โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ส่องก่อนเปิดเทอม ร้านชุดนักเรียน-โรงตึ๊ง สะท้อนภาพเศรษฐกิจ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 มิ.ย. 2563 เวลา 01.25 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2563 เวลา 01.25 น.

ส่องก่อนเปิดเทอม ร้านชุดนักเรียน-โรงตึ๊ง สะท้อนภาพเศรษฐกิจ

วันที่ 1 กรกฎาคม ดีเดย์ที่โรงเรียนต่างๆ จะเปิดเทอมภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลายแล้ว

นั่นหมายถึงว่าบรรดาพ่อแม่ ผู้ปกครองทั้งหลาย ต้องควักเงินใช้จ่ายค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์ต่างๆ ให้กับบุตรหลาน แต่ด้วยปีนี้ต้องมาเจอพิษวิกฤตโควิด-19 ที่กระทบต่อภาะเศรษฐกิจอย่างหนัก บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการเรียน รวมทั้งโรงรับจำนำต่างๆ เป็นอย่างไรบ้าง

ลองไปตระเวนดูกัน

เริ่มที่ บรรยากาศย่านการค้าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ บริเวณถนนกลางเมือง และริมถนนศรีจันทร์ ใกล้กับโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จ.ขอนแก่น ผู้ปกครองนำบุตรหลาน มาเลือกซื้อชุดนักเรียน รองเท้า ถุงเท้า และอุปกรณ์การเรียนอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่คึกคักมากนัก ขณะที่ผู้ประกอบการระบุว่ายอดขายปีนี้ลดลงถึง 80% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

คมสันต์ จิระสถิตย์ ลูกค้าที่มาใช้บริการ เผยว่า บุตรชายเข้าศึกษาชั้น ม.5 ที่โรงเรียนเดิม ปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี ทั้งยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โชคดีที่ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล 5,000 บาท ทำให้มีรายรับบ้างเพื่อมาใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม แต่ก็มีค่าใช้จ่ายอื่นมากขึ้น ทั้งค่าเทอม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จึงคุยกับลูกชายขอให้ใช้ชุดนักเรียนเดิมไปก่อน แต่ส่วนใดที่ใช้ไม่ได้ หรือใส่ไม่ได้ก็จะซื้อเฉพาะบางรายการเท่านั้น ลูกชายก็เข้าใจและเลือกซื้อสิ่งที่ต้องใช้เท่านั้น

ไปดูที่ จ.นครราชสีมา นภา สุทันต์ ผู้จัดการทั่วไปร้านทวีผล ขายส่งและปลีกเครื่องแบบนักเรียน นักศึกษารายใหญ่ บนถนนอัษฎางค์ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา เผยว่า ก่อนเปิดเทอมปีนี้คึกคักเหมือนทุกปี แต่กำลังซื้อลดลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19  ผู้ปกครองส่วนใหญ่ใช้สอยอย่างประหยัด เลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่จำเป็น

ศราวุธŽ อายุ 50 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.เมืองนครราชสีมา ที่มาใช้บริการ เผยว่า พาลูกชายจะเข้าศึกษาชั้น ม.4 มาเลือกซื้อเสื้อนักเรียน 2 ตัว กางเกง 1 ตัว และรองเท้า 1 คู่ พยายามเลือกสินค้าที่ลดราคาเพื่อประหยัด

ไปที่ จ.เชียงใหม่ ทศพร พงศ์เดชขจร ผู้บริหารร้านสุทธิพร สาขาสันป่าข่อย ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้จำหน่ายชุดนักเรียนที่เก่าแก่ที่สุดในเชียงใหม่ ย้ำว่า การจำหน่ายชุดนักเรียนปีนี้ค่อนข้างซบเซา ยอดขายลดลง 50-70% เนื่องจากปัญหาโควิด-19 และเศรษฐกิจตกต่ำ ปีที่แล้วผู้ปกครองซื้อชุดนักเรียน 3-4 ชุด ปีนี้เหลือเพียง 1-2 ชุด บางรายไม่ซื้อชุดใหม่ แต่นำชุดเก่ามาปักชื่อใหม่แทน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

“ปีนี้ทางร้านไม่ได้สต๊อกชุดนักเรียนมากนัก ลูกค้าสั่งเท่าไร ก็จำหน่ายเท่านั้น เริ่มต้นราคาชุดละ 200-300 บาท สูงสุดหรือไซซ์ใหญ่ 600-700 บาท เป็นราคาเดิม ไม่ได้ปรับราคามาหลายปีแล้ว ปีนี้มียอดสั่งซื้อเพียงหลักร้อยชุดเท่านั้น แต่ปรับตัวขายทางออนไลน์มากขึ้น”Ž ทศพรเล่าให้ฟัง

ด้าน สาธิณี ไชยคำซาว อายุ 35 ปี ชาว อ.แม่ริม ลูกค้าที่มาใช้บริการ บอกว่า มีลูกเรียนระดับประถมศึกษา 2 คน จึงซื้อชุดนักเรียนใหม่ให้พี่เพียง 2 ชุดเท่านั้น เนื่องจากเด็กโตขึ้น ส่วนน้องให้ใช้ชุดนักเรียนเก่าของพี่แทน โดยให้ร้านรื้อชื่อพี่และหมายเลขประจำตัวออก แล้วปักชื่อน้องและใส่หมายเลขประจำตัวใหม่ของน้องแทน ทั้ง 2 คนอยู่โรงเรียนเดียวกัน จึงไม่มีปัญหาเรื่องสัญลักษณ์สถาบัน รวมแล้วเสียค่าใช้จ่ายกว่า 1,200 บาท มากกว่าเงินที่รัฐบาลอุดหนุนคนละ 360 บาท จึงอยากให้รัฐบาลเพิ่มเงินอุดหนุนตามความเป็นจริง

ที่ จ.พิษณุโลก บรรยากาศการซื้อขายอุปกรณ์การเรียนและเครื่องแบบนักเรียน ที่บริเวณวงเวียนสถานีรถไฟพิษณุโลก แหล่งร้านค้าอุปกรณ์การเรียนและชุดนักเรียนจุดใหญ่ของ จ.พิษณุโลก กลับมาคึกคักอีกครั้ง

กนกวรรณ ขุนโต เจ้าของร้านกวางไถ่ ที่ขายเครื่องแบบนักเรียน นักศึกษา เผยว่า เริ่มมีประชาชนมาหาซื้อชุดนักเรียนให้บุตรหลาน ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ส่วนใหญ่จะเลือกซื้อเสื้อ กางเกง กระโปรง โดยมีทั้งแบบเป็นชุดและแยกชิ้น ยังคงราคาเดิมเท่ากับปีที่ผ่านมา ในปีนี้ยังให้บริการปักชื่อ นามสกุล และเครื่องหมายของโรงเรียนฟรี เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า ถือเป็นการช่วยเหลือกันท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ

ส่วนที่เขตเทศบาลเมืองพิจิตร สุกัญญา องค์วรวุฒิ ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายชุดนักเรียน บอกว่า ปีนี้ทางร้านจัดโปรโมชั่น ลดราคาเป็นพิเศษทุกอย่าง เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ยืนยันว่าไม่ขึ้นราคาแน่นอน

ลงไปภาคใต้… ที่ร้านจำหน่ายเสื้อผ้าชุดนักเรียน ในตลาดสดเทศบาลนครตรัง บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงามีลูกค้าประปราย ลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อเสื้อผ้าแบบเพิ่มเติมมากกว่าแทนการซื้อยกชุด

จารุวรรณ แคนยุกต์ เจ้าของร้านจารุวรรณ ค้าปลีกส่ง จำหน่ายเสื้อผ้าและชุดนักเรียน ในตลาดสดเทศบาลนครตรัง บอกว่า ชุดนักเรียนขายไม่ดีเลย แม้จะลดราคาลงตัวละ 30 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครอง แต่ก็แทบจะไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลย ถึงเข้ามาก็น้อยรายที่จะซื้อชุดนักเรียนเป็นชุดๆ ส่วนใหญ่จะซื้อแยกชิ้น

ขณะที่ผู้ประกอบการร้านติ๊มบูติก จำหน่ายชุดนักเรียนรายใหญ่ ในเมืองกระบี่ เผยว่า ยอดจำหน่ายชุดนักเรียนปีนี้ ลดลงถึง 40% เพราะกำลังซื้อของผู้ปกครองลดลง ปกติแล้วนักเรียนแต่ละคนจะมีชุดนักเรียน 2-5 ชุด ผู้ปกครองจะมีค่าใช้อยู่คนละ 1,960-4,120 บาท ถ้าหากครอบครัวใดมีลูกเรียนอยู่ 2-3 คน ต้องมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท

ลองไปสำรวจโรงตึ๊งในพื้นที่ต่างๆ ดูบ้างว่าเป็นอย่างไร

ภูวะนาศ สวนสวัสดิ์ ผู้จัดการสถานธนานุบาลนครพิษณุโลก 1 เผยว่า เริ่มมีประชาชนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เพราะใกล้เปิดเทอม สิ่งของส่วนใหญ่ที่นำมาจำนำจะเป็นทองคำและเครื่องประดับ รองลงมาเป็นเป็นเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาชีพ โดยเตรียมเงินสำรองไว้ 150 ล้านบาท ปกติช่วงเปิดเทอมจะมีผู้มาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติร้อยละ 20 แต่ช่วงนี้ผู้ใช้บริการยังไม่คึกคักนัก

ขณะที่ ประสาท พุทธาไผ ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง ให้ข้อมูลว่า สถานธนานุบาลให้ความช่วยเหลือผู้ปกครองในสถานการณ์โควิด-19 โดยขยายเวลาตั๋วจำนำจาก 4 เดือน 30 วัน เป็น 7 เดือน 30 วัน และปรับลดดอกเบี้ยจากเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 50 สตางค์ต่อเดือน เหลือเพียงร้อยละ 0.125 บาทต่อเดือน ส่วนเงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท เสียดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท เหมือนเดิม

“ที่ผ่านมาสถานธนานุบาลรับจำนำสิ่งของต่างๆ เช่น หม้อหุงข้าว พัดลม ถังก๊าซ ทางสถานธนานุบาลมีวงเงินกว่า 150 ล้านบาทสำรองไว้เพื่อรับจำนำ คาดว่าจะมีประชาชนนำของมาจำนำเพิ่มขึ้น”Ž ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง ระบุ

ด้าน นันทิยา พงษ์ทอง ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยนาท เผยว่า เตรียมเงินสดสำรอง 100 ล้านบาท เพราะช่วงใกล้เปิดเทอมจะมีผู้ปกครองมาใช้บริการโรงรับจำนำของรัฐจำนวนมาก เพื่อนำเงินไปซื้อเครื่องแบบและอุปกรณ์การศึกษาให้กับบุตรหลาน ทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่นำมาจำนำจะเป็นทองรูปพรรณ รองลงมาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และเครื่องมือช่าง

“โรงรับจำนำลดดอกเบี้ยลง เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 0.125 บาทต่อเดือน เงินต้นเกิน 5,000 บาทคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือน อีกทั้งขยายเวลาการไถ่ถอนจากเดิมไม่เกิน 4 เดือน 30 วัน ออกไปเป็น 7 เดือน 30 วัน เพื่อลดภาระประชาชนด้วยŽ” ผู้จัดการโรงตึ๊งเทศบาลเมืองชัยนาท แจกแจงข้อมูล

เป็นบรรยากาศช่วงใกล้เปิดเทอมที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...