โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"บัวหลวง" ผนึก "ประพันธ์สาส์น" มอบหนังสือ เสิร์ฟพร้อมอีบุ๊ก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.พ. 2564 เวลา 01.13 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2564 เวลา 00.18 น.

“ผมมีโอกาสไปสัมผัสบางโรงเรียน บางพื้นที่ เช่น จ.เชียงราย ในปีที่ผ่านมาเห็นว่าหนังสือและห้องสมุดยังมีความสำคัญในพื้นที่ห่างไกลมาก ๆ เพราะฉะนั้น เวลาที่เห็นสายตาของเด็ก ๆ ได้เห็นหนังสือ เห็นความสนใจต่าง ๆ ของเขา ผมเชื่อว่าพวกเราหลายคนมีความรู้สึกภูมิใจที่มีส่วนช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ต่าง ๆ ของเด็กเหล่านั้นผ่านหนังสือ”

คำพูดเบื้องต้นเป็นคำกล่าวของ “ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์” กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่กล่าวตอนหนึ่งในพิธีมอบหนังสือในโครงการ “หนังสือเพื่อชีวิต และจินตนาการ” ผนวกหนังสือเสริมประสบการณ์ชีวิต จัดโดยธนาคารกรุงเทพร่วมกับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ณ ห้องประชุมบัวหลวง ชั้น 30 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564

โดยมี “ชาติศิริ โสภณพนิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในการส่งมอบป้ายสัญลักษณ์หนังสือให้กับห้องสมุดโรงเรียนจำนวน 400 แห่งมูลค่า 7 ล้านบาท ให้กับ “ดร.อัมพร พินะสา” เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อส่งต่อหนังสือไปยังโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 400 แห่งทั่วประเทศ

ซึ่งมี“อาทร เตชะธาดา” กรรมการผู้จัดการสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น, ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), ผู้อำนวยการและผู้บริหารโรงเรียนต่าง ๆ ในสังกัด สพฐ. จำนวน 20 คน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี รวมทั้งมีการเชื่อมต่อระบบ Zoom ผ่านจอ LED ขนาดใหญ่ให้ผู้อำนวยการและผู้บริหารโรงเรียนต่าง ๆ 400 แห่งทั่วประเทศรับชมทางออนไลน์อีกด้วย

“ดร.ทวีลาภ” กล่าวว่า ความร่วมมือของธนาคารกรุงเทพกับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นในโครงการมอบหนังสือคุณภาพ และการส่งเสริมจินตนาการทำติดต่อกันมาปีนี้เป็นปีที่ 12 แล้วซึ่งในการคัดเลือกหนังสือเราได้หารือกับ สพฐ.ในการคัดเลือกหนังสือที่เหมาะสม ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ ทั้งยังเป็นเรื่องน่ายินดีว่าเรากระจายหนังสือต่าง ๆ ไปในหลายพื้นที่ที่มีความขาดแคลน

“สำหรับปีนี้หนังสือที่คัดเลือกมี 3 ชุดหลัก คือ 1.นิทานสองภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งตรงกับสิ่งที่เราต้องการในสมัยใหม่ ให้เด็กมีความตื่นตัวมากขึ้น รวมทั้งเรื่องปลูกฝังอุปนิสัย 2.หนังสือเพื่อชีวิตและจินตนาการ อันนี้ถือว่าสำคัญมากเพราะเรื่องของประสบการณ์ เรื่องการสร้างจินตนาการใหม่ ๆ เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่มีเรื่องนี้เยอะขึ้น และ 3.บ้านเล็กในป่าใหญ่ หลายคนอาจตั้งคำถามว่าหนังสือชุดนี้มีนานนับสิบปีแล้ว”

“แต่เราเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ ที่พร่ำสอน หรือส่งผ่านในรุ่นต่าง ๆ มาที่อยู่ในหนังสือนั้น มักมีเรื่องของคุณธรรม เรื่องหลักคิดต่าง ๆ สะท้อนอยู่ ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งยังเป็นนวนิยายคลาสสิกที่เราอยากปลูกฝังเยาวชนผ่านเรื่องนี้เช่นกัน ดังนั้น ในภาพรวมแล้วหนังสือทั้ง 3 ชุดนี้เป็นการผสมผสานทั้งสมัยใหม่ จินตนาการ และหลักคิดแบบเดิมที่เชื่อว่ายังมีคุณค่าในสังคมสมัยใหม่อยู่”

“ดังนั้น ในฐานะองค์กรเอกชนจึงขอเป็นแรงใจ และเป็นกำลังใจในการส่งผ่านหนังสือในปีนี้ เรายินดีที่มีส่วนช่วยผลักดันกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ แต่ความสำเร็จที่เราจะไปถึงเป้าหมายได้นั้น ผมเชื่อว่าทุกคนต้องทำด้วยกัน และคาดหวังว่าสิ่งที่เราทำร่วมกันนี้จะทำให้ทักษะการอ่านของเยาวชนรุ่นใหม่ดีขึ้น รวมทั้งยังได้กระจายหนังสือไปยังพื้นที่ห่างไกลในพื้นที่ที่หนังสือมีความหมายกับพวกเขา”

“อัมพร พินะสา” เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวเสริมว่า รู้สึกยินดีที่ธนาคารกรุงเทพ และสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น เห็นความสำคัญของการอ่าน และจัดโครงการหาหนังสือดี ๆ ให้กับนักเรียนเป็นเวลาติดต่อกันถึง 12 ปีแล้ว สพฐ.ได้คัดเลือกโรงเรียน 400 แห่งที่จะได้รับหนังสือเข้าสู่ห้องสมุด

“โดยคัดเลือกโรงเรียนที่มีความตระหนักและสนใจ โดยเฉพาะโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ทั้งนั้น เพื่อเป็นการให้โอกาส ลดความเหลื่อมล้ำในการจัดการการศึกษาด้วย เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่มีวันนี้ได้เพราะการอ่าน ยังจำได้ว่าเมื่อเป็นนักเรียนในชนบทสมัยประถมเรามีหนังสือเรียนเพียง 1 เล่มต่อปี ผ่านคุณครู 1 คน ต่อนักเรียน 4 ชั้น จำได้ว่าหนังสือที่เรามีวันนั้น คือ หนังสือที่รับมาจากรุ่นพี่ที่เก็บสะสมมา พอได้เรียนชั้นมัธยมจึงเกิดแรงบันดาลใจว่าโตขึ้นเราจะหนีความยากจน หนีความลำบากของชนบท ก็ได้จากการอ่าน การมีจินตนาการ”

“ผมคิดว่าการที่ผู้ใหญ่และองค์กรภาคเอกชนเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เพราะการศึกษานอกจากจะทำให้คนมีชีวิตรอดแล้ว ยังต้องสร้างให้คนมีแรงบันดาลใจในการจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต เพื่อสร้างตนเอง สร้างครอบครัว สร้างสังคมและประเทศชาติ”

“แม้วันนี้สถิติการอ่านหนังสือของคนไทยลดลง แต่ใช้วิธีการฟังการดูจากส่วนอื่นมากขึ้น จริง ๆ แล้วถ้าได้อ่านการอ่านจะทำให้ได้เห็นทั้งแนวคิด การวิเคราะห์ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ท่านเห็นความสำคัญทรงบอกว่า การเรียนการศึกษาต้อง สุ จิ ปุ ลิ (ฟัง คิด ถาม เขียน) จึงจะเป็นต้นกำเนิดของการเรียนรู้และพัฒนาการได้อย่างแท้จริง”

“ดังนั้น วันนี้ที่ได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนทุกโรงเรียน จึงอยากส่งสัญญาณหรืออยากส่งคำปฏิญาณตนต่อธนาคารกรุงเทพกับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นว่า วันนี้เราได้หนังสือก็เหมือนเราได้ขุมทรัพย์ เราจะส่งต่อขุมทรัพย์ที่เป็นแหล่งการเรียนรู้ครั้งนี้สู่มือนักเรียนของเราทั่วประเทศ”

“ที่สำคัญ จะต้องส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่าน ถ้านักเรียนรักการอ่าน การเรียนรู้จะเกิดขึ้น สิ่งที่ท่านให้กับเราในวันนี้เราจะรับไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต่อยอดให้ใช้ได้นาน เกิดคุณค่า สมความตั้งใจและความปรารถนาดีของทางธนาคารกรุงเทพ และเจตนารมณ์ของสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ที่ร่วมกันทำมาเป็นเวลา 12 ปี ผมจึงหวังอย่างยิ่งว่าในโอกาสข้างหน้า โรงเรียนในสังกัด สพฐ. และโรงเรียนในชนบทจะได้รับโอกาสดี ๆ อย่างนี้จากทางธนาคารกรุงเทพต่อไป”

ภายหลังเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ “อัมพร” ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางของการศึกษาไทยในอนาคตว่า โดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรากฐานที่สำคัญในการที่รัฐจะต้องจัดให้กับคนไทยทุกคน สิ่งที่คาดหวังจากการศึกษาคืออยากเห็นเด็กไทยโตขึ้นมาเป็นคนที่มีสมรรถนะ ทันโลก และแข่งขันกับประชากรโลกได้แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความดีงามที่เป็นไทย ตรงนี้เป็นสิ่งท้าทายการศึกษาในอนาคต

“ดังนั้น การจะทำให้เด็กไทยเกิดอย่างนั้นได้ สิ่งแรกคือต้องให้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพให้กับเด็กและเยาวชน เครื่องมือทางการศึกษาสำคัญที่สุด คือ การอ่านออกเขียนได้ ทักษะกระบวนการคิด รวมไปถึงเรื่องทักษะในการใช้ชีวิตในสังคม”

“ห้องสมุดและหนังสือเป็นอุปกรณ์หรือสื่อการเรียนที่สำคัญ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน ทำให้เกิดแนวความคิดผ่านการอ่าน การเรียนรู้ด้วยตนเอง เมื่อลงมือปฏิบัติก็จะเกิดทักษะ สมรรถนะที่ต้องการ เขาก็จะเลือกอาชีพเติบโตในสังคมได้ สุดท้ายแล้วการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือการเตรียมคนสู่การมีอาชีพ และมีงานทำ เป็นคนที่สมบูรณ์ในอนาคต”

“อาทร เตชะธาดา” กรรมการผู้จัดการสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงที่โรงเรียนปิดหรือมีการเรียนการสอนทางออนไลน์ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 นอกจากหนังสือเล่มที่มอบให้กับห้องสมุดโรงเรียนแล้ว สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นยังเพิ่มช่องทางการอ่านผ่านทางออนไลน์คือ ทาง www.praphansarn.com ทั้งยังมี e-Book ชุดเดียวกับที่ได้ส่งมอบให้กับห้องสมุดโรงเรียนทั้ง 400 แห่งในปีนี้ให้อ่านฟรี โดยในเว็บไซต์จะมีการอ่านออกเสียงสำเนียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้องจากเจ้าของภาษาด้วย

สำหรับโครงการมอบหนังสือ “หนังสือเพื่อชีวิต และจินตนาการ” สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพ จัดขึ้นเพื่อคืนประโยชน์สู่สังคม โดยเห็นว่า โรงเรียนต่าง ๆ มักได้งบประมาณจากส่วนกลางมาสร้างห้องสมุด แต่กลับไม่มีหนังสือเข้าห้องสมุด หรือมีก็เป็นหนังสือไม่มีคุณภาพ

ดังนั้น จึงเกิดโครงการนี้ขึ้นครั้งแรกในปี 2553 ทั้งในแต่ละปีจะมีการส่งมอบหนังสือเป็นชุด ๆ แตกต่างกันไป อาทิ ชุด “เงินทองของมีค่า” ระดับประถมศึกษา ชุด “พัฒนาคุณค่าชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ทั้งยังมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ครูและนักเรียนสอดรับกับหนังสือที่ส่งมอบอีกด้วย

ซึ่งไม่ธรรมดาเลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...