โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ยาอมใต้ลิ้น “Nitroglycerin” ช่วยชีวิตผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นได้จริงหรือ?

JS100 - Post&Share

อัพเดต 09 ก.ค. 2564 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2564 เวลา 08.21 น. • JS100:จส.100
ยาอมใต้ลิ้น “Nitroglycerin” ช่วยชีวิตผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นได้จริงหรือ?

            โรคหัวใจเป็นโรคที่พบมากในคนไทย ซึ่งในผู้ป่วยบางคนก็มีอาการรุนแรงจนแพทย์ต้องสั่งจ่ายยาอมใต้ลิ้นมาให้ ทว่ายาอมใต้ลิ้นคืออะไร และความเชื่อที่ว่ายาอมใต้ลิ้นป้องกันหัวใจหยุดเต้นได้จริงหรือไม่? ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงจะเป็นผู้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

            อาการของโรคหัวใจที่พบได้บ่อย
            สำหรับอาการของโรคหัวใจที่ส่วนใหญ่พบบ่อยก็จะมี อาการเจ็บแน่นบริเวณกึ่งกลางหน้าอก อาจเจ็บร้าวไปที่คอ หลังหรือแขนข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น หอบเหนื่อย ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ขาบวม เป็นลมหรือวูบ

       ยาอมใต้ลิ้น “Nitroglycerin” ช่วยชีวิตผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นได้จริงหรือ?
            ยาอมใต้ลิ้น Nitroglycerin (ไนโตรกลีเซอริน) คือ ยาขยายหลอดเลือด สามารถใช้ป้องกันอาการเจ็บหน้าอกจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ ยานี้จะใช้ก็ต่อเมื่อมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเท่านั้น ส่วนความเชื่อที่ว่ายาอมใต้ลิ้นสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคหัวใจหยุดเต้นได้นั้น “ไม่เป็นความจริง” เพราะยาอมใต้ลิ้นเป็นยาที่ใช้บรรเทาอาการแน่นหน้าอกเท่านั้น โดยวิธีการใช้ยามีดังต่อไปนี้
            1. เมื่อรู้สึกเจ็บแน่นหน้าอก ให้อมยา 1 เม็ด ไว้ใต้ลิ้นหรือในกระพุ้งแก้มให้ละลายในปาก
            2. ถ้าไม่ดีขึ้นใน 5 นาที ให้อมเม็ดที่ 2
            3. หากอมเม็ดที่ 2 แล้วรอประมาณ 5 นาที
หากอาการยังไม่ดีขึ้นอีก ให้อมยาเม็ดที่ 3 แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล
            ทั้งนี้ ยาอมใต้ลิ้น Nitroglycerin ห้ามเคี้ยว ห้ามกลืนยา หรือห้ามบ้วนน้ำลายขณะที่อมยาอยู่ และให้พกยาติดตัวอยู่ตลอดเวลา โดยยานี้มีผลข้างเคียงทำให้ความดันโลหิตต่ำได้ ดังนั้นการใช้ยาต้องอยู่การดูแลของแพทย์เท่านั้น

            นอกจากการกินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็เป็นสิ่งสำคัญ แนะนำว่าให้นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทำอารมณ์ให้แจ่มใส หมั่นควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน และความดันโลหิตให้อยู่ในระดับมาตรฐานเข้าไว้ ที่สำคัญควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ไม่หักโหมเกินไป

 

 

ข้อมูล : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

     

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...