โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

4 ซีรีส์ แม่-ลูก อุ่นหัวใจ ที่มีมากกว่าเรื่องราวของความสัมพันธ์

Sarakadee Lite

อัพเดต 10 ส.ค. 2563 เวลา 19.15 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 19.15 น. • อชิตพนธิ์ เพียรสุขประเสริฐ

ปีนี้ถือเป็นปีที่มีเรื่องราวหนัก ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้ได้รู้ว่าการมีใครสักคนคอยรับฟัง ต่อสู้ เป็นกำลังใจและเดินหน้าไปด้วยกันนั้นช่วยเยียวยาและเพิ่มพลังใจในการใช้ชีวิตขึ้นมาได้ ซึ่งคนที่ใกล้ชิดกับเราที่สุดก็คงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากครอบครัว Sarakadee Lite เลยขอถือโอกาสนี้ ชวนผ่อนคลายความหนักอึ้งเอาไว้ชั่วคราว ด้วย ซีรีส์เกาหลี ที่บอกเล่าความสัมพันธ์ฉบับแม่-ลูก ครอบครัว และมิตรภาพที่แสนจะอุ่นหัวใจ 

ซีรีส์

When The Camellia Bloom

“ฉันไม่เหมือนแม่ของฉัน เมื่อไหร่ที่ฉันมีลูก ฉันจะไม่ทอดทิ้งลูกของฉัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

เรียกว่าเป็น ซีรีส์ ยอดนิยมที่กวาดรางวัลมาเพียบ ล่าสุดกับเวที Baeksang Arts Awards 2020 ก็กวาดไปแล้ว 4 รางวัลทั้งรางวัลใหญ่สุดอย่าง แดซัง, บทซีรีส์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (คังฮานึล) และ นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (โอจองเซ) ซึ่งช่วยการันตีความน่าดูเข้าไปคูณสิบ

When The Camellia Bloom เป็น ซีรีส์ ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ ทงแบค (รับบทโดย กงฮโยจิน) แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ดิ้นรนพยายามยืนหยัดด้วยตัวเอง เธอย้ายมาเปิดร้านเหล้าชื่อ คามิลเลีย ที่หมู่บ้านองซาน พร้อม พิลกู ลูกชายตัวน้อย ซึ่งร้านนี้ก็ป๊อปปูล่าขึ้นมาในเวลา 6 ปี 

ซีรีส์

จะว่าไปเรื่องนี้ถือเป็น ซีรีส์ พลังหญิงที่แท้ด้วยเนื้อเรื่องที่ฉายชีวิตอึด ถึก ทน ของทงแบคที่ต้องสู้ฝ่าฟันทำงานหนัก หาเลี้ยงตัวเองและลูกชายลำพัง ทงแบค มีความฝันอยากมีครอบครัวใหญ่ ซึ่งอาจมาจากความรู้สึกโดดเดี่ยวจากการถูกทิ้งในวัยเด็กดังที่เธอได้กล่าวไว้ “ฉันไม่เหมือนแม่ของฉัน เมื่อไหร่ที่ฉันมีลูก ฉันจะไม่ทอดทิ้งลูกของฉัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น” และการเติบโตมาอย่างดีของ พิลกู วัย 8 ขวบคือเครื่องยืนยันคำพูดนี้ได้เป็นอย่างดี 

ทงแบค ไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่ถึงอย่างนั้นก็มักมีเรื่องเข้ามาเป็นพายุในชีวิตของเธอเสมอ ไม่ว่าเพื่อนบ้านที่ชอบหาเรื่อง การเกี่ยวพันกับคดีนักฆ่าตัวตลก การถูกกล่าวหาว่าเป็นโสเภณี การสูญเสียคนสำคัญไปอย่างไม่ได้เตรียมใจ หรือการต้องเผชิญหน้ากับ แม่ ที่เคยทอดทิ้งเธอไปอีกครั้ง 

นอกจากการไม่ตัดสิน ความเป็นแม่ และหัวใจที่สู้ไม่ถอยต่อสิ่งที่สังคมรอบข้างยื่นให้แล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ฉายให้เห็นถึงสิ่งสำคัญในความสัมพันธ์ นั่นคือ การดูแลหัวใจกันและกันให้ดี อย่างที่ทงแบคกล่าวไว้ในตอนหนึ่ง“ดีจังนะที่มีใครสักคน…มาห่วงใยฉัน การดูแลกันและกันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์จริง ๆ” 

  • ติดตามชมได้ทาง Netflix
ซีรีส์

Reply 1988

เรื่องเล่าวัยเยาว์กับกาลเวลาที่ผ่านไป…และนั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Reply 1988 อยู่ในดวงใจใครหลาย ๆ คนตลอดมา เสน่ห์อย่างหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้คือฝีมือผู้กำกับ ชินวอนโฮ ที่หล่อเลี้ยงเรื่องราวให้คนดูรู้สึกผูกพันไปกับตัวละครทุกตัว

สำหรับ Reply 1988 เป็นเรื่องที่ให้ความรู้สึก Nostalgia ที่ดูแล้วชวนนึกถึงช่วงเวลาวัยเด็กเอามาก ๆ อย่างตัว ซีรีส์ เองก็มี ด็อกซอน นางเอกของเรื่องและสามี มาเล่าย้อนถึงเรื่องราวในวัยเยาว์ของเธอ และเพื่อน ๆ ชาวซังมุนดง ที่ผ่านช่วงเวลาสุข เศร้า เหงา ทุกข์มาด้วยกันตั้งแต่เด็ก มัธยม มหาวิทยาลัยจนถึงวัยที่ต้องแยกย้ายกันไปทำงาน 

ซีรีส์

นอกจากการก้าวผ่านยุคสมัย และมิตรภาพของแก๊งเด็กในซอยที่เราตามลุ้น ตามเอาใจช่วยเหมือนโตไปด้วยกันกับพวกเขาแล้ว ความสัมพันธ์ที่เป็นมากกว่าเพื่อนบ้านของเหล่าพ่อแม่ และประเด็นครอบครัวที่แทรกซึมอยู่ในทุก ๆ ตอน ก็ชวนอบอุ่นหัวใจไม่น้อยไปกว่ากัน

นอกจากนั้นก็ยังมีหลาย ๆ มุมของครอบครัวให้ได้เห็น ทั้งปัญหาความกังวลใจของคนรุ่นพ่อแม่ ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพ อาการวัยทอง การเกษียณออกจากงาน เรื่องปากท้อง หรือแม้แต่ปัญหาของคนรุ่นลูกอย่างด็อกซอน (รับบทโดย ฮเยริ) กับการเป็นลูกคนกลาง หรือ ดงรยง (รับบทโดย อีดงฮวี) ตัวเรียกเสียงฮาของกลุ่มที่ลึก ๆ แล้วก็มีความเปลี่ยวเหงาและอยากมีช่วงเวลาได้อยู่กับแม่ซึ่งง่วนอยู่กับการทำงานตลอดเวลา เป็นต่างครอบครัว ต่างชีวิต ต่างเรื่องราวที่มาผสมรวมกันได้แบบพอดี ไม่แปลกใจเลยที่ Reply 1988 จะเป็นหนึ่งใน ซีรีส์ ที่จดจำของหลายคน

  • ติดตามชมได้ทาง Netflix และ Viu

Hi, Bye Mama

เสียทิชชู่ซับน้ำตาไปหลายม้วน กับ Hi, Bye Mama เรื่องราวของ ชายูริ (รับบทโดย คิมแทฮี) คุณแม่ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่ยังคงเฝ้าวนเวียน คอยดูแล โจซออู (รับบทโดย ซออูจิน) ลูกสาวอยู่ไม่ห่างมาตลอด 5 ปีเพราะอยากเห็นลูกสาวเติบโต แต่แล้วเธอกลับเหมือนได้พรให้มีชีวิตในฐานะมนุษย์อีกครั้ง โดยมีเวลา 49 วัน กับเงื่อนไขว่าต้องกลับไปมีชีวิตอย่างที่เคยมีให้ได้อย่างสมบูรณ์ ความไม่ง่ายคือทุกคนที่ยังอยู่ก็ต่างเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยเฉพาะสามีอย่าง โชคังฮวา (รับบทโดย อีกยูฮยอง) ที่แต่งงานใหม่กับ โอมินจอง (รับบทโดย โกโบกยอล) หญิงสาวซึ่งรักครอบครัวและลูกของเธอไม่ต่างจากเธอ

นอกจากจะเป็น 49 วันที่ชายูริจะได้กลับมาดูแลลูกสาววัย 6 ขวบแล้ว การกลับมาครั้งนี้ยังเหมือนการกลับมาปลดล็อกเรื่องภายในใจของคนรอบตัวเธอด้วย แต่ในชีวิตจริง คงไม่มีใครที่จะมีโอกาสได้ย้อนมาสะสางเรื่องที่ค้างคาใจแบบชายูรี ซึ่งสิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้ก็ได้ส่งเสียงเตือนเอาไว้เสมอ โดยเฉพาะเรื่องการตระหนักถึงคุณค่าของเวลาและสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพราะไม่มีใครรู้ได้เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป “การเตรียมพร้อมรับมือกับการจากลา ในโลกนี้ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก”

  • ติดตามชมได้ทาง Netflix

Go Back Couple

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้นไหม ?

เป็น ซีรีส์ ย้อนเวลาอีกเรื่องที่ชวนตั้งคำถามและย้อนมองถึงสิ่งที่เป็นอยู่ทั้งในอดีตและปัจจุบัน จากการเล่าเรื่องความสัมพันธ์ชีวิตคู่ของ มาจินจู (รับบทโดย จางนารา) และ ชเวบันโด (รับบทโดย ซนโฮจุน) สามีภรรยาลูกหนึ่งที่แต่งงานกันมานาน จนสิ่งต่าง ๆ เริ่มจืดจาง เหนื่อยหน่ายและน่าเบื่อ ส่วนความไม่เข้าใจก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นจนนำมาสู่การหย่าร้างในที่สุด แต่แล้ววันหนึ่งทั้งคู่กลับตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาที่ย้อนกลับไป 18 ปี ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่รู้จักกัน ซึ่งการพยายามแก้ไขอดีตให้ไม่ต้องเจอกันอีกก็ทำให้เจอเรื่องราวระหว่างทางที่ทำให้ทั้งคู่ได้เห็นแง่มุมของอีกคนที่ต่างไปจากปัจจุบัน

และหนึ่งในสิ่งปาฏิหาริย์ของการย้อนเวลาคือ ทำให้นางเอกได้เจอกับแม่ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วอีกครั้ง มาจินจู จึงเกาะติดแม่ของเธอแจ จ้องแบบไม่วางตา พยายามอยู่ใกล้ชิดกับแม่ตลอดเวลาและทำสิ่งที่ไม่เคยทำด้วยกัน แต่การอยู่ในอดีตที่มีแม่ก็เท่ากับว่าเธอจะไม่ได้เจอหน้าลูกของเธอเองในปัจจุบัน เป็นโมเมนต์ของแม่และแม่สองช่วงวัย ที่ทำให้ชวนให้คนดูอย่างเรานึกถึงและเห็นความสำคัญของช่วงเวลาที่ได้อยู่กับแม่ขึ้นมาเหมือนกัน

  • ติดตามชมได้ทาง Viu

The post 4 ซีรีส์ แม่-ลูก อุ่นหัวใจ ที่มีมากกว่าเรื่องราวของความสัมพันธ์ appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...