โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

10 เรื่องที่เราขอท้าว่าคุณ “พลาดไปแน่ๆ” จากการดู Avengers: Endgame

BT Beartai

อัพเดต 24 มี.ค. 2563 เวลา 02.38 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2563 เวลา 02.28 น.
10 เรื่องที่เราขอท้าว่าคุณ “พลาดไปแน่ๆ” จากการดู Avengers: Endgame

แม้ว่าสถานการณ์ตลาดภาพยนตร์ของฮอลลีวูดและของทั้งโลกในปีนี้ จะแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวกับปีที่แล้ว ที่ปี 2020 หนังฟอร์มยักษ์ทั้งหมดต้องใช้คำว่า “แตกกระเจิง” เลื่อนฉายกันไปแบบคนละทิศละทางทั้งข้ามเดือนและข้ามปี แตกต่างจากปีที่แล้วที่หนังเปิดซัมเมอร์ ปี 2019 คือหนังระดับปรากฎการณ์ที่อีก 10 ปี ก็อาจจะไม่มีหนังที่ทำรายได้เปิดตัวและมีผู้ชมเข้าไปชมในโรงมากเท่า ขนาดทำให้กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของทั้งโลกได้อย่าง Avengers: Endgame (เว้นแต่ Avatar 2 ที่จะเข้าฉายปีหน้า 2021 เพียงเรื่องเดียวในตอนนี้ที่มีโอกาสน่าจะทำได้)

วันนี้ What the Fact ขอนำเสนอ 10 เรื่องราวที่ “ขอท้า” แฟน ๆ มาร์เวลและคอหนังกับบางฉาก จะพลาดรายละเอียดหลายอย่างที่อาจจะพลาดไป หรือกระทั่งยังไม่เคยรู้มาก่อน (ที่พูดแบบนี้ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนน่าจะได้ดูเรื่องนี้กันไปเกือบหมดแล้ว) ลองมาย้อนดูว่า ฉากไหนหรือเรื่องราวไหนที่ “พลาดไปได้ยังไงเนี่ย?”

เราขอท้าว่า: คุณไม่ทันเห็นแดรกซ์สวมเสื้อเป็นครั้งแรก ในงานศพของโทนี สตาร์ค

ฉากงานศพของโทนี สตาร์คใน Avengers: Endgame

ฉากงานศพของโทนี สตาร์คใน Avengers: Endgame

ในฉาก Assemble หรือฉากรวมตัวครั้งสุดท้ายของเหล่า Avengers ที่ไม่น่ายินดีเอาเสียเลย เพราะเป็นในฉากงานศพของโทนี สตาร์ค สิ่งหนึ่งที่ทุกคนอาจจะพลาดไป ในฉากที่กล้องค่อย ๆ แพนไหลไปเริ่มจากเพปเพอร์พอร์ต เห็นหน้าไปทุกคนจนจบที่นิค ฟิวรี่ นั่นก็คือ แดร็กซ์ (ที่ก็พอจะเข้าใจได้ว่า มักจะไม่มีใครเห็น เพราะพี่แกก็ได้เป็น “จอมล่องหน” ที่ถูกทุกคนมองข้ามอยู่เสมอ) ที่ในฉากนี้ ผู้ชมจะได้เห็นแดร็กซ์ใส่เสื้อกับเขาเป็นครั้งแรก อาจเป็นเพราะทุกคนใส่เสื้อสีดำเพื่อไว้ทุกข์ การจะให้พี่แดร็กซ์ยืนตัวเขียวอยู่โชว์หัวนมอยู่ก็จะไม่ค่อยสุภาพไปสักหน่อย แม้ว่าเขาจะเคยบอกว่า “หัวนมข้าบอบบาง” และอาจจะต้องเสียดสีอยู่บ้างเมื่อต้องใส่เสื้อ

เราขอท้าว่า: คุณจำไม่ได้ว่า เคยได้ยินประโยค”ทางซ้าย” ที่ฟัลคอนเคยพูดกับกัปตันอเมริกามาก่อนแล้ว

ฉากการพบกันครั้งแรกของทั้งคู่ใน Captain America: Winter Soldier

ฉากการพบกันครั้งแรกของทั้งคู่ใน Captain America: Winter Soldier

แซม วิลสันและสตีฟ โรเจอร์พบกันครั้งแรกในฉากเปิดเรื่องของ Captain America: Winter Soldier (2014) ก่อนที่ความสัมพันธ์ของฟัลคอนและกัปตันอเมริกา จะสานต่อมิตรภาพยาวนานมาอีกหลายภาคจนฟัลคอนได้รับโล่เพื่อเป็นกัปตันอเมริกาในท้ายที่สุดในตอนจบของ Endgame ในฉากเปิดเรื่องที่ว่านั้น แซมที่กำลังวิ่งอยู่แถวรัฐสภาในวอชิงตันดีซีโดนกัปตันอเมริกาซึ่งก็ซ้อมวิ่งอยู่เหมือนกันแซงซ้าย กัปตันจะตะโกนบอกว่า “ระวังทางซ้าย” ทุกรอบที่ถูกแซงไป (เพราะจะขิงว่าวิ่งน็อครอบ)

ใน Endgame ฉากที่สร้างความประทับใจ เพราะผู้สร้างจงใจจะให้ผู้ชมได้ยินประโยคนี้กลับมาอีกครั้ง ก็คือในฉากสุดท้ายที่กัปตันอเมริกาใกล้จะเพลี่ยงพล้ำต่อธานอสเต็มที เหล่าเพื่อน ๆ Avengers ที่ได้กลายเป็นฝุ่นผงในภาคก่อน ล้วนเทเลพอร์ตมาเสริมกำลังประจัญบานด้วยพลังของด็อกเตอร์เสตรนจ์ และฟัลค่อนก็เป็นคนแรกที่เปล่งเสียงมาบอกเพื่อรักว่า“พวกเราอยู่ทางซ้าย (ของนายนะกัปตัน)”

เราขอท้าว่า: คุณไม่ทันเอะใจว่า ทำไมธอร์ถึงคิดว่าร็อกเก็ต “เป็นกระต่ายหรือแร็คคูน?”

ร็อกเก็ตและธอร์ ตอนย้อนเวลากลับไปหาราชินีแม่ของธอร์

ร็อกเก็ตและธอร์ ตอนย้อนเวลากลับไปหาราชินีแม่ของธอร์

ในทีแรกที่เทพเจ้าสายฟ้าอย่างธอร์ได้เจอกับร็อกเก็ตครั้งแรกในAvenger: Infinity War (2018) แล้วเขาก็เรียกร็อกเก็ตว่า “เจ้าต่าย” ที่อาจเป็นไปได้ว่าา ธอร์ที่ไม่เคยมายังโลก อาจจะเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตบนโลก (หรือดาวดวงอื่น ๆ ทั้ง 9 มิติ) เรียกสิ่งมีชีวิตหน้าตาแบบร็อกเก็ตว่า…กระต่าย หรือกระต่ายบนดาวแอสการ์ดหน้าตาแบบแร็คคูนก็เป็นได้? พอทั้งคู่ได้กลับมาร่วมภารกิจกันอีกครั้งใน Endgame กับการไปชิงอัญมณีแห่งความจริง(หลังจากที่ก็ไปทำอาวุธสตรอมเบรคเกอร์กันมาจนซี้กันมากขึ้นอะนะ) ธอร์ก็ยังเรียกร็อกเก็ตว่าเจ้าต่ายอยู่ดีนั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงพอจะเดาได้ว่า ธอร์ไม่ได้เข้าใจผิด แต่เขาเข้าใจไปจริง ๆ ว่าร็อกเก็ตคือ กระต่าย!

เราขอท้าว่า: คุณไม่รู้ที่มาของประโยค “ข้าคือไอรอนแมน” ในเรื่องนี้

ฉากแห่งการเสียสละครั้งสุดท้ายของ Iron Man

ฉากแห่งการเสียสละครั้งสุดท้ายของ Iron Man

ถือเป็นฉากสำคัญมากที่สุดฉากหนึ่งของ Endgame  แต่กับเบื้องหลังที่มาของฉากนี้ต่างหากที่หลายคนอาจไม่รู้หรือพลาดไป ประโยคสุดคลาสสิก “ข้าคือไอรอนแมน” ที่ผู้ชมมาร์เวลได้ยินครั้งแรกในตอนจบของIron Man (2008) พอมาถึง Endgame ประโยคนี้ก็ได้ถูกใช้ต่อจากประโยคว่า “ข้าคือชะตาที่มิอาจเลี่ยง” ของธานอส การที่โทนี่ สตาร์ค พูดก่อนกระทำการเสียสละครั้งสำคัญ เป็นการจงใจของทีมสร้างที่อยากให้นึกไปถึงประโยคในภาคแรก เพื่อจะบอกว่า 11 ปีของ Iron Man จะจบลงที่ตรงนี้

เดิมทีฉากนี้ไม่ได้มีอยู่ในบทมาแต่ต้น ต่อมาในขณะที่อยู่ในห้องตัดต่อ พี่น้อง Russo ผู้กำกับก็คิดขึ้นมาว่า โทนี่ควรจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อสั่งลาแต่ก็คิดไม่ออก จน Jeff Ford ทีมตัดต่อมือเยี่ยมที่อยู่กับหนังมาตลอดทั้งสี่ภาคของ Avengers ได้เสนอว่า เมื่อธานอสพูดว่า “ข้าคือชะตาที่มิอาจเลี่ยง” ทำไมไม่ลองย้อนกลับไปแล้วให้โทนี่พูดว่า“ข้าคือไอรอนแมน” บ้างล่ะ จึงได้กลายมาเป็นประโยคสุดเท่และฉากที่น่าจดจำอย่างที่เห็นกัน

เราขอท้าว่า: คุณก็งงว่า ทำไมกัปตันอเมริกาจึงถือค้อนโยเนียร์และสตอร์มเบรคเกอร์ของธอร์ได้ (ในภาคนี้) 

กัปตันอเมริกาถือทั้งค้อนโยเนียร์และสตรอมเบรกเกอร์ของธอร์ได้

กัปตันอเมริกาถือทั้งค้อนโยเนียร์และสตรอมเบรคเกอร์ของธอร์ได้

ถ้าใครที่ติดตามเรื่องราวของจักรวาลมาร์เวลมาตลอดก็จะรู้ว่า กัปตันอเมริกาเคยพยายามยกค้อนโยเนียร์ของธอร์มาก่อนแต่ก็ยกไม่สำเร็จ เกิดเป็นคำถามว่า เพราะยังไม่ถึงเวลา? หรือเพราะว่าเขายังไม่คู่ควรพอ? กับพลังของเทพเจ้าสายฟ้า แต่ในบทสรุปภาค Endgame เขาก็สามารถจะถือและยกอาวุธทั้งสองอย่างของธอร์ได้แล้ว มีคำอธิบายในเรื่องนี้ไว้ว่าจาก Christopher Markus มือเขียนบทของเรื่องว่า ใน Thor: Ragnarok (2017) ความจริงเกี่ยวกับค้อนโยเนียร์ก็ได้ถูกเปิดเผยไว้ว่า

เมื่อเทพเจ้าโอดิน บิดาของเทพธอร์ได้บอกกับลูกชาย ถึงความสามารถพิเศษที่มีอยู่ของค้อนธอร์นั้น พลังสายฟ้าของธอร์หาได้อยู่ที่ค้อนโยเนียร์ไม่ แต่เป็นพลังที่สถิตย์อยู่ในตัวของธอร์เองต่างหาก ซึ่งมือเขียนบทอธิบายเพิ่มว่านั่นหมายถึง ธอร์ก็สามารถใช้พลังสายฟ้าได้เอง ไม่ว่าจะมีค้อนหรือไม่มีค้อนในมือก็ตาม และกัปตันก็จะสามารถใช้พลังสายฟ้าได้ หากเขามีค้อนอยู่ในมือเช่นกัน (ก็คือทั้งธอร์และอาวุธต่างก็มีพลังสายฟ้าทั้งคู่) และอย่างที่ธอร์พูดกับแก๊งต่างดาวการ์เดี้ยนว่า “ผู้ที่จะยกอาวุธของเขาได้โดยง่าย จะเป็นใครก็ได้ที่ยอมรับไหวกับร่างกายที่แหลกสลาย และหัวใจที่อาจพังทลายจากอานุภาพของมัน”

เราขอท้าว่า: คุณก็งงว่า ทำไมธานอสถึงคู่ควรพอจะถือค้อนโยเนียร์

ฉากนี้ถ้าดูเร็ว ๆ ก็เหมือนกับว่า ธานอสถือค้อนโยเนีย์ได้

ฉากนี้ถ้าดูเร็ว ๆ ก็เหมือนกับว่า ธานอสถือค้อนโยเนีย์ได้

ยังคงอยู่ที่ประเด็นการถือค้อนโยเนียร์ที่แฟน ๆ มาร์เวลรู้ข้อมูลกันดีมาตลอดว่า คนที่จะถือค้อนได้ไม่ใช่คนที่มีกำลังมากแต่เป็นคนที่คู่ควรพอ (หรือเป็นคนดีมากพอนั่นแหละ) ถึงจะถือค้อนนี้นั่นเอง จากข้อที่แล้วที่เฉลยว่า กัปตันอเมริกาก็สามารถถือค้อนที่เป็นของเทพเจ้าสายฟ้าได้ แต่ถ้าถึงกับขนาดให้ธานอสจอมวายร้ายสามารถถือได้ก็อาจจะเกินไปหน่อย หลายคนอาจจะเถียงว่า ในฉากหนึ่งที่กัปตันอเมริกากำลังต่อสู้กับธานอส มันมีฉากที่เห็นธานอสถือค้อนโยเนียร์ได้จริง ๆ เฉลยก็คือ ถ้ามองกันให้ดีในฉากนี้จะเห็นว่า ธานอสนั้นกำมือของกัปตันที่จับค้อนโยเนียร์เอาไว้อยู่แล้วและยกมือของแคปขึ้นมา ภาพก็เลยดูเหมือนว่า ธานอสยกค้อนขึ้นมาได้นั่นเอง

เราขอท้าว่า: คุณก็สงสัยว่า การต่อสู้บนดาวไททันจะมีไปทำไม ถ้าด็อกเตอร์เสตรนจ์จะทำแบบนี้…ตั้งนานแล้ว

ฉากต่อสู้ประจัญบานในตอนสุดท้ายของ Avengers: Endgame

ฉากต่อสู้ประจัญบานในตอนสุดท้ายของ Avengers: Endgame

การต่อสู้บนดาวไททันในตอนท้ายของ Avengers: Infinity War ระหว่างที่ไอ้แมงมุมและไอรอนแมนบุกไปช่วยด็อกเตอร์เสตรนจ์จากมือขวาของธานอสอย่างอีโบนี มอว์ ในฉากยานรบของธานอส เสตรนจ์ถามโทนีว่า ถ้าเขาเอายานกลับไปโลกได้ก็คงทำไปแล้ว ก่อให้เกิดคำถามว่า แล้วทำไมเขาถึงไม่เทเลพอร์ตยานไปโลกเสียเลยล่ะ? (และแน่นอน มันจะไม่จำเป็นต้องมีฉากการต่อสู้บนดาวไททันเลย!) ซึ่งเขาก็ทำมาแล้วหลายทีตอนอยู่บนโลก โดยเฉพาะกับฉากประจัญบาน ยกพวกตีกันในตอนสุดท้ายของ Endgame ที่พี่แกเล่นเทเลพอร์ตเหล่าฮีโรมาจากทั่วทุกมุมโลก…อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ตั้งทฤษฎีขึ้นว่า หมอแปลกเทเลพอร์ตได้แค่บนโลกมนุษย์เท่านั้น หรือไม่ก็ระยะทางจากไททันมาโลก มันไกลเกินกว่าหมอจะสามารถ? นั่นเอง

เราขอท้าว่า: คุณสงสัยกับการที่การจะได้มาซึ่งอัญมณีวิญญาณ มีเงื่อนไขที่เปลี่ยนไป

ฺนาตาชา โรมานอฟ และคลินท์ บาร์ตัน กับภารกิจไปเอาอัญมณีวิญญาณ

นาตาชา โรมานอฟ และคลินท์ บาร์ตัน กับภารกิจไปเอาอัญมณีวิญญาณ

ในภาค Infinity War นั้น ฉากที่สะเทือนใจที่สุดคงหนีไม่พ้นการที่ธานอสเดินทางไปช่วงชิงอัญมณีวิญญาณถึงดาวที่แสนไกล โดยมีเรดสกูลหรือเจ้ากะโหลกแดง ตัวร้ายไฮดราจากภาคแรกของ Captain America: The First Avengers (2011) คอยเฝ้าอยู่ เงื่อนไขก็คือ จะต้องมีการนำวิญญาณของคนที่รักมากมาสังเวยแลกกับอัญมณี ซึ่งธานอสก็ตัดสินใจอย่างเหี้ยมโหด เพื่อจะได้มาซึ่งอัญมณีก็ได้แลกกับชีวิตของลูกสาวที่เลี้ยงมากับมืออย่างกาโมรา จากแก๊ง Guardians of the Galaxy ทำให้ธานอสได้ครอบครองอัญมณีวิญญาณไปในที่สุด

แต่พอมาถึงภาค Endgame ที่นาตาชา โรมานอฟหรือแบล็ก วิโดว์ กับคลินท์ บาร์ตันหรือฮอว์คอาย ต้องมาทำภารกิจนี้ พวกเขากลับไม่ได้เลือกที่จะสังเวยชีวิตอีกคนเพื่อให้ได้มาซึ่งอัญมณี แต่กลับเลือกจะสละชีวิตตัวเองเพื่อให้เพื่อนรักอีกคนได้อัญมณีไปแทนต่างหาก ซึ่งก็อย่างที่ทุกคนได้ดูไปแล้ว ณ ที่นั่นก็ได้กลายเป็นจุดจบของตัวละครตัวหนึ่ง ซึ่งถ้าจะบอกว่าเงื่อนไขการได้มาซึ่งอัญมณีเปลี่ยนไปจากครั้งธานอส เพราะไม่มีการเสียสละแลกชีวิตคนอื่นก็อาจจะไม่ถูกเสียทีเดียว จริง ๆ แล้วเงื่อนไขมีแค่ว่า เอาชีวิตใครมาแลกอัญมณีก็ได้มากกว่า

เราขอท้าว่า: คุณไม่รู้ว่า บัคกี้รู้อยู่แล้วว่า เมื่อกัปตันอเมริกาย้อนเวลาไปแล้วจะไม่กลับมา

บัคกี้ บาร์นกล่าวลากัปตันอเมริกาเวอร์ชันปัจจุบัน ก่อนย้อนเวลากลับไปในอดีต

บัคกี้ บาร์นกล่าวลากัปตันอเมริกาเวอร์ชันปัจจุบัน ก่อนจะย้อนเวลากลับไปในอดีต

เป็นอีกตัวละครที่เป็นเส้นเรื่องหลักของ 11 ปี MCU ซึ่งดำเนินมาจบลงที่ Endgame อีกคู่ สำหรับความสัมพันธ์ของเพื่อนซี้ (ที่กลายเป็นคู่จิ้นในหมู่แฟน ๆ ไปแล้ว) อย่างสตีฟ โรเจอร์และบัคกี้ บาร์น ทั้งคู่เป็นเพื่อนแท้กันมาตั้งแต่ Captain America: The First Avengers (2011) ก่อนที่บัคกี้จะกลายมาเป็นตัวร้ายใน Winter Soldier และกลายเป็นชนวนให้ทีม Avengers เกือบแตกใน Civil War เนื่องจากตอนคุมสติไม่ได้ ดันไปถูกไฮดราชักใยให้ฆ่าฮาวเวิร์ด สตาร์ค พ่อของโทนี สตาร์ค จนฝั่งโทนีโกรธแค้นและหวังจะเอาคืนลูกเดียว ทั้สตีฟและบัคกี้ช่วยกันผ่านความเข้าใจผิดมาได้ตลอดรอดฝั่งจนถึงในภาคนี้ ที่เดิมทีแฟน ๆ เดากันว่า บัคกี้น่าจะเป็นผู้รับไม้ต่อในการเป็นกัปตันอเมริกาต่อ ซึ่งสุดท้ายเป็นฝั่งฟัลค่อนที่บัคกี้ก็สนับสนุนให้รับหน้าที่นั้น

“อย่าทำอะไรโง่ ๆ ก่อนที่ฉันจะกลับมา” บัคกี้เคยพูดกับสตีฟเอาไว้กัปตันอเมริกาภาคแแรก ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าเขาไม่ได้กลับมา (เพราะทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว) ขณะที่ใน Endgame ก่อนที่กัปตันจะย้อนเวลากลับไปคืนอัญมณี ถ้าสังเกตสีหน้าของบัคกี้ดี ๆ ก็จะเห็นว่า เหมือนเขาจะรู้อยู่แล้วว่า กัปตันจะไม่กล้าใช้ชีวิตร่วมไทม์ไลน์เดียวกันอีก (แต่กลับมาในรูปลักษณ์ของคนแก่เลย)“ฉันคงคิดถึงนายมากว่ะเพื่อน” บัคกี้กล่าวคำลา

เราขอท้าว่า: คุณสงสัยตอนที่ฮัลค์พูดว่า ถูกสร้างมาเพื่อการนี้ เขาพูดถึงอะไร?

ฮัลค์ผู้เสียสละดีดนิ้วด้วยถุงมืออัญมณีในหมู่ Avengers เป็นคนแรก

ฮัลค์ผู้เสียสละดีดนิ้วด้วยถุงมืออัญมณีในหมู่ Avengers เป็นคนแรก

หลังจากรวบรวมอัญมณีได้ครบแล้ว ผู้เสียสละใส่ถุงมือและดีดนิ้วเพื่อเรียกเพื่อน ๆ ที่กลายเป็นฝุ่นผงกลับมาก็คือ ฮัลค์ โดย ดร.บรู๊ซ แบนเนอร์ได้ให้เหตุผลว่าทำไมถึงควรจะเป็นฮัลค์ที่เป็นคนดีดนิ้ว “มันเหมือนกัน…ฉันถูกสร้างมาเพื่อการนี้” คำพูดนี้ทีมผู้สร้างอยากจะอ้างถึงตอนที่โทนี สตาร์คและแบนเนอร์ใน The Avengers (2012) ภาคแรกว่า โทนีได้ค้นพบรังสีแกมมาชนิดใหม่ที่สร้างฮัลค์ขึ้นมา ในขณะที่ไม่ฆ่าหรือทำอันตรายบรู๊ซ แบนเนอร์ไปด้วย ซึ่งรังสีชนิดนี้เองที่แข็งแกร่งพอจะทำให้ฮัลค์มีพลังต้านทานพลังจากถุงมือพลังอัญมณี “จะพูดยังไงดีละ…ฮัลค์เป็นเหมือนใครอีกคนที่ช่วยชีวิตผม เดี๋ยวนะ ช่วยชีวิตผมจากอะไรวะ?”

อ้างอิง

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...