสมบัติของชาติ และเป็นการเผยแพร่ให้กับคนรุ่นหลังที่สนใจได้ค้นคว้าข้อมูลต่อไป”

ชุดฟิล์มกระจก แม้ผ่านกาลเวลามายาวนานสักเท่าไร คุณค่าที่ซ่อนไว้ผ่านแสงและเงาในรูปภาพยังคงชัดเจน ถ่ายทอดเรื่องราวให้กับคนรุ่นต่อไปเห็นถึงความงดงาม เต็มเปี่ยมด้วยเรื่องราวของคนไทย

Fact File

รับชมภาพฟิล์มกระจกแบบออนไลน์ได้ที่ https://www.nat.go.th/

The post เบื้องหลังงาน อนุรักษ์ฟิล์มกระจก แสงเงาที่นำพา “อดีต” ข้ามกาลเวลา appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...