โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สหรัฐจุดชนวน AD ยางรถยนต์ สภาอุตฯชี้โรงงานจีน-ไต้หวันสะเทือนหนัก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ม.ค. 2564 เวลา 08.35 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2564 เวลา 03.34 น.
Andrew CABALLERO-REYNOLDS / AFP

“สหรัฐ” รีดภาษีเอดีเบื้องต้นยางรถยนต์ไทย 13.25-22.20% “พาณิชย์” เร่งมั่นใจไม่กระทบส่งออก เรตเอดีไทยต่ำกว่าคู่แข่ง 3 ประเทศ เตรียมเจรจาอีกรอบ 13 พ.ค. 2564 ขอลดลงอีก

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ประกาศเรียกเก็บอัตราภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) เบื้องต้น สินค้ายางรถยนต์ที่นำเข้าจากประเทศไทยที่ 13.25-22.20% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าที่ทางสหภาพแรงงานเหล็กสหรัฐ (หรือ USW) ได้ยื่นเรื่องเรียกร้องต่อกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศขอให้เรียกเก็บเอดียางรถยนต์ไทย 106-217% ทั้งนี้ อัตราเอดีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันที จนกว่าจะมีการพิจารณาอีกครั้ง ภายหลังจากที่ได้มีการไต่สวนและได้รับข้อมูลจากภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2564

“นอกจากไทยแล้ว สหรัฐยังได้มีการเรียกเก็บเอดีจากอีก 3 ประเทศ คือ เกาหลีใต้ 14-38% ไต้หวัน 52-98% และเวียดนาม 0-22% แต่อย่างไรก็ดีก่อนที่จะมีการประกาศอัตราภาษีใหม่อีกครั้ง ผู้ส่งออกไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะพยายามชี้แจงทำความเข้าใจถึงการส่งออกยางรถยนต์ไปสหรัฐ ซึ่งมั่นใจว่าการชี้แจงไปครั้งนี้ก่อนประกาศใหม่จะทำให้ไทยเสียอัตราภาษีที่ต่ำกว่าประเทศคู่แข่งได้”

รายงานข่าวจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ประจำชิคาโก ประเทศสหรัฐ ที่ผ่านมา USW ยื่นฟ้องให้รัฐบาลใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้านำเข้า หลังจากพบว่ามีการนำเข้าขยายตัวสูง 20% ในช่วงระหว่างปี 2560-2562 หรือมีจำนวนยางรถยนต์ 85.3 ล้านเส้น คิดเป็นมูลค่า 4,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการทุ่มตลาด

ซึ่งเฉพาะในปี 2562 สหรัฐนำเข้ายางรถยนต์ส่วนบุคคลและยางรถบรรทุกขนาดเบา มูลค่า 12,487.87 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.54% จากปี 2561 โดยมีไทยเป็นแหล่งนำเข้าสำคัญ มีส่วนแบ่งตลาด 20.76% หรือมีมูลค่านำเข้า 2,592.66 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 25.80% ขณะที่แหล่งนำเข้าอื่น ๆ ได้แก่ แคนาดาสัดส่วน 12.10% เกาหลีใต้สัดส่วน 10.45% เม็กซิโกสัดส่วน 8.35% และญี่ปุ่นสัดส่วน 8.13%

สำหรับประเภทยางรถยนต์ที่สหรัฐนำเข้าจากไทยเป็นยางรถยนต์ส่วนบุคคล มูลค่า 1,422.98 ล้านหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.27% และยางรถบรรทุกขนาดเบา มูลค่า 1,169.68 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 47.40%

อย่างไรก็ตามสินค้ายางรถยนต์จากประเทศไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐ กว่า 50% นั้นเป็นการผลิตโดยเป็นบริษัทลงทุนจีน เช่น LLIT, Zhongce, Maxxis, Sentury Tire และอีก 30% เป็นห่วงโซ่อุปทานการผลิตสินค้าระหว่างบริษัทแม่ในสหรัฐและบริษัทลูกในไทย เช่น Bridgestone, Goodyear, Michelin, Sumitomo, Yokohama ส่วนบริษัทสัญชาติไทยที่ส่งไปสหรัฐ เช่น Dee Stone, Vee Rubber, Otani สัดส่วนเพียง 20%

นายชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีดังกล่าวว่า อัตราอากร AD เบื้องต้นยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน 100% ว่าจะเก็บทันทีหรือเมื่อไหร่

ส่วนอัตราก็ไม่ชัดเจน ซึ่งอาจสูงหรือต่ำกว่าก็เป็นได้ จากประกาศซึ่งของประเทศไทย มี 2 บริษัทที่ถูกปรับเพิ่มจากเดิมไม่เสียเลย ได้แก่ บริษัท ซูมิโตโม รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด อัตรา 13.25% และบริษัท แอลแอลไอที (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตยางรถยนต์ยางหลิงหลง อัตรา 22.21% ขณะที่บริษัทยางรถยนต์อื่น ๆ ถูกจัดเก็บในอัตรา 16.66% ส่วนเวียดนาม ถูกจัดเก็บในอัตรา 0-22.30% และมี 3 บริษัทเสียในอัตราเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ไต้หวัน มี 2 บริษัทที่ถูกจัดเก็บในอัตรา 52.42% และ 98.44% ส่วนที่เหลือถูกจะเก็บที่ 88.82%

“ประเทศไทยอยู่ในเรตกลาง ๆ ซึ่งวันนี้ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ ปัจจุบันอเมริกามีการนำเข้ายางรถยนต์จากจีนสูงสุด รองลงมาคือ ไทย ไต้หวัน เวียดนาม ตามลำดับ ซึ่งอนาคตเชื่อว่าเขาคงต้องไปมองฐานผลิตจากประเทศอื่น ๆ ที่ไม่โดน AD เช่น อินเดีย, อินโดนีเซีย เรื่องดังกล่าวเราคาดการณ์ไว้แล้วก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่โรงงานผู้ผลิตยางรถยนต์สัญชาติจีนย้ายเข้ามาตั้งฐานผลิตในบ้านเรา ซึ่งขณะนั้นกลุ่มได้มีการแย้งไปทางบีโอไอแล้วว่าอาจจะเป็นระเบิดเวลา เนื่องจากจีนเน้นการผลิตสินค้าที่มีราคาต่อหน่วยต่ำ และครั้งนี้อเมริกาเตรียม AD ยางรถยนต์จากไทยนั้น เรียกว่าทุกบริษัทที่มีการส่งออกไปอเมริกาก็ต้องรับผลกระทบแน่นอน”

แหล่งข่าวฝ่ายบริหารบริษัทยางรถยนต์ชั้นนำกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลกระทบดังกล่าวหลัก ๆ น่าจะไปอยุู่ที่ผู้ประกอบการจากจีน และไต้หวัน ส่วนค่ายยางชั้นนำนั้นอาจจะได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มาก ประกอบกับการส่งออกยางรถยนต์เพื่อไปจำหน่ายยังอเมริกาของบริษัทนั้นมีจำนวนไม่เยอะ เพราะฐานการผลิตยางรถยนต์ของบริษัทในประเทศไทยนั้น หลัก ๆ จะรองรับความต้องการภายในประเทศและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เป็นหลัก

สำหรับมูลค่าการส่งออกยางยานพาหนะจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร รายงานว่า 11 เดือนแรกปี 2563 (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 154,578.4 ล้านบาท ลดลง 6.19%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...