โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วีทีแหนมเนืองทุ่ม 100 ล้าน ซื้อโนว์ฮาวปลูกผักญี่ปุ่น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 พ.ค. 2563 เวลา 01.34 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2563 เวลา 10.03 น.
คอนโดผัก - บริษัท วีที แหนมเนือง จำกัด ได้ปลูกผักปลอดเชื้อระบบปิด โดยนำเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นมาใช้ บนอาคารวีที คอมมูนิตี้ จ.อุดรธานี

“วีที แหนมเนือง” เมืองอุดรฯ ทุ่มเงินกว่า 100 ล้านบาท ซื้อโนว์ฮาว plant factory สวนผักปลอดเชื้อแบบคอนโดระบบปิดจากญี่ปุ่น สนองคนรักสุขภาพ ลดเสี่ยงโควิด-19 คาดลูกค้าได้ลิ้มลองเดือนกันยายน 63

นายทอง กุลธัญวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท วีที แหนมเนือง จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจแหนมเนืองรายใหญ่ จังหวัดอุดรธานี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ทางบริษัทได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับบริษัทในประเทศญี่ปุ่น โดยใช้เงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาทในการซื้อโนว์ฮาวปลูกผักปลอดเชื้อแบบคอนโดในระบบปิด เรียกว่า plant factory เป็นการปลูกผักปลอดสารพิษ ปลอดเชื้อโรค ไม่มีแมลงศัตรูพืช มีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น ใช้แสงจากหลอด LED แทนแสงแดด ผู้เข้าไปในคอนโดปลูกผักต้องผ่านเครื่องฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ก่อน เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต ไม่ต้องล้างน้ำ สามารถรับประทานได้ทันที ผักมีความแข็งแรง โดยไม่ต้องแช่เย็นก็อยู่ได้เป็นสัปดาห์ และมีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งนี้ปัจจุบันทางบริษัทได้เริ่มปลูกผักปลอดเชื้อบนชั้น 3 ของอาคารวีที คอมมูนิตี้ ถนนอุดรฯ-ขอนแก่น

“เดิมเราปลูกผักบนดินโดยใช้เครือข่ายของวีที แหนมเนือง ผักปลอดสารพิษ แต่ยังเป็นระบบเปิด คือ คนปลูกสัมผัสกับผักโดยตรง ผักก็ปลูกบนดินแต่เมื่อมีการระบาดของโรคโควิด-19 ถือเป็นการปรับตัวอีกก้าวด้วยการปลูกผักแบบ plant factory จะทำให้ในอนาคตลูกค้าจะมี 2 ทางเลือก คือ จะเลือกรับประทานผักแบบเดิมก็ได้ หรือผักคอนโดก็ได้ ซึ่งเบื้องต้นลูกค้าจะเพิ่มเงินประมาณ 20 บาท ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่ได้ยินว่ามีคนทำแบบนี้ เนื่องจากใช้เงินลงทุนสูง อาจไม่คุ้มทุน แต่วีที แหนมเนืองต้องใช้ผักสดในปริมาณที่มาก มีลูกค้าทั่วประเทศ และต้องการให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุดจากการรับประทาน”

นายทองกล่าวต่อไปว่า สำหรับ plant factory ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 100 ล้านบาท ประกอบด้วยโนว์ฮาว การปรับปรุง และติดตั้งระบบ ที่บริเวณชั้น 3 ของอาคารวีที คอมมูนิตี้ ให้เป็นสวนผักคอนโดระบบปิด โดยแบ่งเป็น 4 ห้อง แต่ละห้องจะมีแปลงผัก 8 ชั้น รวม 32 ชั้น เน้นไปที่ผักสลัด ที่รับประทานกับแหนมเนือง นอกจากนั้นจะมีผักแพรว สะระแหน่ ผักชะมวง และสตรอว์เบอรี่ ช่วงแรกจะทดลองก่อน 1 ห้อง หรือ 8 ชั้นผลผลิตที่ได้ประมาณ 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัมต่อวัน ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์กว่าจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ทั้งนี้ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในเรื่องการเดินทางระหว่างประเทศ ตามแผนที่ตกลงกันไว้ทางญี่ปุ่นจะเข้ามาติดตั้งระบบในเดือนกรกฎาคม 2563 ใช้เวลาติดตั้ง 1 เดือน เริ่มปลูกได้ คาดว่าจะได้รับประทานผักลอตแรก ประมาณเดือนกันยายน 2563

“แนวคิดนี้ได้รับคำแนะนำจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และคณะที่ปรึกษาของบริษัท แนะนำให้รู้จักเทคโนโลยีนี้ จนกระทั่งได้ลงนามสัญญาเป็นเวลา 3 ปีกับประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นบริษัทจะสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ได้ ก็จะเป็นประโยชน์ในวงการวิทยาศาสตร์ในอนาคต”

นายทองกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันวีที แหนมเนือง ได้ปรับตัวรับมือไวรัสโควิด-19 ด้วยการขายแบบ drive thru เป็นหลัก ลูกค้าได้รับความสะดวกโดยไม่ต้องลงจากรถ รวมทั้งแบบแพ็กกล่องสำหรับเดินทาง ซึ่งผักคอนโดจะสร้างความเชื่อมั่น และมั่นใจให้กับลูกค้ามากขึ้น ว่าจะได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค ปลอดเชื้อโรค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...