โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อลงกรณ์ เผยนานาชาติสนใจ 'จิ้งหรีด' ดันไทยเป็นฮับแมลงโลก เจาะตลาด 3 หมื่นล้าน

Khaosod

อัพเดต 24 มี.ค. 2564 เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2564 เวลา 16.09 น.

อลงกรณ์ เผยนานาชาติสนใจ 'จิ้งหรีด' ดันไทยเป็นฮับแมลงโลก เจาะตลาด 3 หมื่นล้านบาท ส่งออกจิ้งหรีดผง-ปรุงสุก-แช่แข็ง ไปเม็กซิโก

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2564 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดนโยบายให้ประเทศไทยเป็นฮับแมลงโลก โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาตั้งแต่การผลิต การแปรรูปและการตลาดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เพื่อสนับสนุนฟาร์มจิ้งหรีด และอุตสาหกรรมอาหารใหม่(Novel Food) ในการเจาะตลาดโลก 3 หมื่นล้าน

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า โดยจิ้งหรีดและแมลงอีกหลายชนิดเป็น สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าสนใจและเป็นโปรตีนทางเลือกที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ(FAO)ให้การสนับสนุนเพื่อสร้างรายได้แก่ประเทศและเกษตรกรของไทย

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดกระทรวงเกษตรฯ ประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดเม็กซิโก และกลุ่มบริษัทใหญ่ของญี่ปุ่นก็สนใจและประสานงานมา เพื่อขอหารือเรื่องการนำเข้าผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดผงของไทยไปยังประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรกำลังขยายการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งหรีดโดยมีฟาร์มจิ้งหรีดกว่า 2 หมื่นฟาร์ม และมีบริษัทสตาร์ทอัพหลายบริษัทที่ทำการแปรรูปจิ้งหรีดทั้งแบบผงและแบบเต็มตัว

ด้าน นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2564 เม็กซิโกได้ประกาศอนุญาตการนำเข้าผลิตภัณฑ์ผงแป้งจิ้งหรีด (Cricket flour) จากประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และต่อมาเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2564 เม็กซิโกได้ขยายขอบข่ายสินค้าที่อนุญาตการนำเข้าเพิ่มเติมอีก 2 รายการ ได้แก่ จิ้งหรีดปรุงสุก (Cooked cricket) และจิ้งหรีดแช่แข็ง (Frozen cricket)

นายพิศาล กล่าวต่อว่า โดยได้ประกาศข้อกำหนดด้านสุขอนามัยสัตว์ (Zoosanitary Requirement Sheet หรือ HRZ) สำหรับการนำเข้าบนเว็บไซต์ทางการของ SENASICA ถือเป็นความสำเร็จของการดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเป็นรูปธรรมในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าแมลงของโลก หรือ “ฮับแมลงโลก” และเป็นผู้ส่งออกสินค้าจิ้งหรีดหลักของโลก ช่วยสร้างรายได้แก่ประเทศและเกษตรกรของไทย

ทั้งนี้ มกอช. เล็งเห็นถึงโอกาสทางการตลาดของจิ้งหรีดในการเป็นอาหารยุคใหม่ของประชากรโลก     และศักยภาพของประเทศไทยในการผลิตและแปรรูปจิ้งหรีดป้อนตลาดโลก จึงได้ผลักดันการเปิดตลาดใหม่และขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์จิ้งหรีด

"เม็กซิโกเป็นตลาดใหม่ตลาดหนึ่งที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากชาวเม็กซิกันนิยมบริโภคแมลงในรูปแบบที่หลากหลาย มีการยอมรับการบริโภคผลิตภัณฑ์จากแมลงที่สูงที่สุดในโลก และมีอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดจำนวนมาก จึงมีความต้องการนำเข้าจิ้งหรีดเพื่อบริโภคและใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปต่อเนื่องเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ โปรตีนสกัดเข้มข้น โปรตีนบาร์ เส้นพาสต้า ขนมขบเคี้ยว ช็อกโกแลต"

นายพิศาล กล่าวอีกว่า มกอช. จึงร่วมกับกรมปศุสัตว์ ผลักดันการเปิดตลาดจิ้งหรีดเม็กซิโก โดยจัดทำข้อมูลทางเทคนิคและเจรจากับสำนักงานแห่งชาติด้านสุขอนามัยความปลอดภัยและคุณภาพของการเกษตรและอาหาร (Servicio Nacional de Sanidad, Inocuidad y Calidad Agroalimentaria หรือ SENASICA) ของเม็กซิโก จนทำให้เม็กซิโกมีความเชื่อมั่นและให้การยอมรับระบบการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของการผลิตจิ้งหรีดตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงโรงงาน รวมทั้งมาตรการด้านสุขอนามัยและกระบวนการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนการส่งออกของประเทศไทย และเปิดตลาดอนุญาตการนำเข้าผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดจากประเทศไทยในที่สุด

โดยผลิตภัณฑ์ที่เม็กซิโกอนุญาตนำเข้า ได้แก่ จิ้งหรีดผง จิ้งหรีดปรุงสุก และ จิ้งหรีดแช่แข็ง ซึ่งต้องผลิตจากจิ้งหรีดสายพันธุ์ Acheta domesticus หรือที่เรียกในประเทศไทย คือ จิ้งหรีดบ้าน หรือ สะดิ้ง หรือ ทองแดงลาย เท่านั้น

สำหรับผู้ที่จะส่งออกผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดไปยังเม็กซิโกต้องดำเนินการตามข้อกำหนด ดังนี้ (1) ผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดจะต้องผลิตจากจิ้งหรีดที่เลี้ยงในฟาร์มที่ได้การรับรองมาตรฐาน “การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีด หรือ มกษ. 8202-2560” โดยเกษตรกรขอการรับรองได้ที่กรมปศุสัตว์ หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด (2) ผลิตภัณฑ์จะต้องมีแหล่งกำเนิดในประเทศไทย

(3) โรงงานแปรรูปจะต้องผ่านการตรวจรับรองจากกรมปศุสัตว์ว่ามีกระบวนการแปรรูปให้มีความปลอดภัยต่อการบริโภคของมนุษย์ และมีความสอดคล้องกับกฎระเบียบของเม็กซิโก ได้แก่ มีการนำหลักสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร (Good Hygienic practice: GHP) ไปปฏิบัติใช้ตลอดกระบวนการผลิต และมีมาตรการป้องกันผลิตภัณฑ์จากการปนเปื้อนของโปรตีนของสัตว์เคี้ยวเอื้องหรือจากแมลงชนิดอื่นที่ไม่ใช่จิ้งหรีด

(4) ก่อนการส่งออกจะต้องยื่นขอใบรับรองสุขอนามัย (Health certificate) กับกรมปศุสัตว์ เพื่อใช้แสดงประกอบการนำเข้า ณ ด่านนำเข้าของเม็กซิโก และ (5) สินค้าต้องนำเข้าผ่านด่านที่กำหนดเท่านั้น (ด่านนำเข้าสำหรับสินค้า ที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิปกติ จำนวน 16 ด่าน และสินค้าแช่เย็นจำนวน 9 ด่าน)

นายพิศาล กล่าวต่อว่า มกอช. ได้เสริมสร้างศักยภาพแก่เกษตรกรผู้ผลิตจิ้งหรีดของไทยเข้าสู่ระบบมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง  โดยการอบรมให้ความรู้ทางเทคนิคแก่เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่จิ้งหรีด เกี่ยวกับข้อกำหนดตาม มกษ. 8202-2560 คู่มือการตรวจประเมิน ขั้นตอนการยื่นขอการรับรอง การจัดทำคู่มือปฏิบัติงานประจำฟาร์ม และการจดบันทึกข้อมูล ในแบบฟอร์มฯ เพื่อให้เกษตรกรมีความพร้อมในการยื่นขอการรับรองมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีดจากกรมปศุสัตว์

นอกจากนี้ ปัจจุบัน มกอช. ได้ขยายการส่งเสริมให้ความรู้ไปยังเกษตรกรกลุ่มอื่นและเกษตรกรรายย่อยเพื่อส่งเสริมอาชีพเลี้ยงจิ้งหรีดและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และผลกระทบจากภัยแล้งและการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 การเปิดตลาดผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดไปเม็กซิโกได้สำเร็จ

"ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมจิ้งหรีดและแมลงกินได้ของไทยเข้าสู่ตลาดมาตรฐานสูงที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องความปลอดภัยอาหารตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่มาตรฐานการเพาะเลี้ยง การแปรรูป ไปจนถึงการส่งออก และเป็นใบเบิกทางสำหรับต่อยอด การการขยายตลาดและขอบเขตผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมสำหรับจิ้งหรีดและแมลงประเภทอื่นที่มีศักยภาพเพิ่มเติมไปยังเม็กซิโก ซึ่งเป็นประตูสู่ภูมิภาคละตินอเมริกาที่มีการยอมรับการบริโภคสินค้าแมลงกินได้ในระดับสูง และนำไปสู่การขยายตลาดไปในภูมิภาคอเมริกาเหนือต่อไปได้ในอนาคต" เลขาธิการ มกอช. กล่าว

สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการท่านใดที่สนใจจะส่งออกจิ้งหรีดไปเม็กซิโก สามารถขอการรับรองมาตรฐานฟาร์มและขอใบรับรองสุขอนามัยได้ที่ สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด กรมปศุสัตว์ หรือสอบถามข้อมูลกฎระเบียบการนำเข้าจิ้งหรีดของเม็กซิโกได้ที่ กองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ โทร 02-561-2277 ต่อ 1307 และ 1326

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...