โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประจำเดือนมา ใช้ผ้าอนามัยแบบไหนดี? รู้จักความแตกต่าง และข้อดี-ข้อเสียผ้าอนามัย 4 ชนิด

The MATTER

เผยแพร่ 05 ก.ย 2563 เวลา 06.19 น. • Lifestyle

สาวๆ รู้หรือไม่? ปัจจุบัน ผ้าอนามัยไม่ได้มีแค่แบบแผ่นและแบบสอดแล้วนะ

ทุกวันนี้ ผู้หญิงหลายคนคุ้นเคยกับการใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่นกันแล้ว และเริ่มหันมาใช้ผ้าอนามัยแบบสอดกันมากขึ้น แต่เมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้มีกระแส ‘ถ้วยอนามัย’ และ ‘ผ้าอนามัยแบบซักได้’ ที่ถูกพูดถึงในแง่มุมต่างๆ ซึ่งก็ได้ทำให้หลายคนรู้ว่าผ้าอนามัยไม่ได้มีแค่ 2 ชนิดอีกต่อไป เพราะยังมีอีก 2 ชนิดที่อาจจะเข้ามาตอบโจทย์เราได้มากกว่า

ในเมื่อทางเลือกมีเพิ่มมากขึ้น เราจะตัดสินใจใช้ผ้าอนามัยชนิดไหนดี เพื่อให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายและการใช้ชีวิตประจำวัน งั้น The MATTER ขออนุญาตพาทุกคนไปรู้จักผ้าอนามัยทั้ง 4 ชนิด พร้อมเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียให้เห็นกันชัดๆ ไปเลย

‘ผ้าอนามัยแบบแผ่น’ เป็นผ้าอนามัยที่เรารู้จักกันดี แม้จะมีราคาถูก หาซื้อง่าย มีหลายไซส์ หลายขนาด แต่ข้อเสียของมันก็คือสามารถดูดซับเลือดได้น้อย ทำให้ต้องเปลี่ยนทุกๆ 2-3 ชั่วโมง และอาจเกิดการห่อตัว เสี่ยงต่อการเลอะระหว่างวัน นอกจากนี้ ด้วยความที่ใช้แล้วทิ้ง เราจึงจะต้องซื้อใหม่ทุกเดือน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลย

ต่อมาก็คือ ‘ผ้าอนามัยแบบสอด’ ที่นิยมใช้ในหมู่นักกีฬาหรือคนที่ชอบทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายเยอะ โดยผ้าอนามัยชนิดนี้มีราคาแพงขึ้นมาอีกนิด ประมาณชิ้นละ 8-10 บาท แต่เมื่อเทียบกับแบบแผ่นแล้ว ผ้าอนามัยแบบสอดสามารถซัพพอร์ตชีวิตประจำวันได้มากกว่า แต่ถึงอย่างนั้น ก็ต้องเปลี่ยนระหว่างวันบ่อยๆ เช่นเดียวกัน และการนำผ้าอนามัยแบบสอดเข้าไปในร่างกาย อาจเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้

ส่วน ‘ถ้วยอนามัย’ หรือ Menstrual Cup ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ เป็นอุปกรณ์รองรับเลือดที่ทำจากซิลิโคนทางการแพทย์ ใช้หลักการสุญญากาศในการกักเก็บเลือด ทำให้ไม่เลอะออกมาข้างนอก และรองรับเลือดได้นานถึง 12 ชั่วโมง ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนระหว่างวันบ่อย โดยถ้วยอนามัยสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เพียงแค่นำเลือดไปเททิ้ง นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะ 1 ชิ้นสามารถใช้ได้นานถึง 10 ปี เมื่อเทียบกับการซื้อผ้าอนามัย 2 ชนิดแรก นับว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว

สุดท้าย ‘ผ้าอนามัยแบบซักได้’ เป็นผ้าอนามัยที่ใช้คุณสมบัติของผ้าในการซับเลือด สามารถซับได้นานพอๆ กับผ้าอนามัยแบบแผ่น โดยจะมีแผ่นสำรองเพื่อใช้เปลี่ยนระหว่างวัน ผ้าอนามัยชนิดนี้มีราคาตั้งแต่ 40 บาท ไปจนถึง 300 บาท ใช้ได้นานถึง 5 ปี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่นัก เนื่องจากเวลาเปลี่ยนผ้าผืนใหม่ เราจะต้องเก็บเอาผืนที่เปื้อนกลับมาซักที่บ้านด้วย ทำให้อาจมีความยุ่งยากมากขึ้น

ผ้าอนามัยแต่ละแบบก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ยังไงลองพิจารณาเลือกใช้แบบที่เราสบายใจ สะดวกต่อค่าใช้จ่าย และการใช้ชีวิตประจำวันที่สุดกันนะ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผ้าอนามัยอีก 2 ชนิดเพิ่มขึ้นมา แต่ในเรื่องของ 'ค่าใช้จ่าย' ก็ยังเป็นที่ถกเถียงอยู่เรื่อยๆ เพราะถึงแม้บางคนจะอยากเข้าถึงผ้าอนามัยที่คุณภาพดีและตอบโจทย์การใช้ชีวิตแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วอุปสรรคสำคัญก็คือ 'เงิน' ซึ่งปัญหานี้จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐได้หรือไม่ ยังไงก็รอติดตามดูกันอีกทีนะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...