โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฉต่อ ! "แพรวา9ศพ" เปลี่ยนชื่อแต่งงานกับคนใหญ่โต - อ้างตระกูลเพื่อทุเลาบังคับคดีแต่กลับไม่เคยเหลียวแลเหยื่อ

Manager Online

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2562 เวลา 00.50 น. • MGR Online

ชาวเน็ตแฉแหลก "แพรวา 9 ศพ" เปลี่ยนชื่อแต่งงานกับคนใหญ่โต มีการอ้างความยิ่งใหญ่ของตระกูล "เทพหัสดิน ณ อยุธยา" เพื่อทุเลาบังคับคดี แต่ 9 ปีที่ผ่านมากลับไม่เคยช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อใด ๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งคดีแพ่งสิ้นสุดเมื่อ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาสั่งชดใช้ราว 26 ล้านบาท แต่ถึงวันนี้ฝ่ายผู้ก่อเหตุยังเงียบไม่แสดงความรับผิดชอบ

จากกรณีที่ในโลกออนไลน์ได้เกิดกระแส "แพรวา9ศพ" ขึ้นมาอีกครั้ง ภายหลังจากที่รายการ "ถามตรงๆ กับ จอมขวัญ" ทางช่องไทยรัฐทีวี ได้สัมภาษณ์ญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันตรงกันทุกคนว่า ตลอดเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายผู้ก่อเหตุไม่เคยช่วยเหลือเยียวยาใด ๆ เลย

จากนั้นได้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อว่า tintin ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ได้ทวีตรายละเอียดเพิ่มเติมว่า …

27/12/53เป็นมิดเทอม ปี 3 ของธรรมศาสตร์ อ่านหนังสือจนดึกเพื่อสอบตัวสุดท้ายวันพรึ่งนี้ กลับบ้านด้วยรถตู้ หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้กลับมาสอบอีกเลย เสียชีวิตทันที 8 คน มาเสียที่ รพ อีก 1 เป็น 9 คน (ใครบ้างก็น่าจะรู้กันหมดแล้ว) รอดชีวิต 4 คน 1 ใน 4 คนเป็นชาวต่างชาติ

เราหลับตื่นมาอีกทีด้วยเสียงกรีดร้อง พบว่าตัวเองอยู่บนโทลเวย์แล้ว ถึง รพ กระดูกไหปลาร้าเราหัก 3 กระดูกเข่าซ้ายแตก แขนขวาหักพร้อมแผลใหญ่ กระจกรถปักทั่วร่างจนเลือดอาบหน้า เราโดนชน 3 ทุ่มแต่ได้เข้าห้องผ่าตัดตอน 7 โมงเช้า ตอนนั้นมีคนหนักกว่าเราเยอะ

หลังผ่าตัดเราขยับร่างกายไม่ได้เลย เพราะโดนพันท่อนล่างหมด เป็นเวลากว่า 2 เดือน ที่นอนนิ่งๆบนเตียง มันยากมาก ร้องไห้บ่อยมาก หงุดหงิดตัวเองมากที่ต้องขี้เยี่ยวบนเตียง แน่นอนว่าเราไม่ได้ไปเรียน

ครั้งแรกที่เจอแพรวา มาพร้อมกับแม่และช่างภาพ เรายังนอนติดเตียงอยู่เลย น้องนั่งรถเข็นมาในห้อง คนที่พูดทั้งหมดคือแม่ แม่พูดจบจึงบอกว่าน้องว่า “ขอโทษพี่เขาสิลูก” น้องพูดว่า “หนูขอโทษค่ะ” นั้นคือครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน พร้อมมอบขนมเปี๊ยะบ้านอัยการและถ่ายรูป

ตอนนั้นไม่รู้สึกถือโกรธแล้วเพราะมันคืออุบัติเหตุ ไม่มีใครตั้งใจ เราก็สึกสึกดีนะที่มาขอโทษ ที่เขาไม่พูดเพราะเขายังเด็กอาจจะกลัวด้วย พอน้องออกไป พี่พยาบาลก็มาเล่าว่าน้องเขาเดินมาปกตินะ แต่มาขอรถเข็นหน้าวอร์ด เราเลยอึ้งไปพักนึง

เราหัดเดินให้กลับมาปกติ 1 ปี ระหว่างนั้นก็กลับไปเรียนด้วย ร่างกายปกติทุกอย่างหลังจากนั้น 3 ปี ระหว่างนั้นก็ต้องไปหาหมอ ค่ารักพยาบาลที่เกิดขึ้นประกันรถเป็นคนจ่าย แต่หลังจากออก รพ. เวลาไป follow up เราต้องออกเองซึ่งเป็นจำนวนมากและได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายนี้ไปในศาล

คดีความแบ่งเป็น 2 คดีคือ อาญาและแพ่ง อาญา มาหากันว่าใครผิดระหว่างรถตู้หรือแพรวา ระหว่างนั้นคุณป้าซึ่งเป็นแม่คนขับรถตู้ จะยกมือขอโทษเราทุกครั้ง “ขอโทษที่ลูกสาวป้าทำให้เราเจ็บ” เราไม่ได้ถือโกรธเลย แต่เราไม่ได้คำยินคำนี้จากแพรวาเลย

คดีอาญามาถึงศาลเด็กฯชั้นต้น วันเปิดคำพิพากษา คณะผู้พิพากษามาถามว่าให้เราเข้ากระบวน RJ มั้ย(กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์) คดีจะไม่ติดตัวเด็กให้มาไกล่เกลี่ยกันคุยกัน โอ้โหแต่3ปีก่อนหน้านี้เราเหนื่อยมาก เขาต่างหากที่ไม่ยอมคุยไม่ยอมมาเราเสียใจกับศาลในตอนนั้นจริงๆ

ศาลตัดสินให้เขาผิด แต่ให้รอลงอาญา นั้นหมายความว่าไม่ติดคุก ไปบำเพ็ญประโยชน์แทน ทางทนายแพรวาเขาอุทธรณ์ในคดีอาญา และก็พาเรามาถึงชั้นฎีกา สูงสุด ซึ่งเป็นเค้าเองที่ไม่ยอม แต่เหยื่อยอมหมดแล้ว หมดแรงแล้ว

คดีแพ่ง ก็เริ่มฟ้องเช่นกัน ศาลชั้นต้นส่งให้จ่ายตามผลคดีอาญาเพราะแพรวาผิดจริงๆ และให้คนที่แพรวายิมรถจ่ายด้วย ถึงแม้ผู้ชายคนนั้นจะไม่ใช้ผู้ปกครอง แต่ศาลมองว่าการที่ผู้ชายคนนั้นไปรับไปส่งแพรวาพ่อแม่รับรู้ย่อมเปรียบเหมือนผู้ปกครอง

คดีแพ่งมาถึงชั้น อุทธรณ์ ศาลสั่งให้ลดเงินลงโดยไม่นำสืบ ตามที่ทนายแพรวายื่นอุทธรณ์ จนมาถึงชั้นฎีกาของแพ่ง ศาลสั่งให้ยืนตามศาลชั้นต้น แต่ก่อนจะเปิดคำพิพากษาชั้นฎีกาของคดีแพ่ง ทางศาลนำเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ย

เหตุการนี้แหละบั่นทอน 9 ปีที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าเรายอมเขาทุกแล้ว ขอประวิงเวลาอย่างเห็นได้ชัด สู้กันถึง 3 ศาลทั้ง 3 คดี และเราไม่เคยเจอแพรวาและพ่อแม่เลย มาถึงไกล่เกลี่ยเราหวังว่ามันคือการพูดคุยกันที่ดี ปรากฎว่าเขาไม่มา ส่งทนายคนผู้เป็นญาติฝั่งแม่มา

ศาลนัด 8.30 โมงเขามา 10 โมง ทุกคนรอ พอมาถึงคำแรกที่พูดเขาบอกว่าแค่จะมารับฟังว่าทุกคนจะร่วมไกล่เกลี่ยมั้ยแค่นั้นไม่ได้มีประเด็นจะพูดอะไร อันนี้งงสุด แล้วคุณเองหรือเปล่าให้เราเข้าไกล่เกลี่ยเรามาแล้วแต่คุณไม่พร้อมอีก

นัดอีกทีเดือนหน้า เราบอกกับแม่ว่าเขาพูดมาเท่าไหร่ก็เท่านั้นนะแม่ เงินที่รักษาตัวไปมันถือว่าหายไปแล้ว แม่เต้องหยุดทำงานขาดรายได้เป็นปีก็เท่านั้น (ศาลสั่งให้จ่ายค่าชดเชยแม่แค่ 4000 บาทเราก็น้อมรับ) จะได้จบซักที เราก็โอเคกับเงินก้อนนั้นที่เขาเสนอมาเพราะอยากจบจริงๆ

นัดรอบหน้า คราวนี้เราไม่มาแล้วตอนนั้นอยู่ภูเก็ต พี่ทนายโทรมาบอกว่าทนายฝั่งโน่นให้ไม่ได้แล้วนะ และก็เปิดลำโพงให้เราคุยในชั้นไกล่เกลี่ย ทนายแพรวาบอกว่า ถ้าไม่รับตัวเลขใหม่ก็จบไม่คุยแล้ว ไปฟ้องล้มละลายหรือยึดทรัพย์เอานะครับได้กันอีกทีไม่กี่บาทหรอก อาจจะไม่ได้เท่านี้

เขาต่อราคาเรายังกะผักปลา ในคำร้องให้ศาลทุเลาบังคับคดี โดยทนายแพรวาบอกเป็นลายลักษณ์ว่า ยินดีชดใช้ถ้าคดีถึงสิ้นสุด โดยอ้างเรื่องชื่อเสียงวงศ์ตระกูลอ้างว่าเป็นทายาท “พลเอกยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” บุคคลผู้มีชื่อเสียงและประกอบคุณงามความดีของประเทศนี้ เขาเขียนอย่างนี้จริงๆ

เราเลยไม่โอเค ไม่ยอมรับเงินก้อนนั้น ถึงแม้ตอนแรกอยากจะรับเพราะเหนื่อยแล้ว และมันเป็นเงินที่ต่ำกว่าศาลให้ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาเลยตลvด 9 ปีที่ผ่านมา ผู้เสียหายทุกคนรู้สึกเหมือนกันหมด แต่เป็นเรื่องความใส่ใจต่างหากที่เราไม่รู้สึกเลย

เมื่อเดือน พ.ค. 62 ที่ผ่านมาศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น ให้ชำระค่าเสียหาย รอบนี้ไม่มีมาทั้งทนายและแพรวาเช่นเดิม สู่ 9 ปีผ่านมาแล้วที่ไม่เจอกันตั้งแต่ครั้งแรก เรายอมทุกอย่างเชื่อตามศาลทุกอย่าง อดทนไม่พูดมา 9 ปีแล้ว จนมันไม่ไหวเเล้ว เราไม่เข้าใจว่าเขารออะไร

เราเข้าใจเลยว่าเธอไม่ตั้งใจ มันคืออุบัติเหตุ แต่หลังจากนั้นหรือเปล่าสิ่งที่เพื่อนมนุษย์เขาปฏิบัติต่อกัน มันสำคัญกว่าเรื่องฟ้องร้องเลยอะ เงินแค่นั้นแลกกับการโดนชนแบบนั้น เราถามว่ามีใครอยากได้บ้าง แลกกับเสียลูกไปใครอยากได้บ้าง ?

ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ ก็ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน หวังว่าครอบครัวเทพหัสดิน คงจะได้ยิน

นอกจากนี้ในโลกออนไลน์ยังได้เผยแพร่หมายศาลที่เผยแพร่โดยทวิตเตอร์บัญชี tintin โดยเห็นได้ว่า แพรวานั้นได้เปลี่ยนชื่อ ใช้ อรชรหรือแพรวา หรือบัวบูชา เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือ น.ส.รวินภิรมย์ อรุณวงศ์

และยังมีเอกสารที่มีข้อความระบุว่า "จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 ยื่นอุทธรณ์คําพิพากษาของศาลชั้นต้นในวันนี้ จําเลยที่ 1.จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 ได้ยื่นอุทธรณ์ ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นประเด็นสําคัญแห่งการชนะคดี จําเลยที่ 1.จําเลยที่ 2.และจําเลยที่ 3 ไม่มีเจตนาที่จะประวิงคดีแต่อย่างใด และจําเลยที่ 1.จําเลยที่ 2.และจําเลยที่ 3.ขอกราบเรียนต่อศาลว่า จําเลยที่ 2.และจําเลยที่ 3 เป็นบิดามารดาของจําเลยที่ 1. มีฐานะมั่นคง และอยู่ในวงศ์ตระกูลที่มีชื่อเสียงในสังคม และ จําเลยที่ 1 จําเลยที่ 2 และ จําเลยที่ 3 ยังเป็นทายาท ของพลเอกยศ. เทพหัสดิน ณ.อยุธยา ซึ่งเป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงและประกอบคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติมาโดยตลอด ฐานะทางการเงินมั่นคง.สามารถที่จะชําระหนี้ได้ตามคําพิพากษาของศาลหากคดีถึงที่สุด แต่เนื่องจากคดีนี้ จําเลยที่ 1.จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3.มีโอกาสที่จะชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ได้ เพราะเมื่อโจทก์ทั้ง 28 ตกลงยอมรับได้รับค่าสินไหมทดแทนตามฟ้อง และได้ทําบันทึกข้อตกลงและรับเงินจํานวนดังกล่าวแล้ว"

โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์บัญชี tintin ได้อธิบายเอกสารดังกล่าวว่า " ปี 2559 ทนายคดีแพรวา ซึ่งเป็นญาติฝ่ายแม่ ได้คำร้องต่อศาลให้ทุเลาบังคับคดี โดยกล่าวเองว่าไม่ได้ประวิงเวลาแต่ขอสู้ให้ถึงที่สุดแล้วจะจ่าย เรื่องเงินทองที่ไม่มีคงไม่ใช่"

ทั้งนี้ล่าสุด โลกออนไลน์ยังแฉต่อเนื่อง โดยอ้างว่ามีเฟซบุ๊กของผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพงานแต่งงาน พร้อมระบุข้อความว่า บัวบูชา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้แต่งงานแล้ว ทั้งนี้ ผู้ที่บัวบูชาแต่งงานด้วย เป็นอดีตคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

สหำรับอุบัติเหตุร้ายแรงดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 27 ธ.ค. 2553 บนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ บริเวณใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นอุบัติเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคลสีขาว ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค ขับโดย น.ส.อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือ แพรวา อายุ 17 ปีในขณะนั้น พุ่งมาชนท้ายรถตู้สาธารณะ สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า ไฮแอซ ซึ่งมีผู้โดยสาร 14 คน จนกระเด็นไปปะทะขอบทางอย่างแรง ทำให้ร่างผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถ

เป็นเหตุให้ผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถ เบื้องต้นเสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บอีก 6 คน ต่อมาผู้บาดเจ็บเสียชีวิตลงอีก 1 คน รวมจำนวนผู้โดยสารเสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บ 5 คน

ส่วนผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและยังมีสติรับรู้ดีหลังเกิดเหตุ ซึ่งคดีดังกล่าวกลายเป็นที่สนใจของสังคมในช่วงเวลานั้นเป็นอย่างมาก

สำหรับความคืบหน้าของคดี ปัจจุบันคดีอาญาได้สิ้นสุดไปแล้ว ส่วนคดีแพ่ง สิ้นสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาสั่งให้ชดใช้ รวมแล้วประมาณ 26 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ทั้ง 12 คดี (ผู้เสียชีวิต 9 ศพ และบาดเจ็บอีก 3 ราย) โดยญาติผู้เสียชีวิตยืนยันว่ายังไม่ได้รับการเยียวยาจากฝ่ายผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...