โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อรัชกาลที่ 3 กริ้วจนไล่บาทหลวงฝรั่งดื้อและขัดรับสั่ง ช่วงโรคระบาดรุมบางกอก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 28 ม.ค. 2566 เวลา 13.41 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2566 เวลา 11.46 น.
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3

บันทึกหลักฐานเรื่อง “โรคระบาด” ในสมัยรัตนโกสินทร์มีปรากฏให้เห็นกันหลายครั้งหลายครา แต่ที่นักวิชาการสายประวัติศาสตร์มองว่า ช่วงที่ดูจะเคราะห์ร้ายมากกว่าห้วงอื่นก็มีในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งมีโรคร้ายแรงระบาด 2 ครั้ง ทั้งอหิวาตกโรค และไข้ทรพิษ ซึ่งทำให้วิถีชีวิตของชาวบางกอกยุคนั้นยากลำบาก

สำหรับอหิวาตกโรคนั้นมีบันทึกกันว่าครั้งที่ระบาดใหญ่ที่สุดน่าจะเป็นช่วงรัชกาลที่ 2 ระหว่างช่วง พ.ศ. 2362-2363 ระหว่างการระบาดทั่วโลกครั้งแรก (พ.ศ. 2360-66) ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 เกิดโรคระบาดอีกครั้ง และระบาดกันมากราว พ.ศ. 2392 อันเป็นช่วงการระบาดทั่วโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2389-2405)

เหตุการณ์ครั้งสมัยรัชกาลที่ 3 ส.พลายน้อย ยกจดหมายเหตุที่บันทึกสภาพการระบาดว่า เมื่อ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2492 ปีระกา เกิดไข้ป่วงทางประเทศแถบทะเลทางเมืองฝ่ายตะวันตก ระบาดเข้ามาทางประเทศสยาม พลเมืองเกิดเป็นไข้ป่วงกันมาก (คำที่ ส. พลายน้อย อ้างอิงคือคำว่า “เป็นไข้ป่วงกันทั้งแผ่นดิน”) ปรากฏพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าหญิงเกศนี พระองค์เจ้าหญิงพวงแก้ว พระองค์เจ้าชายเฉลิมวงศ และพระองค์เจ้าชายจินดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคนี้ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) แม่ทัพคนสำคัญในรัชกาลที่ 3 และว่ากันว่าดุที่สุดในยุคนั้นก็ถึงอสัญกรรมด้วย

ทั้งนี้ อหิวาตกโรคข้างต้นถูกเรียกว่า ห่าลงปีระกา หมอสมิทเล่าในหนังสือว่า ผู้คนล้มตายจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งยังทรงผนวชอยู่แนะนำให้เก็บศพไปเผาที่วัดสระเกศ วัดบางลำพู วัดเชิงเลน (วัดบพิตรพิมุข)

ส. พลายน้อย เล่าว่า จำนวนคนที่ถูกนำเอาไปเผาและฝังในครั้งนั้นตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ถึง 15 กรกฎาคม จำนวน 29 วัน รวมกัน 5,457 ศพ โดยเฉพาะวันที่ 23 มิถุนายน วันเดียวเสียชีวิต 696 คน อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบตัวเลขกับการระบาดครั้งใหญ่สุดในสมัยรัชกาลที่ 2 ยังคงน้อยกว่า เหตุการณ์สมัยรัชกาลที่ 2 รวมแล้วตายไปนับหมื่นราย เอกสารราชการบางแห่งระบุว่า รวมคนตายในบางกอกและหัวเมืองตายถึง 3 หมื่นคน

เนื่องด้วยความรุนแรงในสมัยรัชกาลที่ 2 ยังปรากฏรับสั่งให้ตั้งพระราชพิธีอาพาธพินาศ แต่ในสมัยรัชกาลที่ 3 ไม่ปรากฏพระราชพิธีนี้ มีแต่ให้พนักงานปล่อยสัตว์ที่จะถึงที่ตาย และโปรดเกล้าฯ ให้ราษฎรทำบุญให้ทานและปล่อยสัตว์ที่ขังไว้ คนทั้งหลายทั้งปวงต่างทำตาม ตามการบอกเล่าของ ส. พลายน้อย มีเพียงบาทหลวงฝรั่งเศส 8 รายไม่ยอม และยังห้ามลูกบ้านเข้ารีต จนเป็นที่ขัดเคืองว่าขัดรับสั่ง

ส.พลายน้อย เล่าไว้ว่า

“ให้เจ้าพนักงานไล่บาทหลวงทั้ง 8 นั้นไปให้พ้นพระราชอาณาเขต และวัดฝรั่งทั้งหมดในราชอาณาจักร ก็รับสั่งให้รื้อทั้งหมด กล่าวกันว่า พวกบาทหลวงทั้ง 8 ต้องออกจากบางกอกไปพักอยู่ที่สิงคโปร์ในวันนั้น แต่ต่อมาบาทหลวงปัลเลอกัวซ์ ได้เข้าแก้ไข ยอมปล่อยสัตว์ตามรับสั่ง จึงเป็นอันว่าพ้นโทษหายกริ้วไปได้”

ดังที่กล่าวแล้วว่า ในสมัยรัชกาลที่ 3 ยังมีโรครุนแรงอีกชนิดระบาดนั่นคือไข้ทรพิษ ซึ่งระบาดก่อนหน้าอหิวาตกโรค คือเมื่อพ.ศ. 2382 ยังดีที่ระยะนั้น นายแพทย์บรัดเลย์ แพทย์มิชชันนารี ที่เข้ามาไทย (ปี พ.ศ. 2378) ได้ร่วมมือกับหมอหลวงเอาหนองจากผู้ป่วยปลูกเป็นผลสําเร็จแล้ว แต่ในช่วงเริ่มแรก ไม่ค่อยมีใครเชื่อถือ พวกมิชชันนารีปลูกฝีกับลูกของตนเองก่อนจึงจะเริ่มเชื่อ เมื่อรัชกาลที่ 3 ทรงทราบวิธีปลูกฝีว่าป้องกันไข้ทรพิษได้ ก็รับสั่งให้หมอหลวงหัดปลูกฝีจากมิชชันนารีใน พ.ศ. 2380

เมื่อมาในช่วงโรคไข้ทรพิษระบาด พ.ศ. 2382 รัชกาลที่ 3 ได้พระราชทานบำเหน็จแก่หมอหลวงและหมอบรัดเลย์ จากที่ปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษคนละ 200 บาท ถึง 400 บาท

ส. พลายน้อย ยังเล่าถึงสภาพชีวิตคนบางกอกในช่วงที่อหิวาตกโรคระบาดว่า เป็นชีวิตที่ทุกข์ยาก ช่วงแรกชาวจีนที่ต่อโลงขายก็ขายดีหน่อย แต่เมื่อเริ่มตายกันมากขึ้น คนไม่มีทรัพย์สินก็ไม่มีเงินซื้อโลงจึงใช้เสื่อห่อ บางศพหาอะไรห่อไม่ได้ก็นอนกลางถนน บางทีก็ถูกเขี่ยลงน้ำ และในสมัยนี้เองที่วัดสระเกศมีชื่อเสียงเรื่องแร้งชุม

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ส. พลายน้อย. เล่าเรื่องบางกอก ฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพฯ : พิมพ์คำ. พิมพ์ครั้งที่ 7, 2555.

แก้ไขปรับปรุงเนื้อหาในระบบออนไลน์เมื่อ 26 มีนาคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...