โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

‘ปราก’ ไม่เงียบเหงา แม้ไร้เงานักท่องเที่ยวต่างชาติ

The Momentum

อัพเดต 07 มิ.ย. 2563 เวลา 13.36 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 13.32 น. • อรกานต์ สายะตานันท์

In focus

 

  • กรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ที่เคยมีชีวิตชีวาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่พอเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เมืองกลับเงียบเหงา
  • อย่างไรก็ตามกลายเป็นคนเช็กเองที่ออกมาเที่ยวและใช้ชีวิตในเมืองมากขึ้น พร้อมกับร้านอาหาร ร้านขายของก็ปรับเปลี่ยนธุรกิจให้สอดคล้องกับความเป็นท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น
  • ร้านอาหารหลายร้านได้ปรับเมนูรองรับคนเช็ก จากเดิมที่เน้นนักท่องเที่ยว รวมทั้งราคาอาหารที่ถูกลง มิใช่ราคานักท่องเที่ยวอีกต่อไป

 

อย่างที่หลายๆคนทราบกันดีว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และธุรกิจหลากหลายประเภท โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและสายการบิน ดังนั้นเมืองที่สุดแสนจะโรแมนติก และเคยมีรายได้ล้นหลามจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างเมืองปราก ( Prague) จะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไรในวันที่ไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้

บรรยากาศความเงียบของกรุงปรากในช่วงแรกของโควิด-19

เราเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในปรากเมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ชีวิตความเป็นอยู่ก่อนวิกฤตโควิด-19 จะมาเยือนนั้น เรียกได้ว่าค่อนข้างสะดวกสบาย เพราะปรากเป็นเมืองที่มีความคึกคักตลอดเวลา ในทุกเช้าเมื่อเรานั่งรถรางผ่านบริเวณสะพานชาลส์ ( Charles Bridge ) หนึ่งในสะพานประวัติศาสตร์อันโด่งดังของยุโรป สิ่งที่เราเห็นจนชินตาคือ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่พูดคุย เดินชมวิว และแวะถ่ายรูปคู่กับสะพานกันอย่างคึกคัก เรียกได้ว่าการใช้ชีวิตอยู่ในกรุงปราก เราจะได้เห็นและพบเจอนักท่องเที่ยวตลอดเวลา จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันไปเลยก็ว่าได้

 ในวันที่ปรากไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ

แต่เมื่อวิกฤตโควิด-19 มาถึง เมืองที่เคยคึกคักจากนักท่องเที่ยว ก็เงียบสงัดลงอย่างรวดเร็ว สะพานชาลส์ ( Charles Bridge ) ที่เคยเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจีนที่มักโพสท่าถ่ายรูปสุดเก๋ ได้หายไปอย่างฉับพลัน นักดนตรีที่เคยเล่นดนตรีเปิดหมวกต่างก็หนีกลับบ้านเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ ร้านค้าที่เคยขายขนม ลูกอม ลูกกวาดและของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว ต่างก็ต้องปิดตัวลง เนื่องจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาล ทำให้เมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน และเสียงดนตรีที่มีชีวิตชีวาตลอดเวลา กลับกลายเป็นเมืองร้างอย่างรวดเร็ว 

ในทางกลับกัน รูปแบบการดำรงชีวิต และสภาพความเป็นอยู่ของเราเอง กลับไม่ได้เศร้าหมองหรือหดหู่อย่างที่หลายคนคาดคิด เนื่องจากเมืองปรากถูกออกแบบผังเมืองให้มีการผสมผสานกันระหว่างธรรมชาติและตัวเมืองได้อย่างลงตัว การปิดตัวลงของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ ในตัวเมือง จึงไม่ได้มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของผู้คนมากนัก กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นชั้นดี ที่ทำให้ผู้คนออกไปใช้เวลาว่างกับธรรมชาติมากขึ้น 

เมื่อกลุ่มนักท่องเที่ยวเปลี่ยน จากต่างชาติมาเป็นคนเช็ก

เนื่องจากมาตรการของรัฐบาลอนุญาตให้ร้านค้าที่มีรูปแบบการจำหน่ายสินค้าและบริการแบบ take away ยังสามารถเปิดทำการได้ตามปกติ ความเงียบเหงาของเมืองนี้จึงอยู่กับเราได้ไม่นาน เมืองกลับมาคึกคักและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพราะนักท่องเที่ยวชาวเช็กเริ่มท่องเที่ยวภายในประเทศของตนเอง เพื่อใช้ช่วงเวลานี้ในการชื่นชมกับความงามของประเทศตัวเองอย่างที่ไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสมาก่อน Tomas Prochazka ชาวเช็กที่เกิดและโตในกรุงปรากบอกกับเราว่า ถึงแม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลเสียมากมาย แต่หนึ่งในความสวยงามที่ซ่อนอยู่ในวิกฤตนี้คือ เขาได้มีโอกาสชื่นชม และสัมผัสความงามของเมืองเกิดของเขาอย่างเต็มที่อย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เนื่องจากเขาสามารถกลับมาใช้เวลากับสถานที่ท่องเที่ยวในการพักผ่อน และซึมซับความสวยงามอย่างเต็มที่อีกครั้ง

เมื่อกลุ่มนักท่องเที่ยวถูกเปลี่ยนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาเป็นนักท่องเที่ยวชาวเช็กเกือบทั้งหมด สิ่งที่มักจะอยู่คู่สถานที่ท่องเที่ยว เช่น ร้านค้า นักดนตรี นักกายกรรม หรือแม้กระทั่งขอทาน ต่างก็ปรับตัวกันอย่างรวดเร็วเพื่อต้อนรับ และสื่อสารกับกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่นี้ 

โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในการปรับตัวครั้งนี้คือ ร้านค้าปลีกต่างพากันลดราคาสินค้าและบริการกว่าเท่าตัว เพราะแน่นอนว่า ชาวเช็กเองคงไม่มีใครอยากซื้อเครื่องดื่ม หรืออาหารในราคานักท่องเที่ยว หรือเป็นราคาที่แพงกว่าที่เขาเคยบริโภคในชีวิตประจำวัน สินค้าที่ลดราคาและเห็นได้ชัดเจนคือเบียร์สด จากราคาแก้วละ 60 – 120 เช็กคราวน์ ลดลงเหลือ 29 – 35 เช็กคราวน์ หรือประมาณแก้วละ 38 – 46 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ ขนมขวัญใจนักท่องเที่ยว ที่เรามักจะเห็นบ่อยๆ ในอินสตาแกรมของเพื่อนที่ไปเที่ยวยุโรปอย่าง Trdelnik ราคาขายปกติของร้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณชิ้นละ 70 – 130 เช็กคราวน์ หรือประมาณ 90 – 170 บาท แต่วันนี้เราสามารถซื้อ Trdelnik มาทานเล่นได้ในราคา 50 – 70 เช็กคราวน์ หรือประมาณ 65 – 90 บาทเท่านั้นเอง 

คนท้องถิ่นจึงกลับมาใช้ชีวิตกับธรรมชาติ

ร้านค้าที่เคยเปิดเพลงเรียกลูกค้าด้วยเพลงภาษาอังกฤษสุดฮิตอินเทรนด์ ก็เปลี่ยนเป็นเพลงภาษาเช็กที่ทำให้เพื่อนชาวเช็กของเราบางคน รู้สึกรักชาติขึ้นมาทันทีที่เดินผ่านเลยแหละ ในบริเวณสะพานชาลส์และแถบเมืองเก่า ที่มักจะมีนักแสดง นักกายกรรม รวมถึงขอทาน ต่างก็มีการปรับตัวให้เข้ากับนักท่องเที่ยวชาวเช็กมากขึ้น โดยเฉพาะขอทานที่เรามักจะเห็นบ่อยๆ ในรูปแบบของการนั่งริมสะพานด้วยหน้าตาที่น่าสงสารกับสุนัขตัวโปรดที่ขาพิการ และถือป้ายเป็นภาษาอังกฤษว่า I am hungery หรือฉันหิว แต่เมื่อนักท่องเที่ยวเปลี่ยนเป็นชาวเช็ก ใครจะไปคาดคิดว่าขอทานก็ยังปรับตัวเปลี่ยนป้ายข้อความเป็นภาษาเช็กซะอย่างนั้นแหละ เรียกได้ว่ากลยุทธ์การปรับตัวไม่น้อยหน้าร้านค้าธุรกิจใหญ่ๆ เลยทีเดียว

เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็กลายเป็นคนเช็กเองที่ออกเดินเล่น

ปรับตัวให้ไว กลยุทธ์ร้านค้าเพื่อการอยู่รอด

เรามีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าของร้านอาหารบางร้านในกรุงปราก ต่างให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า ในระยะแรกที่โควิด-19 เข้ามาระบาดในสาธารณรัฐเช็ก เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด เพราะยอดขายที่มาจากนักท่องเที่ยวลดลงจนกลายเป็นศูนย์ Mr.Stanek เจ้าของร้าน Lemon Left ร้านอาหารไทยและอาหารเอเชียที่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวกลางเมือง บอกว่าก่อนวิกฤตโควิด-19 เขามีลูกค้าต่างชาติคิดเป็นร้อยละ 65 – 75 ของจำนวนลูกค้าทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรายได้หลักของธุรกิจร้านอาหารของเขาเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อรัฐบาลสั่งปิดร้านค้าตามมาตรการควบคุมโรค เขาได้พูดต่อด้วยสีหน้าที่ซึมเศร้าว่า ลูกค้าหายหมดเกลี้ยง และสิ่งที่หายตามคือรายได้มหาศาล เขาจึงจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานลง เนื่องจากรายได้ไม่พอเลี้ยงบริษัท 

ร้านค้าปรับตัว ลดราคาเพื่อรับนักท่องเที่ยวชาวเช็ก

ในขณะที่ Mr. Zak ผู้ร่วมก่อตั้งร้าน NOI อีกหนึ่งร้านอาหารไทย ได้ให้ข้อมูลที่คล้ายกันว่า รายได้ของร้านเขาลดลงเป็นอย่างมากในระยะแรก แต่เนื่องจากเขาคอยเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จึงพร้อมปรับตัว เปลี่ยนแนวทางการบริหารธุรกิจอย่างรวดเร็ว โดยสิ่งแรกที่เขาปรับเปลี่ยนในด้านกลยุทธ์ทางการขายคือ การเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นให้บริการลูกค้าต่างชาติ มาเป็นลูกค้าในประเทศ หรือชาวเช็กด้วยกันเอง จนทำให้ปัจจุบันร้านอาหารของเขา มีลูกค้ากลับมาหนาแน่นแทบเหมือนเดิม ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวเช็กที่อาศัยและทำงานอยู่ในกรุง ปรากเกือบทั้งสิ้น เขายังเล่าอีกว่า ตัวอย่างแนวทางการปฎิบัติที่เขาเลือกนำมาใช้ในช่วงเวลานี้คือ เขาได้เพิ่ม Lunch Menu หรือเมนูราคาพิเศษสำหรับมื้อกลางวัน เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มพนักงานออฟฟิศโดยเฉพาะ รวมถึงการเพิ่มบริการเดลิเวอรี่ส่งอาหารถึงบ้านและที่ทำงาน เพราะกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้มีเวลาในการรับประทานอาหารกลางวันจำกัด แต่ยังคงต้องการบริโภคอาหารรสชาติดี มีประโยชน์และราคาย่อมเยาว์ กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ร้านของเขาได้ลูกค้ากลับมาเป็นจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น ปัจจุบันเมื่อรัฐบาลได้อนุญาตให้ร้านอาหารเปิดทำการตามปกติ ผู้คนที่ติดใจในรสชาติอาหาร และบริการของร้านในช่วงล็อกดาวน์ต่างก็ยังเข้ามาอุดหนุน บ้างก็กลายเป็นลูกค้าประจำของร้านเขาเป็นที่เรียบร้อย

สถานที่ท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคัก เพราะคนเช็ก

เตรียมรับมือพฤติกรรมผู้บริโภค ที่กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ในมุมของพฤติกรรมผู้บริโภคในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปรียบเทียบเหตุการณ์ระหว่างก่อน และช่วงวิกฤต Covid-19 นี้ ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนคือ ผู้คนต่างเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าจากออฟไลน์สู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้ร้านค้าหลายร้านผันตัวเองจากการขายสินค้าผ่านหน้าร้าน มาจำหน่ายทางออนไลน์เกือบทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังแข่งกันเสนอโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะ Free Shipping หรือการนำส่งสินค้าโดยไม่คิดเงินค่าส่งในช่วงเวลานี้อีกด้วย ถือว่าเป็นการปรับตัวที่เกิดประโยชน์กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายกันเลยทีเดียว

จริงอยู่ที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19  ได้ส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจองค์รวม ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการบริโภค และรูปแบบการทำธุรกิจ อย่างไรก็ดี วิกฤตดังกล่าวอาจถูกเปลี่ยนเป็นโอกาสที่ดีได้ หากเราสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานความต้องการของกลุ่มลูกค้าของตนเอง ใครจะไปคิดล่ะว่า ฝันร้ายที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ อาจกลายเป็นโอกาสใหม่ที่ผลักดันศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา ให้ออกมาเฉิดฉายอย่างมีประสิทธิภาพได้อีกครั้งหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...