`โรจูคิสฯ(KISS)` เคาะช่วงราคาไอพีโอ 8.50-9 บ. เปิดจองซื้อ 5-9 ก.พ.นี้
โรจูคิสฯ(KISS) เคาะช่วงราคาไอพีโอ 8.50-9 บ. เปิดจองซื้อ 5-9 ก.พ.นี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 ก.พ. 64 14:50 น.
"โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล" เคาะช่วงราคาขายหุ้นไอพีโอที่ 8.50-9.00 บาท เปิดจองซื้อ 5-9 ก.พ.นี้ คาดนำหุ้นเข้าเทรด SET 19 ก.พ.นี้ เผยโรดโชว์สถาบันกว่า 30 ราย ผลตอบรับดี ตั้งเป้ารายได้แตะ 3 พันลบ.ในปี 67
นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS เปิดเผยว่า ได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายไอพีโอเบื้องต้นที่ 8.50 – 9.00 บาทต่อหุ้น และจะเปิดให้นักลงทุนได้จองซื้อที่ราคา 9.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น
พร้อมทำการสำรวจความต้องการซื้อหุ้น IPO ของนักลงทุนสถาบัน(Bookbuilding) ในระหว่างวันที่ 5 และ 8-9 กุมภาพันธ์ 64 โดยจะเคาะราคาสุดท้าย 9 กุมภาพันธ์นี้ อย่างไรตามหากราคาเสนอขายสุดท้าย ต่ำกว่าราคาจองซื้อ จะดำเนินการคืนเงินจองซื้อแก่นักลงทุนรายย่อยต่อไป และคาดว่าจะนำหุ้น KISS เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้
ทั้งนี้ หลังจากโรดโชว์นักลงทุนสถาบันกว่า 30 รายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้รับการตอบรับที่ดี
นางวรวรรณ ไชยกำเนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KISS กล่าวว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้แตะ 3,000 ล้านบาท ภายในปี 67 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปี นับจากปี 62 ผ่านการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1.) ขยายธุรกิจให้ครอบคลุมกลุ่มความงามและสุขภาพอย่างครบวงจร มีแผนต่อยอดความแข็งแกร่ง 5 แบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอ โดยจะเพิ่มความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพอย่างครบวงจร รวมถึงออกแบรนด์สินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติม ภายใต้บรรจุภัณฑ์หลายรูปแบบผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำในระดับโลก
2.) เป็นผู้นำสร้างนวัตกรรมความงามและสุขภาพที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง โดยบริษัทฯ จะสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด มีความสะดวกและความคุ้มค่า ภายใต้ 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างความคุ้มค่าและความสะดวกสบายในการใช้งานในทุกมิติ ทั้งขนาดและราคาที่เหมาะสม รองรับการเติบโตของประชากรที่มีวิถีการดำเนินชีวิตแบบคนเมือง ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น
3.) เสริมสร้างความแข็งแกร่งช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลาย บริษัทฯ เดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายให้ครอบคลุม ทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าเพื่อสุขภาพและความงาม และขยายช่องทางแบบ Direct-to-Consumer (D2C) เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ทั้งด้านการสื่อสาร นำเสนอนวัตกรรมใหม่ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์
ล่าสุดจับมือร่วมกับ บมจ. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ขยายช่องทาง Media Commerce โดยร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์แบรนด์ใหม่ และช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านทางแพลทฟอร์มสื่อต่างๆ ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ โดยคาดว่าจะเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ภายใต้บริษัทร่วมทุนในไตรมาส 2/64 ตั้งเป้าแบรนด์ใหม่ 2-3 แบรนด์ ราว 3-4 ผลิตภัณฑ์ ในปีนี้
4.) มุ่งสู่ความเป็นผู้นำในประเทศไทยและขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ บริษัทฯ นำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การดำเนินธุรกิจเพื่อความงาม และการมีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง มุ่งขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เนื่องจากกลุ่มประเทศดังกล่าวมีแนวโน้มการขยายจำนวนประชากรสูง ซึ่งเมื่อรวมกับประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนประชากรสูงถึง 571 ล้านคนในปี 67 จึงมีความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ ส่งผลให้ตลาดเติบโตเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 10% จากเมื่อปี 62 หรือคิดเป็นมูลค่า 13.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
“การระดมทุนครั้งนี้ ทำให้ KISS เพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง ครอบคลุมกลุ่มความงามและสุขภาพ รวมถึงมุ่งขยายช่องทางการขายใหม่ๆ พัฒนาเทคโนโลยีด้านความงาม เพื่อสร้างฐานข้อมูลลูกค้าในเชิงลึก รวมถึงการขยายธุรกิจไปยังภูมิภาค ASEAN เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทฯ” นางวรวรรณ กล่าว
บริษัทฯ สร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพกว่า 200 รายการ และโดยเฉพาะตั้งแต่ปี 60 – ไตรมาส 3 ปี 63 บริษัทฯ ได้พัฒนาสินค้าใหม่กว่า 97 ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้แบรนด์ Rojukiss มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว คิดเป็น 92% ในระหว่างปี 60-62 และในช่วง 9 เดือนแรกของปี 63 เติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 25%
นางสาววิภาภรณ์ เนียมละออง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน KISS กล่าวว่า บริษัทฯ มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงและมีผลการดำเนินงานทั้งในด้านยอดขายและกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินงานในปี 60 – 62 มีอัตราเติบโตของยอดขายเฉลี่ย 37.9% ต่อปี และกำไรสุทธิขยายตัวเฉลี่ย 81.8% ต่อปี โดยปี 62 มียอดขายรวม 1,140.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 190.1 ล้านบาท
โดย 9 เดือนแรกของปี 63 (มกราคม-กันยายน) ทำยอดขายได้ 730.6 ล้านบาท จากการขยายพอร์ตสินค้าเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงามและสุขภาพ และการนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวม 17 รายการ และมีกำไรสุทธิ 139.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 แบรนด์ Rojukiss มีส่วนแบ่งการตลาดในไตรมาส 3/63 เพิ่มขึ้นจาก 8.8% เป็น 12.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนในช่องทางร้านสะดวกซื้อ ตามข้อมูลของ The Nielsen Company
บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ในประเทศไทย พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้าและช่องทางการขายตรงแก่ผู้บริโภค ขยายธุรกิจในต่างประเทศ ลงทุนและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล และชำระเงินกู้ยืมระยะสั้น
เรียบเรียง โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์ อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ