โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลือกเรียนที่ไหนดี? 16 คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยไทย ผ่านมาตรฐานระดับโลก – จุดเด่นน่าเรียน

Campus Star

เผยแพร่ 26 มี.ค. 2562 เวลา 09.06 น.
สำหรับวงการการศึกษาไทย เมื่อสถาบันการศึกษาด้านการแพทย์ของไทยได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลอีกครั้ง - 16 คณะแพทย์ไทย ผ่านมาตรฐานโลก

ถือได้ว่าเป็นข่าวที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง สำหรับวงการการศึกษาไทย เมื่อสถาบันการศึกษาด้านการแพทย์ของไทยได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลอีกครั้ง จากการยกระดับการศึกษาแพทยศาสตร์สู่มาตรฐานสากล

16 คณะแพทย์ไทย ผ่านมาตรฐานโลก

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 62 ที่ผ่านมา การกระทรวงสาธารณสุข การกระทรวงศึกษาธิการ และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดเผยว่า สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. ของไทย ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากสมาพันธ์แพทยศาสตร์ศึกษาโลกว่า เป็นสถาบันที่ตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาแพทยศาสตร์ด้วยเกณฑ์มาตรฐานสากล เป็นผลทำให้แพทย์ที่จบจากสถาบันการศึกษาไทยด้านการแพทย์ที่ผ่านการประเมิน สรพ. จะได้รับการรับรองว่าเป็นแพทย์ที่ได้มาตรฐานระดับโลก

ทั้งนี้ สถาบันของไทยที่เปิดสอนด้านการแพทย์มีทั้งสิ้น 22 แห่งด้วยกัน แต่มีเพียง 16 แห่งเท่านั้นที่ผ่านการประเมินและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก ซึ่งถือได้ว่าไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก ทั้งจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ประเทศไทย และสมาพันธ์แพทยศาสตร์ศึกษาโลก (สมพ.) สะท้อนให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือในมาตรฐานการแพทย์ไทย ทั้งด้านการให้บริการของสถานพยาบาล ไปจนถึงเรื่องคุณภาพการศึกษาของแพทย์ไทย

1. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล

ถือได้ว่าเป็นคณะที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุด และเป็นคณะแพทย์ที่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนมากที่สุดของไทย ผลิตบัณฑิตทั้งในระดับปริญญาบัณฑิตและบัณฑิตศึกษา รวมถึงการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ทางการแพทย์ เพื่อเผยแพร่ความรู้สู่สังคม พร้อมให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนทั่วไป เปิดสอนในหลายภาควิชาด้วยกัน เช่น กายวิภาคศาสตร์, กุมารเวชศาสตร์, จิตเวชศาสตร์, จักษุวิทยา, เภสัชวิทยา, รังสีวิทยา, และสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา เป็นต้น

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : www.si.mahidol.ac.th

2. คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล

เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ทั้งในระดับปริญญาตรี ระดับหลังปริญญาในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาขาที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมีโครงการปริญญาเอก โครงการฝึกอบรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ และสาขาย่อยเฉพาะทาง รวมทั้งการวิจัยด้วย ซึ่งจะมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรทางการแพทย์สาขาต่าง ๆ พยาบาล และบุคลากรด้านอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับทางด้านการแพทย์

โดยนักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลรักษาแบบองค์รวม การนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม และสามารถทำงานในชุมชนได้ เปิดสอนในหลายภาควิชาด้วยกัน เช่น วิสัญญีวิทยา, เวชศาสตร์ครอบครัว, อายุรศาสตร์, จักษุวิทยา, โสต ศอ นาสิกวิทยา, ออร์โธปิดิกส์, พยาธิวิทยา, กุมารเวชศาสตร์ และจิตเวชศาสตร์ ฯลฯ

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : https://med.mahidol.ac.th

3. คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่

เป็นโรงเรียนแพทย์แห่งที่ 3 ของไทย และยังเป็นโรงเรียนแพทย์ในส่วนภูมิภาคแห่งแรกของไทย นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ อีกด้วย ได้แก่ ศูนย์ศรีพัฒน์, ศูนย์โรคสมองภาคเหนื, ศูนย์ทะเบียนมะเร็ง, ศูนย์เลสิก และศูนย์สร้างเสริมสุขภาพ เปิดสอนหลากหลายภาควิชาด้วยกัน เช่น กายวิภาคศาสตร์, กุมารเวชศาสตร์, เวชศาสตร์ฉุกเฉิน, ออร์โทปิดิกส์, อายุรศาสตร์, เภสัชวิทยา, ปรสิตวิทยา และพยาธิวิทยา เป็นต้น

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : www.med.cmu.ac.th

เทคโนโลยีแพทย์จีนรักษามะเร็ง

https://seeme.me/ch/goodmorningthailand/MmKEBk

Link : seeme.me/ch/goodmorningthailand/MmKEBk

4. คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ดำเนินงานร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีหน้าที่หลักในการผลิตบัณฑิตทั้งในระดับปริญญาบัณฑิตและบัณฑิตศึกษา ในปัจจุบันมีภาควิชาที่ทำการเรียนการสอนอยู่ 21 ภาควิชา เช่น กายวิภาคศาสตร์, จิตเวชศาสตร์, ชีวเคมี, เภสัชวิทยา, เวชศาสตร์ชันสูตร, ออร์โธปิดิกส์, สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และโสต ศอ นาสิกวิทยา ฯลฯ วุฒิการศึกษาที่ได้รับก็คือ แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) หรือ Doctor of Medicine (M.D.)

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : www.chula.ac.th

5. วิทยาลัยแพทยศาสตร์ ม.รังสิต

เป็นสถาบันแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเป็นลำดับที่ 6 ในจำนวนโรงเรียนแพทย์ทั่วประเทศจำนวน 21 สถาบัน มีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้บัณฑิตแพทย์ มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม และสามารถปฏิบัติงานในสถานพยาบาลต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : www.rsu.ac.th

6. คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

หลักสูตรการเรียนการสอนของที่นี่จะมีการปรับหลักสูตรทุก ๆ 5 ปี โดยหลักสูตรการเรียนการสอนที่ใช้ในปัจจุบันก็คือ หลักสูตรปี พ.ศ. 2552 โดยในระดับพรีคลินิค (ชั้นปีที่ 2-3) มีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Hybrid Problem-based Learning (Hybrid PBL) คือ มีการเรียนการสอนแบบบรรยาย ประกอบกับการใช้โจทย์ปัญหาในกระบวนการกลุ่มย่อยที่อ้างอิงทางคลินิก และในระดับคลินิก (ชั้นปีที่ 4-6) มีการจัดการเรียนการสอนคล้ายคลึงกับสถาบันอื่น ๆ โดยเน้นการปฏิการทางคลินิกบนโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : http://med.tu.ac.th/

7. คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์

เปิดสอนในสายวิชาชีพแพทยศาสตร์ และสายวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งในระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษา โดยในระดับปริญญาตรีได้มีการแบ่งหลักสูตรการเรียนการสอนออกเป็น 4 ปี และ 6 ปี ได้แก่ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (6 ปี) และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (4 ปี) แบ่งย่อยออกเป็น 4 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์, สาขาวิชาชีวเวชศาสตร์, สาขาวิชากายภาพบำบัด และสาขาวิชารังสีเทคนิค (ต่อเนื่อง)

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : http://medinfo.psu.ac.th/

8. คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น

เป็นคณะที่จัดตั้งขึ้นเป็นอันดับที่ 6 ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นคณะแพทยศาสตร์ลำดับที่ 5 ของประเทศไทย และเป็นลำดับที่ 2 ของส่วนภูมิภาค ส่วนสถานปฏิบัติการการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาคือ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ แบ่งออกเป็นภาควิชาต่าง ๆ เช่น ปรีคลินิก (จุลชีววิทยา, ชีวเคมี, พยาธิวิทยา, เวชศาสตร์ชุมชน, สรีรวิทยา) และคลินิก (กุมารเวชศาสตร์, นิติเวชศาสตร์, เวชศาสตร์ฟื้นฟู, วิสัญญีวิทยา) ฯลฯ

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : www.md.kku.ac.th

9. คณะแพทยศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ

นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 1 เรียนที่ มศว องครักษ์ ชั้นปีที่ 2 และ 3 เรียนที่ มศว ประสานมิตร ส่วนชั้นปีที่ 4-6 ฝึกปฏิบัติงานชั้นคลินิกที่ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หมุนเวียนร่วมกันไปกับ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน โดยแบ่งหลักสูตรการเรียนการสอนออกเป็นภาควิชาต่าง ๆ เช่น ภาควิชาพรีคลินิก (กายวิภาคศาสตร์, จุลชีววิทยา, วิชาชีวเคมี) และภาควิชาคลินิก (กุมารเวชศาสตร์, จิตเวชศาสตร์, นิติเวชวิทยา, รังสีวิทยา, วิสัญญีวิทยา) ฯลฯ

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : http://med.swu.ac.th/

10. คณะแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร

โครงการรับสมัครนักศึกษาใหม่ คณะแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร แบ่งออกเป็นโครงการต่าง ๆ ได้แก่ โครงการรับตรงร่วมกับ กสพท. (Direct Admissions), โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD), โครงการแพทย์แนวใหม่ (New Tract) และโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOD)

หลักสูตรการเรียนการสอนแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ ระดับชั้นปรีคลินิก (ชั้นปีที่ 1 – 3) ในระดับชั้นนี้จะเป็นการเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานก่อนที่จะนำไปใช้กับผู้ป่วยในระดับชั้นคลินิกต่อไป และระดับชั้นคลินิก (ชั้นปีที่ 4 – 6) เป็นการเรียนต่อยอดจากระดับชั้นปรีคลินิกโดยเน้นการนำไปใช้กับผู้ป่วยจริง ในระดับชั้นนี้นิสิตแพทย์จะแยกกันเรียนในโรงพยาบาลต่าง ๆ ตามโครงการที่เข้ามาตั้งแต่แรกรับ

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : www.med.nu.ac.th

11. คณะแพทยศาสตร์ ม.บูรพา

มีระบบการเรียนการสอนแบบเต็มเวลา (ภาคปกติ) ทั้งนี้ได้มีการจัดการศึกษาของหลักสูตรแพทยศาสตร์แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาทั่วไป เป็นการศึกษาในชั้นปีที่ 1 โดยใช้ระบบทวิภาค (Semester), ระยะที่ 2 การศึกษาระดับปรีคลินิก เป็นการศึกษาในชั้นปีที่ 2 และชั้นปีที่ 3 โดยใช้ระบบทวิภาค (Semester), ระยะที่ 3 การศึกษาระดับคลินิก เป็นการศึกษาในชั้นปีที่ 4 ถึงชั้นปีที่ 6 โดยใช้ระบบการศึกษาตลอดปี (Year Course) 1 หน่วยกิตเท่ากับการศึกษาเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยจัดการศึกษาที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : http://med.buu.ac.th/

12. วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

การเรียนการสอนแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ชั้นเตรียมแพทย์ (ปี 1) โดยที่นิสิตเตรียมแพทย์ของวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้าจะศึกษาที่ คณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นระยะเวลา 1 ปี, ชั้นปรีคลินิก (ปี 2-3) มีการจัดการเรียนการสอน ณ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า เป็นเวลา 2 ปี  และชั้นคลินิก (ปี 4-6) ทำการเรียนการสอนและฝึกปฏิบัติที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นเวลา 3 ปี

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

13. สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ม.เทคโนโลยีสุรนารี

สำหรับ แผนการศึกษาแบ่งออกเป็นชั้นปีที่ 1, 2, และ 3 จัดการศึกษาเป็นระบบไตรภาค (trimester) และแผนการศึกษาชั้นปีที่ 4, 5, และ 6 จัดแบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่มและหมุนเวียนกลุ่มนักศึกษาเรียนบรรยายวิชาเป็นรายสัปดาห์จนครบตามรายวิชา และหน่วยกิตที่กำหนดตลอดปีการศึกษา

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : http://im.sut.ac.th/

14. สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์

มีความมุ่งมั่นในการผลิตบัณฑิตแพทย์ ให้เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ รับผิดชอบ เป็นผู้มีความรู้พื้นฐานทางวิชาชีพในด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก ระเบียบวิธีการวิจัยทางการแพทย์ด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

โรงพยาบาลที่ผลิตแพทย์ร่วมกับสำนักวิชาแพทยศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ ในระดับชั้นคลินิก (ชั้นปี 4-6) มี 2 โรงพยาบาล ได้แก่ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลตรัง, ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก” ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ร่วมผลิตแพทย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : https://smd.wu.ac.th/

15. วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข ม.อุบลราชธานี

จัดตั้งขึ้นมาเพื่อผลิตแพทย์ในเขตพื้นที่ชนบท และรองรับการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง รวมทั้งการวิจัยทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขในเขตภูมิภาค ได้มีการร่วมผลิตแพย์กับโรงพยาบาล 2 แห่ง ในระดับชั้นคลินิก (ชั้นปีที่ 4 – 6) ได้แก่ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ในการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลศรีสะเกษ

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : www.cmp.ubu.ac.th

16. คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ม.นวมินทราธิราช

การเรียนการสอนแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ชั้นปีที่ 1 เตรียมแพทยศาสตร์ จะเรียนวิชาพื้นฐานทั่วไปและวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรียนที่ ม.มหิดล ศาลายา, ชั้นปีที่ 2-3 ปรีคลินิก เป็นการศึกษาระดับปรีคลินิก จะศึกษาวิชาแพทย์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์การแพทย์ เช่น กายวิภาคศาสตร์ สรีวิทยา เภสัชวิทยา ที่คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล พญาไท

ส่วนชั้นปีที่ 4-6 คลินิก เข้าสู่การศึกษาระดับคลินิก ซึ่งศึกษาและฝึกอบรมที่วชิรพยาบาล สำหรับนักศึกษาปีที่ 6 (extern) จะมีการเรียนเสมือนการทำงานจริง ดูแลควบคุมโดยอาจารย์แพทย์และแพทย์ประจำบ้าน (residence) อย่างใกล้ชิด แล้วจะมีการศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลในสำนักการแพทย์ กรุงเทพฯ อีกด้วย

อ่านรายละเอียดทั้งหมด : www.vajira.ac.th

อ้างอิงข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, https://mgronline.com/

บทความที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...