ซี.พี.เวียดนามรับอานิสงส์ราคาหมูพุ่ง-ซัพพลายหด20%
จีนคุมด่านนำเข้า ทุบซัพพลายหด 20% ซี.พี.เวียดนามอู้ฟู่ราคาหมูดีด 50% รุกขยายร้าน CP Pork Shop ยกระดับแผงขายปลีก
นายวิโรจน์ วิภาธนาศิริ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านบัญชี และการเงิน บริษัท ซี.พี.เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ผลจากวิกฤตปัญหาผลผลิตหมูล้นตลาดในเวียดนามเมื่อปีก่อน ส่งผลให้รายได้ภาพรวมของ ซี.พี.เวียดนามในปี 2560 (2017) ทำได้ 1,947 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่เคยทำได้ 2,246 ล้านเหรียญสหรัฐ สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาหมูล้นตลาด เนื่องจากเมื่อปี 2558-2559 (2015-2016) ประเทศจีนขาดแคลนหมูจึงมีการนำเข้าหมูจากเวียดนามผ่านตามชายแดนปริมาณมาก ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้การเลี้ยงหมูเพิ่มขึ้นไปถึงเกือบ 50 ล้านตัว แต่เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา จีนประกาศห้ามนำเข้าหมูตามบริเวณชายแดนที่ติดต่อกับเวียดนามจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้หมูที่ผลิตได้ ไม่มีตลาดรองรับ ราคาหมูในเวียดนามตกต่ำลงไปเหลือ กก.ละ 28,000 ด่อง (ประมาณ 40-45 บาท) เป็นประวัติการณ์
ในปีนี้แนวโน้มธุรกิจหมูในเวียดนามจะฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น เนื่องจากปริมาณหมูในตลาดลดลงประมาณ 20% เหลือ 40 ล้านตัว จากที่เคยมีปริมาณสูงสุด 50 ล้านตัว ส่งผลให้ระดับราคาหมูในตลาดปรับตัวสูงขึ้น 50% มาเป็นสูงกว่า กิโลกรัมละ 50,000-60,000 ด่อง (73-80 บาท) จากที่เคยลดลงไปต่ำสุด กก.ละ 28,000 ด่อง โดยเป็นผลผลิตหมูจาก ซี.พี.เวียดนามผลิตปริมาณ 6.5 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ผลิตได้ 5 ล้านตัว
“สาเหตุที่จำนวนสุกรลดลง เพราะเกษตรกรรายย่อยขาดทุน เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลจีนยังไม่ยุติการใช้มาตรการห้ามนำเข้าหมูตามชายแดน และรัฐบาลเวียดนามได้เพิ่มความระมัดระวังการตรวจสอบการนำเข้าหมูโดยการบล็อกด่านชายแดน เพื่อป้องกันโรคอหิวาต์หมู ที่อาจจะแพร่ระบาดเข้ามาอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีชายแดนติดต่อกับจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ดิน และภูเขาเชื่อมต่อกัน”
นายวิโรจน์กล่าวว่า ในแต่ละปีบริษัท ซี.พี.เวียดนาม มีการจัดสรรงบประมาณในการลงทุนไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยขณะนี้มีแผนจะขยายการลงทุนในโรงงานแปรรูปสุกรเพื่อส่งออก เงินลงทุน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2563 และในระยะถัดไปมีแผนลงทุนโรงงานอาหารสัตว์อีกประมาณปีละ 1-2 แห่ง เพื่อให้สอดรับกับความต้องการบริโภคของเวียดนามที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจ และการที่จำนวนประชากรโดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานมีมากขึ้น
ด้านนายจิรวิทย์ รชตะนันทน์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจฟาร์มสัตว์บก กล่าวว่า ปัญหาวิกฤตสุกรล้นตลาด ทำให้เกษตรกรรายย่อยที่ไม่ใช่สมาชิก Contract Farming ขาดทุนจะต้องเลิกกิจการไปจำนวนมาก ขณะที่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ Contract Farming นั้นยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพราะ ซี.พี.ได้ประกันความเสี่ยงโดยกำหนดราคารับซื้อที่เหมาะสม และแบกรับความเสี่ยงไว้ ปัจจุบันมีจำนวน เกษตรกรร่วม 2,410 ครอบครัว
โดยนอกเหนือจากฟาร์มแล้ว เรายังขยายระบบการจัดจำหน่ายเนื้อสุกรในรูปแบบร้านสุกร CP (CP Pork Shop) ซึ่งปัจจุบันมีถึง 546 สาขา ร้านดังกล่าวเป็นการจัดจำหน่ายโดยผู้ประกอบการรายย่อย 100% เป็นการช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับมาตรฐานการจำหน่ายเนื้อสัตว์ในเวียดนาม
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat
.
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!