โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ช้างติดปีก "โดรน" เปิดตลาดบริการ เกษตร-โลจิสติกส์

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2560 เวลา 15.40 น.
แฟ้มภาพ

“เจ้าสัวเจริญ” โดดลุย “โดรน”ธุรกิจเครื่องบินอากาศยานไร้คนขับ ใช้ “ทีซีซี เทคโนโลยี”ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีธุรกิจในเครือเป็นหัวหอก แง้มแผนลงทุนจากธุรกิจการเกษตร-โลจิสติกส์มุ่งบินโดรนเข้าสู่ธุรกิจบริการ

นายอรุณวิชย์ วัฒนาพัฒน์กิตติ community creator สำนักงานดรีมออฟฟิศจาก C ASEAN ในเครือไทยเบฟกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้จะมีการเปิดตัว โครงการ DATA THON 2 “Drone as a Service”ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน (drone) สู่การให้บริการเชิงพาณิชย์ โดยบริษัท ทีซีซี เทคโนโลยี จำกัด ดำเนินการร่วมกับพันธมิตรหลายฝ่าย อาทิ C ASEAN (บริษัท ซี เอ ซี)-เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์ปาร์ก)-สำนักงานพัฒนานวัตกรรมแห่งชาติ และยังมีพันธมิตรจากกลุ่มสมาชิกประเทศอาเซียน เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์จาก สปป.ลาว เข้าร่วมด้วย

ทั้งนี้ภายในงานครั้งนี้จะมีการจัดสัมมนาในหัวข้อ Moving Forward with Drone หลังจากนั้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม จะมีการจัดกิจกรรมแคมป์สำหรับนักศึกษาและบุคคลทั่วไป รวม 8 กลุ่ม (40 คน) ขึ้นที่ C ASEAN เพื่อฝึกอบรมและเข้าร่วมการทดสอบการใช้ “ระบบคราวน์” เชื่อมต่อกับ “โดรน” เพื่อประมวลผลข้อมูลและจะมีการประกวดชิ้นงาน โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัลเงินสดสูงสุด 100,000 บาทด้วย

“เทคโนโลยีโดรนเป็นเทคโนโลยีที่กำลังเป็นกระแสมาแรงทั่วโลกขณะนี้ ทางทีซีซี เทคฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพและโอกาสในการลงทุน เพราะปัจจุบันไทยได้เริ่มใช้เทคโนโลยีโดรนมากขึ้น แต่ใช้ในการถ่ายภาพเท่านั้น ทั้งที่จริง ๆ แล้วเทคโนโลยีนี้มีการพัฒนาอย่างกว้างขวางและสามารถนำไปใช้ในด้านอื่น ทีซีซี เทคฯ มองถึงก้าวต่อไปของการลงทุนเพิ่มแน่นอน โดยเฉพาะการพัฒนาเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมด้านการเกษตร ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ และด้านการสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้วย ซึ่งในการสัมมนาและกิจกรรมเปิดตัวโครงการนี้จะมีการทดสอบการใช้ระบบคราวน์มาใช้ในการประมวลผลเก็บข้อมูลที่ได้จากโดรนแบบออนไลน์ จากปกติที่ประเทศไทยจะใช้ระบบออฟไลน์ถ่ายภาพเก็บข้อมูล หากพัฒนาระบบนี้มาเชื่อมโยงจะทำให้เรามีข้อมูล bigdata ที่จะสามารถนำไปเป็นประโยชน์ต่อยอดด้านอื่น ๆ ด้วย โดยทางทีซีซีฯก็มีบริษัทลูกที่ทำธุรกิจโดรนอยู่แล้วภายใต้ชื่อ บริษัท ยู เอ วี” นายอรุณวิชย์กล่าว

ด้านนางสาวนันทัชพร จิระวิชชาสกุล community creator ผู้รับผิดชอบโครงการ DATA THON 1 ระบุว่า โครงการนี้จะเป็นการเปลี่ยนโจทย์จากเดิม โดยดาต้าตรอน เฟส 1 จะเน้นเรื่องเทคโนโลยีด้านเกษตรและอาหาร แต่ที่ปรับโจทย์มาเป็น “โดรน” ก็เพื่อต่อยอดสู่การบริการ เพราะปัจจุบันตลาดโดรนในไทยปีนี้มีโอกาสจะขยายตัวเป็นมูลค่า 800-1,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีมูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,200 ล้านบาทในปี 2561 แต่ผู้ประกอบการไทยนิยมใช้เทคโนโลยีนี้ไปเพื่อการถ่ายภาพ คิดเป็นสัดส่วน 40% และอีก 30% ใช้เพื่องานอดิเรก “ทางทีซีซีฯมองว่าเทคโนโลยีโดรนสามารถต่อยอดไปใช้ด้านอื่น ๆ ได้อีกมาก” น.ส.นันทัชพรกล่าว

*เบื้องหลังคือ ไทยเบฟ *

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ตรวจสอบพบว่า บริษัททีซีซี เทคโนโลยี เป็นบริษัทลูกของกลุ่มไทยเบฟ ทำธุรกิจศูนย์บริการข้อมูล (data center) และระบบคราวน์ ก่อตั้งขึ้นมานับตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2544 มีทุนจดทะเบียน 430 ล้านบาท เพื่อให้บริการข้อมูลสารสนเทศ บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบสารสนเทศ โดยมีกรรมการประกอบด้วย นายชัยยุทธ ปิลันธน์โอวาท หรือ นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล หรือนายปณต สิริวัฒนภักดี หรือนายโฆษิต สุขสิงห์ หรือนางนิดดา ธีระวัฒนชัย หรือนายวรดิษฐ์ วิญญรัตน์ ซึ่งถือเป็นคีย์แมนคนสำคัญของบริษัทนี้ ส่วนกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทนี้ประกอบไปด้วย บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วน 51% และบริษัททีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) ถือหุ้น 49%

ส่วน C ASEAN จดทะเบียนในนามบริษัท ซี เอ ซี จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2556 เป็นกิจการขนาดใหญ่ที่มีทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท ประกอบธุรกิจเพื่อบริการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจซึ่งมิได้มีการจัดประเภทไว้ในที่อื่น การบริการที่สนับสนุนการศึกษา โดยมีนายวิเชฐ ตันติวานิช และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ส่วนรายชื่อกรรมการทั้งหมดประกอบด้วย นายฐาปน สิริวัฒนภักดี, นายพลภัทร สุวรรณศร, นายวิเชฐ ตันติวานิช, นายโฆษิต สุขสิงห์, นายเอกพล ณ สงขลา และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ 99.99% คือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รองลงมาคือ บริษัท ทศภาค จำกัด ถือหุ้น 0.0003% และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ถือหุ้น 0.0003%

ตลาดโลก 4.54 ล้านล้านบาท

สำหรับมูลค่าตลาดโดรนนั้น บริษัทไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส คอนซัลติ้ง (PwC Consulting) ได้ประเมินมูลค่าว่า ในปี 2563 มูลค่าตลาดโดรนทั่วโลกจะอยู่ที่ 127,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 4.54 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันมูลค่าตลาดอยู่ที่ 2,000 ล้านเหรียญหรือประมาณ 72,000 ล้านบาท พร้อมระบุ “โดรน” จะมีอิทธิพลต่อหลาย ๆ อุตสาหกรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากสามารถทำงานแทนแรงงานมนุษย์ได้และมีคุณสมบัติเด่นคือ สามารถรายงานผลกลับได้อย่าง “เรียลไทม์” มีความปลอดภัยสูงและต้นทุนต่ำ

ทั้งนี้ 3 อุตสาหกรรมหลักที่โดรนจะเข้ามามีบทบาทสูง ได้แก่ 1)อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดโดรนสูงที่สุดถึง 45,200 ล้านเหรียญ หรือราว 1.62 ล้านล้านบาท ภายในปี 2563 โดยจะใช้โดรนเพื่อสำรวจพื้นที่เพื่อข้อมูลเชิงลึกสำหรับการตัดสินใจลงทุน ซ่อมบำรุง หรือแม้แต่สำรวจสินค้าคงคลัง 2)อุตสาหกรรมการเกษตร (agriculture) คาดว่าในปี 2563 จะมีมูลค่าตลาดโดรน 32,400 ล้านเหรียญ หรือ 1.16 ล้านล้านบาท โดยจะใช้เพื่อสำรวจพื้นที่เก็บข้อมูลทำแผนที่ 3 มิติ วิเคราะห์ดินและหว่านเมล็ด และ 3)อุตสาหกรรมคมนาคมขนส่ง (transport) คาดว่าจะมีมูลค่าตลาด 13,000 ล้านเหรียญ หรือ 465,000 ล้านบาท โดยใช้ขนส่งสินค้าให้เข้าถึงพื้นที่ได้คล่องตัวขึ้นและต้นทุนต่ำ

ส่วนการกำกับดูแลการใช้โดรนของประเทศไทยนั้น ทางกระทรวงคมนาคมได้ออกประกาศหลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ. 2558 ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดูในการจัดระเบียบเพื่อความปลอดภัยที่จะทำให้ตลาดโดรนในเมืองไทยขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว

และล่าสุดในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีมติ (11 ต.ค. 2560) ให้ผู้ครอบครอง “โดรน” ต้องขึ้นทะเบียนกับ กสทช.ก่อนใช้งาน ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ “ตั้งแต่มีการประกาศให้ขึ้นทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.จนถึงวันที่ 14 พ.ย. 2560 มีผู้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน กสทช.แล้ว 4,703 ลำ แบ่งเป็นขึ้นทะเบียน ณ ส่วนกลาง 1,980 ลำ ส่วนภูมิภาคขึ้นทะเบียน 2,723 ลำ แต่ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมข้อมูลผู้ที่ไปขึ้นทะเบียนกับสถานีตำรวจทั่วประเทศ ซึ่งกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งกลับมาที่ กสทช.อยู่” นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.กล่าว (หน้า 1, 13)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...