เปิดข้อมูล 9 ประเภท ตำรวจห้ามโพสต์ ห้ามแชร์ หลัง ส.ต.ท. คอมเมนต์เฟซบุ๊กในกลุ่ม ‘ตลาดหลวง’
เปิดข้อมูล 9 ประเภท ตำรวจห้ามโพสต์ ห้ามแชร์ หลัง ส.ต.ท. คอมเมนต์เฟซบุ๊กในกลุ่ม ‘ตลาดหลวง’
จากกรณี ส.ต.ท. สังกัด สภ.เมืองลำปาง โพสต์ข้อความไม่เหมาะสมในกลุ่ม “รอยัลสิสมาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง” จนถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกระทำผิดวินัยร้ายแรง และถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) ได้แถลงเปิดโครงการจัดทำแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม TIKTOK ของข้าราชการตำรวจ ซึ่งมี พล.ต.อ.วิสนุ เป็นประธาน
ซึ่ง พล.ต.อ.วิสนุ เผยว่าโครงการนี้ เป็นเสมือนคู่มือแนะนำข้าราชการตำรวจทุกระดับ ให้เรียนรู้วิธีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่เกิดประโยชน์ และถูกต้อง สืบเนื่องจากพบว่ามีข้าราชการตำรวจใช้สื่อสังคมออนไลน์ไม่เหมาะสม เช่น ล้อเลียน กลั่นแกล้ง แสดงกิริยาขบขันจนเกินขอบเขต ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือจากสังคม รวมถึงการใช้สื่อออนไลน์ละเมิดบุคคลอื่นหรือกระทำผิดกฎหมาย จนเกิดความเสียหายขึ้น ซึ่งข้าราชการตำรวจควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม
สำหรับ 9 ประเภทข้อมูลข่าวสารที่ตำรวจไม่ควรเผยแพร่ ดังนี้
1.ข้อมูล ข่าวสารที่มีเนื้อหาพาดพิง หรือส่งในทางลบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
3.ข้อมูลที่มีเนื้อหาลักษณะยั่วยุ เสียดสี บิดเบือน หรือโฆษณาชวนเชื่อ สร้างความแตกแยกต่อหน่วยงาน องค์กร สถาบัน สังคม รวมถึงการไม่เป็นกลางทางการเมือง
4.ข้อมูลความลับของทางราชการ ตามระเบียบการตำรวจที่กำหนดไว้
5.ข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำผิดตามประมวลกฎหมาย ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารทั้งของราชการและบุคคล รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอาญาใดๆ เช่น ภาพลามก อนาจาร
6.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อพยานหลักฐานทางคดี เกิดผลเสียต่อกระบวนการยุติธรรม รวมถึงส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยง ในเชิงยุทธวิธีและยุทธการ
7.ข้อมูลที่สร้างกระแสทางสังคมหรือก่อให้เกิดความตื่นตกใจโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และไม่มีหลักฐานยืนยัน
8.ข้อมูลที่เป็นภัยคุกคาม ต่อระบบสารสนเทศ และเครือข่าย ได้แก่ โปรแกรมไม่พึงประสงค์ หรือมัลแวร์ทุกประเภท
9.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดความตลกขบขัน วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ลดความเชื่อมั่น ศรัทธาต่องานตำรวจ ทั้งที่เป็นปัจเจกบุคคล และองค์กรตำรวจโดยรวม
5 ประเภทข้อมูลข่าวสารที่ตำรวจสามารถใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้ ดังนี้
1.คำแนะนำความรู้ด้านกฎหมาย เพื่อตักเตือนประชาชน ข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์ แสวงหาความร่วมมือจากประชาชน
2.ข้อมูลข่าวสารชี้แจงประชาชน กรณีมีการบิดเบือน เพื่อชี้แจงภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยภายใต้กำกับดแลของโฆษก หรือผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจ
3.ผลงาน ผลการปฏิบัติงานของหน่วยภายใต้กรอบปฏิบัติการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของตร.
4.ข่าวสารข้อมูลส่วนตัวใดๆที่ไม่ขัดต่อจริยธรรม และจรรยาบรรณตำรวจ ไม่ผิดระเบียบ กฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อผู้หนึ่งผู้ใด
และ 5.การเพิ่มช่องทางรับฟัง รับข่าวสารเบาะแสจากประชาชน
นอกจากนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ยังได้กล่าวในคลิปประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ข้าราชการตำรวจต้องระมัดระวังในการแชร์โพสต์ หรือแสดงความคิดเห็น ท่านต้องเป็นข้าราชการที่ต้องรู้หน้าที่ ว่าควรต้องรักษา ไม่ว่าจะเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ขอท่านตระหนักในเรื่องนี้ ทุกอย่างท่านคิดให้ดี อะไรที่เป็นเรื่องดีต่อบ้านเมือง ท่านมีสิทธิ์แชร์โพสต์เหมือนกับคนทั่วไปที่รักบ้านเมือง เรื่องใดบิดเบือนหรือไม่เหมาะสม ขอให้ทำหน้าที่แค่อยู่วางเฉย ขอให้ปฏิบัติตัวเหมาะสมต่อความเป็นตำรวจต่อไป