โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แจง สรรพคุณทางสมุนไพรเพียบ! ใช้ได้หลายส่วน ช่ววยทั้งบำรุงกำลัง / ขับปัสสาวะ / ทำให้กระปรี้กระเปร่า

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 10 มี.ค. 2564 เวลา 17.02 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2564 เวลา 17.00 น.

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทยwww.thaihof.org

แจง แจ้ง แกง แก้ง

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ…

หลักฐานทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีการถลุงเหล็กมานานกว่า 2,500 ปีแล้ว

การศึกษาพบว่าภูมิปัญญาในการถลุงเหล็กเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่น จนกระทั่งมาถึงสมัยอยุธยาจึงได้นำเอาเทคโนโลยีจากจีนเข้ามาผสมผสาน

ในภาคอีสานเป็นภาคหนึ่งที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการถลุงเหล็กกระจายอยู่ในหลายพื้นที่

ซึ่งพบว่าพื้นที่ที่ทำการถลุงเหล็กนั้นใช้ถ่านไม้ผสมในการถลุงและใช้ไม้เป็นแหล่งเชื้อเพลิง

ข้อค้นพบประการหนึ่งในการสำรวจจากพื้นที่จริงและการสัมภาษณ์ผู้รู้ในชุมชน พบว่าไม้ที่น่าจะใช้ในการถลุงเหล็กคือ “ไม้แจง” ซึ่งยังพบหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ยังหลงเหลือจนทุกวันนี้ คือแหล่งถลุงเหล็กโบราณเกือบทุกที่ยังมีต้นแจงเติบโตให้เห็น

ในภาคอีสานเรียกไม้ชนิดนี้ว่า “ไม้แจ้ง หรือ ไม้แก้ง” (เนื่องจากภาษาอีสานในบางพื้นที่จะออกเสียง จ และ ก สลับกัน เช่น คำว่า แกงจืด จะออกเสียง แจงกืด เป็นต้น)

นอกจากนี้ ชื่อเรียกไม้แจ้งก็เนื่องจากภูมิปัญญาอีสานมักนำเอายอดอ่อนและดอกของต้นแจงมาดอง ซึ่งเรียกการดองว่า “คั้นส้ม” ทำได้ไม่ยากโดยนำมาดองด้วยน้ำซาวข้าว และคนอีสานนิยมกินยอดแจ้งดองทุกปีจะช่วยให้กล้ามเนื้อหลังลูกตาไม่หย่อนคลาย หรือเป็นการชะลอการเกิดสภาวะสายตายาว หรือที่คนอีสานมักเรียกว่า “ทำให้ตาสว่างแจ้งจางปาง” นั่นเอง

และที่ภูมิปัญญาดั้งเดิมเลือกเนื้อไม้ต้นแจงมาใช้ถลุงเหล็กตั้งแต่โบราณก็เพราะว่า ไม้แจงให้ไฟแรงนั่นเอง

 

แจงเป็นไม้ยืนต้น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Maerua siamensis (Kurz) Pax ถ้าสังเกตชื่อวิทยาศาสตร์จะพบว่าชื่อนี้ลงท้ายว่า siamensis จึงแสดงให้เห็นว่าน่าจะพบครั้งแรกในประเทศสยามหรือประเทศไทย

ดังนั้น กล่าวได้ว่าแจงเป็นไม้ยืนต้นมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย และกระจายพันธุ์ทั้งในไทย กัมพูชา และเวียดนาม

ลักษณะต้นแจงเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กไม่ผลัดใบ อาจเรียกได้ว่าเป็นไม้พุ่มเตี้ยๆ โตช้า มีความสูงของต้นได้ถึง 5-10 เมตร

ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดหรือวิธีการตอนกิ่ง ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด

พบขึ้นได้ในป่าละเมาะ ป่าดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ ป่าเต็งรังแล้ง ป่าโปร่งแห้ง เขาหินปูน ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 0-400 เมตร โดยจะพบได้มากทางภาคเหนือและภาคอีสาน ใบแจงเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือออกสลับกัน มีใบย่อย 3 ใบ (บางครั้งอาจพบว่ามี 4-5 ใบ แต่พบได้น้อย)

และจากการสำรวจของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พบว่าใบมี 2 รูปแบบ คือใบยาวรี และใบป้อม แจงออกดอกเป็นช่อเชิงหลั่นหรือช่อกระจะ จะออกดอกในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม ออกผลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน และผลเป็นรูปทรงกลมรีหรือรูปกระสวย

มีเมล็ด 2-3 เมล็ด

 

การใช้ประโยชน์ตามภูมิปัญญา พบว่านิยมนำกิ่งก้านเนื้อมาเผาทำถ่านที่มีคุณภาพดี และยังนำถ่านที่ได้มาทำเป็นดินปืนและยังนิยมนำมาทำเป็นถ่านอัดในบั้งไฟอีกด้วย ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังใช้ลำต้นของต้นแจงเป็นส่วนผสมหลักในการผลิตลูกแป้งหรือแป้งข้าวหมาก มีการศึกษาพบว่าใบของต้นแจงมีคุณสมบัติในการฆ่าตัวอ่อนหรือลูกน้ำของยุงลายได้เป็นอย่างดี

สรรพคุณทางสมุนไพร เช่น รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกายช่วยขับปัสสาวะ ลำต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย ทำให้กระปรี้กระเปร่าและแข็งแรง

หรือใช้เป็นยาแก้กษัยหรือใช้แก้อาการป่วยที่เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุที่ทำให้ร่างกายซูบผอม เสื่อมโทรม ปวดเมื่อย โลหิตจาง

ส่วนของเปลือกต้น รากและใบแจง นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ดีซ่าน

ยอดและใบแจงเป็นยาแก้ไข้

รากช่วยรักษาฝีในคอ

แก่นใช้เป็นยาลดไข้ ทั้งต้นใช้เป็นยาต้มแก้ไข้จับสั่นและช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ

ยอดอ่อนผสมเกลือใช้รักษาโรครำมะนาด เปลือกต้น ราก และใบ นำมาต้มกับน้ำดื่ม ช่วยแก้อาการหน้ามืดตาฟาง หรือนำยอดอ่อนมาต้มใช้ล้างหน้าจะช่วยแก้ตาฝ้าฟางได้

ใบและยอดนำมาตำหรือโขลกให้พอแหลกเล็กน้อย แล้วปั้นกลมๆ เป็นลูกกลอนขนาดเท่าหัวแม่มือนำมาใช้สีฟัน จะช่วยทำให้ฟันทน ปากหอม ฟันขาวสะอาดสดชื่น หรืออาจจะใช้อมเพื่อเป็นยาฆ่าแมงกินฟันด้วยก็ได้ ใบช่วยแก้ฟันผุ

มีข้อมูลที่ระบุว่าต้นและรากมีสรรพคุณที่เหมือนกัน แต่ต้นจะมีคุณสมบัติทางยามากกว่ารากตรงที่แก้แมงกินฟันและทำให้ฟันทน ยอดอ่อนผสมกับเกลือใช้แก้อาการปวดฟัน

ในตำรายาไทยใช้ต้นแจงทั้งห้า ชะพลู แก่นไม้สัก อย่างละ 3 ตำลึง นำตัวยาทั้งหมดนี้มาใส่หม้อดินกับน้ำ 3 ส่วน แล้วต้มเคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน ใช้ดื่มเช้า-เย็น เป็นยาแก้ขัดเบา นอกจากนี้ ในตำรับลูกประคบสำหรับผู้หญิงที่คลอดลูกใหม่ๆ มีตัวยาคือ ใบแจง ใบมะขาม ไพล หัวหอม และเกลือ นำมาใช้ประคบลดความปวดเมื่อยอ่อนล้าในสตรีที่คลอดบุตรด้วย และมีตำรับยาที่ใช้ใบทำเป็นลูกประคบเพื่อแก้อัมพฤกษ์อัมพาต

และใช้เปลือกไม้และรากต้นแจงนำมาต้มอาบ อบ หรือกินเป็นยาแก้อัมพฤกษ์อัมพาตด้วย

 

ต้นแจง เป็นไม้ยืนต้นที่มีคุณค่าและมีประโยชน์มาก กำลังเป็นต้นไม้หายากและผู้คนเริ่มไม่รู้จัก จึงควรเร่งการอนุรักษ์

ต้นแจงสามารถนำมาปลูกเป็นไม้ประดับได้ และเป็นไม้หายากมีราคาแพงมาก พบว่ามีการซื้อขายกันถึงต้นละ 12,000-25,000 บาท

ยังโชคดีที่ขณะนี้เริ่มมีกลุ่มอนุรักษ์ต้นแจงเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเครือข่ายป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี สนับสนุนโดยสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) ภายใต้โครงการธนาคารชีวภาพระดับชุมชน (Community Biobank) ที่ตำบลหนองโรง อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี

ชุมชนอื่นเริ่มได้เช่นกัน เพราะต้นแจงมีความต้องการพอควร เหมาะนำมาปลูกเพื่อตกแต่งภูมิทัศน์ ปลูกให้ความร่มรื่นและร่มเงาได้เป็นอย่างดีเนื่องจากไม่ผลัดใบ และเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...