โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลุยส์ที่ 14 มีพี่ชายฝาแฝดจริงหรือไม่? ใครคือนักโทษปริศนาหลังหน้ากากเหล็ก - เพจพื้นที่ให้เล่า

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 17 ม.ค. 2563 เวลา 17.00 น. • เพจพื้นที่ให้เล่า

ในปี 1680s ข่าวลือกระพือไกลถึงนักโทษชายสวมหน้ากากที่ไม่มีใครรู้ตัวตน ที่มา หรือความผิด รู้เพียงว่าเขาได้รับโทษหนักจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ให้สวมหน้ากากตลอดเวลา หน้ากากเหล็กถูกจัดทำเป็นพิเศษให้มีช่องเปิดได้บริเวณปากสำหรับรับประทานอาหาร เขาได้รับการดูแลเป็นอย่างดี สวมเสื้อผ้าอย่างชนชั้นสูง ถูกขังตามลำพัง และที่สำคัญเขาถูกย้ายตัวไปมาภายใต้ความดูแลของ Bénigne de Saint-Mars อดีตทหารเสือพระราชาที่ผันตัวเองมาเป็นผู้คุมเรือนจำ 

นักโทษปริศนาเสียชีวิตในปี 1703 ร่างของชายวัย 50 กว่า ว่ากันว่าถูกฝังที่สุสาน Saint-Paul ในปารีส เสื้อผ้าและข้าวของส่วนตัวถูกเผาทำลาย แม้แต่ผนังห้องขังก็ถูกขูดทำความสะอาดจนเกลี้ยงเกลา ราวกลับไม่เคยมีใครถูกคุมขังในห้องมาก่อน ชายที่ว่าเป็นใคร ทำไมทุกอย่างเกี่ยวกับเขาจึงเต็มไปด้วยม่านหมอกของความลับ? 

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ถือเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส เขาเทียบตัวเองเป็นสุริยกษัตริยาธิราช (Le Roi Soleil) และปกครองครั้งเศสด้วยความรุ่งเรืองที่แฝงด้วยอำนาจเผด็จการปราศจากการตั้งคำถาม เรื่องราวของชายสวมหน้ากากเพิ่งเริ่มมาเป็นที่สนใจหลังพระเจ้าหลุยส์เสียชีวิต ตำนานแรกของชายสวมหน้ากากเชื่อกันว่าถูกสร้างโดยชาวดัชต์ระหว่างฝรั่งเศสทำสงคราม 9 ปี กับเนเธอร์แลนด์ในปี 1688-1697 โดยเล่าว่านักโทษปริศนาคือคนรักของพระนางแอนน์แห่งออสเตรีย สมเด็จแม่ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มีความเชื่อว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ไม่ใช่พระบิดาที่แท้ของกษัตริย์แห่งพระอาทิตย์ เพราะทรงมีรสนิยมรักร่วมเพศไม่สนใจสตรี พระเจ้าหลุยส์ทราบความจริงข้อนี้จึงจับกุมพ่อแท้ๆ และลงโทษด้วยการบังคับให้สวมหน้ากากตลอดชีวิต เรื่องเล่านี้ถูกแพร่ไปไกลโดยมีเป้าหมายเพื่อโจมตีพระเจ้าหลุยส์ว่าไร้ความชอบธรรมในฐานะกษัตริย์ 

ในประเทศฝรั่งเศส ตัวตนของชายสวมหน้ากากมีการสันนิษฐานออกไปไกล ส่วนใหญ่เชื่อว่าเขาผู้นี้เป็นชนชั้นสูง และน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ไม่มากก็น้อย หนึ่งในผู้ต้องสงสัยรายแรก คือ Louis de Bourbon, Count of Vermandois ลูกชายนอกสมรสของพระเจ้าหลุยส์ที่14 กับชู้รัก ตามประวัติศาสตร์บอกว่า Louis de Bourbon ถูกขับออกจากราชสำนักหลังถูกจับได้ว่าเป็นพวกรักร่วมเพศ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่กำลังโกรษหนักต้องการสั่งสอนลูกชายด้วยการส่งไปรบในสงครามที่ฟลันเดอร์ (ปัจจุบันคือแคว้นที่พูดภาษาดัชต์ในประเทศเบลเยี่ยม) Louis de Bourbon ป่วยและเสียชีวิตในปี 1683 อายุเพียง 16 ปี ว่ากันว่าเขาไม่ได้เสียชีวิตจริง แต่ถูกจับขังเป็นนักโทษและปล่อยข่าวว่าเสียชีวิตเพื่อปกปิดตัวตน 

ผู้ต้องสงสัยรายที่สอง François de Bourbon, Duke of Beaufort คือญาติสนิทและศัตรูทางการเมืองของพระเจ้าหลยุส์ เขามีแนวคิดต่อต้านพระเจ้าหลุยส์อย่างแรงกล้า ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่าเขาเสียชีวิตในสนามรบตั้งแต่ช่วงต้นรัชกาล แต่ข่าวลือบอกว่าเขาถูกจับขังและลงโทษด้วยให้สวมหน้ากากตลอดชีวิต 

เรื่องเล่าของชายสวมหน้ากากยังเป็นปริศนาแม้เวลาผ่านมาหลายร้อยปี ในศตวรรษที่ 18 จำนวนผู้ต้องสงสัยเพิ่มขึ้นไปจนถึงข้อสันนิษฐานว่าเขาอาจเป็นน้องชายคนละพ่อ (ลูกนอกสมรสของพระนางแอนน์แห่งออสเตรีย), ชายชู้ของพระนางมารี เทเรซา - ราชินีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แต่ทฤษฎีที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด คือเรื่องเล่าที่ว่าเขาผู้นี้อาจเป็นพี่ชายฝาแฝดของพระเจ้าหลุยส์เอง ทฤษฎีสมคมคิดนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะชายผู้กระพือข่าวลือไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือนักเขียนและนักปรัชญาชื่อดัง วอลแตร์ (Voltaire)  

วอลแตร์เคยถูกตัดสินจำคุกในปี 1717 เขาเล่าว่าตัวเองได้ฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับชายสวมหน้ากากจากนักโทษชรา ชายชรากล่าวถึงนักโทษปริศนาว่า “เป็นชายหนุ่มร่างสูงมีบุคลิกสง่างาม มารยาทของเขาได้รับการขัดเกล่ามาเป็นอย่างดี เขาเล่นกีตาร์และได้รับเสิร์ฟแต่อาหารที่ดีที่สุด นักโทษคนอื่นๆ ถูกกันไม่ให้เขาใกล้ มีแต่ผู้สำเร็จราชการเท่านั้นที่สามารถเข้าเยี่ยมและพูดคุยกับเขาได้”

บันทึกของวอลแตร์กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ Alexandre Dumas นักเขียนชื่อดังที่นำเรื่องของชายสวมหน้ากากมาเพิ่มสีสันกลายเป็นหนึ่งในฉากสำคัญในนวนิยายชุด “สามทหารเสือ” ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ถูกนำมาเป็นต้นแบบของภาพยนต์ชื่อดัง The Man in the Iron Mask(1998) โดยมีแสดงชื่อดังอย่างลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ รับบทเป็น ฟิลลิป พี่ชายฝาแฝดของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 

ปัจจุบันนี้ตัวตนของชายสวมหน้ากากถูกสันนิษฐานไปมากกว่าสมาชิกราชวงศ์ มีข้อเสนอว่าเขาอาจะเป็น Nicolas Fouquet อดีตขุนนางคนสนิทที่รับผิดชอบเรื่องการเงินในสมัยต้นรัชกาล Fouquet ถูกจับในข้อหาคอรัปชั่นและเป็นกบฎ เขาถูกปลดและจำคุกตลอดชีวิต ตามประวัติศาสตร์เชื่อว่า Fouquet เสียชีวิตระหว่างรับโทษในปี 1680 ไม่มีหลักฐานว่าเรื่องนี้จริงหรือเท็จ 

ข้อคิดเห็นที่น่าจะได้รับการเชื่อถือมากที่สุดในปัจจุบัน เป็นของ Paul Sonnino ศาสตราจารย์ด้านประวิติศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยแคลิฟอเนียร์ 

“นักประวัติศาสตร์ส่วยใหญ่เชื่อว่าชายสวมหน้ากากไม่ได้มีชาติกำเนิดสูงส่งดังที่มีการกล่าวอ้าง แต่น่าจะเป็นผู้รับใช้ และหน้ากากที่สวมใส่ก็ไม่ใช่เหล็กอย่างที่เข้าใจ แต่เป็นหน้ากากผ้ากำมะหยี่แบบที่สตรีชั้นสูงนิยมสวมกันในศตวรรษที่ 16-17” 

Sonnino เสนอว่าชายสวมหน้ากากน่าจะเป็น Eustache Dauger ผู้รับใช้ที่ดูแลคลังสมบัติให้คาดินัล Mazarin อัครมนตรีผู้มั่งคั่งแห่งฝรั่งเศสในช่วงที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ยังทรงพระเยาว์ 

ว่ากันว่าทรัพย์สมบัติมหาศาลของ Mazarin เป็นเงินที่โกงมาจากอดีตพระราชาและพระราชินีแห่งอังกฤษ - พระเจ้าชาร์ลที่ 1 และพระราชินีเฮนเรียตตา มาเรีย ช่วงนั้นอังกฤษเกิดสงครามกลางเมือง พระเจ้าชาร์ลถูกจับและสำเร็จโทษด้วยการตัดศรีษะในขณะที่พระราชินีเฮนเรียตตา มาเรีย ผู้มีศักดิ์เป็นน้าของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พาครอบครัวลี้ภัยมาในฝรั่งเศส ทรัพย์สมบัติที่ว่าภายหลังตกทอดมาถึงพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในภายหลัง เป็นไปได้ว่า Dauger เกิดไปรู้เรื่องที่ไม่สมควรเข้าจึงถูกจับกุมและบังคับไม่ให้เผยตัวตนไม่เช่นนั่นจะถูกฆ่าในทันที แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังฟังดูไม่ตื่นเต้นเท่าเรื่องเล่าของวอลแตร์ 

“เป็นความผิดของนักประวัติศาสตร์ที่ไม่ออกมาฟันธงให้ชัดเกี่ยวกับตัวตนของชายสวมหน้ากาก พวกเขายังมองว่าเรื่องนี้ไม่มีเหตุผล อะไรคือข้อหาที่ทำให้ชายหนุ่มหนึ่งคนโดนลงโทษหนักถึง 30 ปี? บางทีประวัติศาสตร์ก็ไม่เป็นไปตามเหตุและผล มนุษย์เราสับสนและซับซ้อนกว่านั้นมาก”

.

ติดตามบทความของเพจพื้นที่ให้เล่า ได้บน LINE TODAY ทุกวันเสาร์

.

อ้างอิง

1,2,3

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...