โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ผลสุวรรณ” ผลไม้รถเข็น สร้างอาชีพให้คนทุนน้อย รายได้เฉลี่ยวันละ 600 บาท

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 13 พ.ค. 2564 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2562 เวลา 09.00 น.

คนทุนน้อยเฮ! ผลไม้รถเข็น “ผลสุวรรณ” ผุดธุรกิจให้พ่อค้าแม่ค้ารับผลไม้ไปขาย โดยที่ไม่ต้องลงทุนเอง มาแต่ตัวก็เข็นรถพร้อมผลไม้ไปขายได้เลย เเบ่งกำไรกัน รายได้เฉลี่ยวันละ 600 บาท  

 

คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีสำหรับ “ร้านผลไม้รถเข็น” ร้านผลไม้เคลื่อนที่สามารถพบเห็นได้ตามตรอก ซอกซอย หน่วยงานต่างๆ ทั้งห้างร้าน โรงเรียน บริษัท ฯลฯ

เป็นอาชีพยอดนิยมของคนไทย เพราะใช้พื้นที่ไม่มากในการเปิดร้าน เพียงมีมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง มีตู้กระจกแบ่งช่องสำหรับใส่ผลไม้ที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาด หั่น บรรจุถุง เรียบร้อยพร้อมจำหน่าย รอเพียงลูกค้าเข้ามาอุดหนุน

จากผู้บริโภคที่ชอบทานผลไม้เป็นชีวิตจิตใจ ทำให้ คุณเบนซ์-ภานุวัฒน์ คำลอย หันมาสร้างแบรนด์ให้กับผลไม้รถเข็น ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์รวมกับสิ่งที่รัก เกิดเป็น “ผลสุวรรณ ผลไม้” เสิร์ฟผลไม้สะอาด สดใหม่ ได้มาตรฐานมายาวนานกว่า 3 ปี

“ผมเป็นคนชอบทานผลไม้มาก พยายามหาร้านผลไม้รถเข็นที่สะอาดได้มาตรฐานแต่ก็ยังไม่เจอ ผมเลยคิดว่าทำแบรนด์เองเลยดีกว่า เริ่มศึกษาขั้นตอนการทำจากพ่อค้าแม่ค้าว่ามีกระบวนการทำอย่างไร จากนั้นคำนวณว่าต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่ แล้วเขียนโมเดลธุรกิจจนกลายเป็นผลสุวรรณ ผลไม้” คุณเบนซ์ บอกที่มาให้ฟัง

ช่วงแรกเริ่มที่เปิดธุรกิจ คุณเบนซ์ใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่ประมาณ 6 เดือน ศึกษาความรู้จากพ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรจนเข้าใจว่าผลไม้มีฤดูกาล แต่ละชนิดเหมาะกับการขายช่วงไหน รสชาติที่ดีที่สุดต้องคัดเลือกอย่างไร จนมีความรู้มากพอสามารถพาธุรกิจให้เดินต่อไปได้

มีผลไม้จำหน่ายประมาณ 8-9 ชนิด ตามฤดูกาล โดยผลไม้ที่ขายดีที่สุด คือ มะม่วง สับปะรด และฝรั่ง เพราะผลไม้ 3 ชนิดนี้มีให้ทานตลอดปี แต่พันธุ์จะแตกต่างกันออกไป

ก่อนเล่าต่อถึงจุดเด่นของผลสุวรรณ ผลไม้ ว่า เพราะอยากให้คนจดจำแบรนด์ผลสุวรรณ ผลไม้ ว่าเป็นแบรนด์ที่มีความสะอาด ได้มาตรฐาน จึงเน้นความสดใหม่ ไม่ใส่สารเคมีปรุงแต่งรสชาติแต่อย่างใด จึงได้รสชาติของผลไม้แท้ๆ ซึ่งหาได้ยากมากสำหรับผลไม้รถเข็นทั่วๆ ไป

 

สำหรับกระบวนการทำงานในแต่ละวัน คุณเบนซ์ เล่าว่า ทีมงานจะเริ่มทำงานกันตั้งแต่ตีสามในขั้นตอนของการปอกผลไม้ จนถึงช่วงประมาณ 6-7 โมง จะเริ่มเช็กสต๊อกเพื่อนำผลไม้จัดใส่รถพ่วงข้าง โดยมีพนักงานเป็นคนเช็กว่าแต่ละวันรถแต่ละคันนำผลไม้ไปขายจำนวนเท่าไหร่ เพราะความต้องการของแต่ละคันแตกต่างกัน แล้วเสร็จประมาณ 8 โมงเช้า รถจะออกไปขาย และจะกลับมาบริษัทในเวลาไม่เท่ากัน คันไหนออกเร็วก็กลับเร็ว ช้าสุดก็เกือบๆ เที่ยงคืน

หากขายไม่หมด ทางแบรนด์มีวิธีการบริหารสต๊อกสินค้า หากเหลือกลับมา จะมีการคัดคุณภาพ หากคุณภาพไม่ดีจะไม่นำไปขายซ้ำ หากคุณภาพดีจะทำการจัดเก็บอย่างดีด้วยเครื่องทำความเย็น ให้สามารถขายได้ในวันต่อไป

ปัจจุบันผลสุวรรณ ผลไม้ มีรถขายผลไม้ทั้งหมด 8 คัน จอดขายตามจุดต่างๆ แต่ละคนจะมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 600-800 บาทต่อวัน หากขายดีอาจทะลุถึงหลักพันบาท

“หัวใจหลักของการบริการ เน้นเรื่องคามสะอาด อบรมพนักงานตลอดว่าต้องขายเหมือนกับตัวเราเป็นลูกค้าเอง คนขายของเราค่อนข้างสนิทกับลูกค้ามากๆ สามารถแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับผลไม้ที่ลูกค้าซื้อทานได้” คุณเบนซ์ บอกถึงการบริการ

และหากใครที่อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผลสุวรรณ ผลไม้ คุณเบนซ์ อธิบายว่า ตอนนี้ยังเปิดรับสมัครพนักงานขายอยู่จำนวนมาก เพราะกำลังจะขยายธุรกิจ

“สำหรับใครที่มาแต่ตัวไม่มีรถพ่วงข้าง หรือไม่รู้จะขายยังไง เรามีฝึกอบรมให้จนขายได้ ไม่ต้องลงทุนเลย เข้ามาสมัครได้ที่บริษัท ส่วนใครที่มีร้านแล้วแต่อยากได้ผลไม้คุณภาพ อยากได้แบรนด์ของผลสุวรรณ สามารถเข้ามาติดต่อได้ที่บริษัทเช่นกัน”

ช่วงท้าย คุณเบนซ์ บอกถึงความสำเร็จของผลสุวรรณ ผลไม้ ช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาว่า ช่วงแรกคนอาจจะไม่เข้าใจผลไม้รถเข็นติดแบรนด์ แต่ช่วงหลังคนเข้าใจให้การตอบรับที่ดีมากขึ้น ลูกค้าเริ่มเห็นความสะอาด ความสด และคุณภาพ แบรนด์จึงพยายามนำผลไม้ที่ดีและมีคุณภาพส่งออกให้ลูกค้าได้ชิมอยู่เสมอ

ทั้งนี้ นอกจากผลไม้รถเข็น ผลสุวรรณ ผลไม้ ยังรับจัดเบรก งานสัมมนา ประชุม ออกอีเว้นต์ อีกด้วย สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ http://pholsuwan.com/

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...